เมื่อวันที่ 28 เมษายน ที่บริเวณลานศูนย์คชศึกษา จ.สุรินทร์ บ้านตากลาง หมู่บ้านช้างเลี้ยงที่ใหญ่ที่สุดของไทย บ.ตากลาง ต.กระโพ อ.ท่าตูม จ.สุรินทร์ นายพรพจน์ บัณฑิตยานุรักษ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ ได้ลั่นฆ้องเปิดงานประเพณีบวชนาคช้างที่ยิ่งใหญ่ในโลก ประจำปี 2561 ก่อนปล่อยขบวนแห่ประชาชน ที่เดินนำและเต้นรำอย่างสนุกสนาน นำขบวนช้างกว่า 40 เชือกร่วมขบวนแห่นาค ในขณะที่ปีนี้มีนาคเข้าร่วมอุปสมบททั้งสิ้นจำนวน 14 นาค ท่ามกลางสายฝนโปรยปราย
โดยเริ่มจากพิธีเปิดงานแห่นาคบนหลังช้าง จากนั้นขบวนช้างทั้งหมดพร้อมนาค ได้เคลื่อนขบวนจากศูนย์คชศึกษาไปยังพื้นที่วังทะลุ แม่น้ำมูล ซึ่งต้องเดินเท้าจากหมู่บ้านช้างบ้านตากลางออกไปประมาณ 3 กิโลเมตร โดยบรรยากาศเป็นไปอย่างยิ่งใหญ่ สนุกสนาน และสวยงามของขบวนช้าง ที่แห่นาค และขบวนเฉลิมฉลองนาค จากเครื่องเสียงและดนตรีประชันกันอย่างสนุกสนาน เพื่อไปเซ่นไหว้ปู่ตาที่บริเวณดอนบวช ซึ่งเป็นลำน้ำชีและลำน้ำมูลมา ที่ไหลมาบรรจบกัน ซึ่งเรียกว่า วังทะลุ ที่จัดพิธีเซ่นไหว้เพื่อบอกกล่าวศาลปู่ตา หรือบรรพบุรุษ ก่อนเข้าอุปสมบทในวันรุ่งขึ้น เป็นประเพณีที่ชาวกูยเลี้ยงช้างถือปฏิบัติมาแต่โบราณ
ประเพณีบวชนาคช้าง เป็นประเพณีเก่าแก่ที่ชาวสุรินทร์ทั้งเขมร ลาว กวย ที่นับถือพุทธศาสนาถือเป็นประเพณีปฏิบัติสืบทอดกันมา เมื่อลูกชายอายุ ครบ 20 ปีบริบูรณ์ ก่อนที่จะออกเรือน พ่อแม่ต้องจัดการบวชให้ลูกชายเพื่อศึกษาธรรมวินัยเสียก่อน ประเพณีบวชนาคช้างสมัยก่อนนั้นนับว่าเป็นประเพณีที่ยิ่งใหญ่มาก เพราะชายหนุ่มในละแวกเดียวกันจะนัดวันบวชพร้อมกัน โดยเชื่อว่าการบวชนี้ ถ้าจะให้ได้บุญมากจะต้องนั่งช้างแล้วแห่ไปเป็นระยะทางไกลๆ และมีผู้คนร่วมขบวนแห่นาคเป็นจำนวนมาก ในอดีตชาวกวยบ้านตากลาง และหมู่บ้านใกล้เคียง จะพร้อมใจกันแห่นาคด้วยช้างไป ที่วังทะลุ ริมแม่น้ำมูล เพื่อทำพิธีเซ่นไหว้ศาลปู่ตา และขอขมาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวบ้านนับถือ พร้อมประกอบพิธีอุปสมบทบริเวณ “ดอนบวช” ซึ่งเป็นเนินดินกลางแม่น้ำที่เกิดจากการที่น้ำจากลำน้ำชีไหลมาบรรจบกับแม่น้ำมูล ทำให้เกิดเนินดินกลางแม่น้ำ ชาวบ้านเรียกกันว่า “สิมน้ำ” หรือเรียกว่า “ดอนบวช” จนกระทั่งปัจจุบัน โดยจะจัดขึ้นในช่วงระหว่างวันขึ้น 13 ถึง 15 ค่ำ เดือนหก เป็นประจำทุกปี




