หน้าแรก ภูมิภาค สระบุรีลุยตรว...

สระบุรีลุยตรวจ ‘ทำนบศรีธนญชัย’ ยุคพระนารายณ์ ถูกเอกชนรุกที่ดินทำเสียหาย จี้เปิดรั้ว อนุรักษ์คืนแผ่นดิน

28.04.18 | 17:44 น.

“สระบุรี” ตรวจโบราณสถาน “ทำนบศรีธนญชัย หรือคันกั้นน้ำ สร้างขึ้นในสมัย สมเด็จพระนารายณ์มหาราช ถูกบริษัทเอกชน รุกยึด ได้รับความเสียหาย จี้เปิดรั้วกั้น เพื่อตัดถนนเส้นทางเข้า-ออกโดยไม่ต้องผ่านหน้าโรงงานเอกชน เพื่ออนุรักษ์โบราณสถาน ไว้คืนสู่แผ่นดิน

จากกรณี มีเรื่องร้องเรียน “ คันกั้นน้ำ หรือ ทำนบศรีธนญชัย” ที่เป็นโบราณสถานที่ถูกขึ้นทะเบียน ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2478 ถูกทำลายได้รับความเสียหาย จากภาคเอกชน เข้าทำอุตสาหกรรม นั้นพ.ต.ท.เธียรรัตน์ วิเชียรสรรค์ ผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี เขตตรวจราชการที่ 1 ประธานกรรมการธรรมาภิบาลจังหวัดสระบุรี ได้มีการประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ครั้งที่ 2/2560 เมื่อวันที่ 7 มิถุนายน 2560 มาให้ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเรื่อง “ คันกั้นน้ำ หรือ ทำนบศรีธนญชัย” ดังกล่าว พบว่าโบราณสถานดังกล่าวขาดความชัดเจนในด้านเอกสารหลักฐาน และไม่ได้มีการตรวจสอบการมีอยู่จริงของโบราณสถาน การหาข้อเท็จจริงไม่อาจให้หน่วยงานใด หน่วยงานหนึ่งดำเนินการได้ ต้องบูรณาการร่วมกันอย่างจริงจังของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่
สำนักงานจังหวัดโดยกลุ่มงานบริหารทรัพยากรบุคคล ได้สรุปสาระสำคัญตามเอกสาร ดังนี้ คันกั้นน้ำหรือทำนบศรีธนญชัย ได้ประกาศเป็นโบราณสถาน ในราชกิจจานุเบกษาเล่มที่ 52 วันที่ 8 มีนาคม 2478 ต่อมาในปี พ.ศ.2532 หน่วยศิลปากร ที่ 1 ลพบุรี (ในสมัยนั้น) ได้รับแจ้งว่า มีการทำลายโบราณสถานคันกั้นน้ำหรือทำนบศรีธนญชัย จึงได้มีการลงพื้นที่ตรวจสอบ พบว่าโบราณสถานดังกล่าว ถูกทำลายจนหมดสภาพแล้วจริงและมีการไถเกรดหินลงมาทับเป็นพื้นที่ราบเพื่อทำทางรถยนต์ไปแล้ว จึงได้มอบหมายนิติกรประจำหน่วยศิลปากรที่ 1 ลพบุรี เป็นผู้ดำเนินการแจ้งความร้องทุกข์

หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบข้อเท็จจริงพบบริเวณใกล้เคียงมีเขตประทานบัตรโรงโม่หินแห่งหนึ่ง เมื่อสอบถาม ทางโรงโม่หินให้การว่า ไม่เคยเห็นคนที่มาทำลายคันกั้นน้ำให้เสียหายและไม่ทราบตัวผู้กระทำผิด ปัจจุบันพื้นที่ดังกล่าวเปลี่ยนแปลงไปมาก ยากที่จะชี้จุดยืนยันตำแหน่งที่แท้จริงของโบราณสถานคันกั้นน้ำ ว่าอยู่นอกเขตประทานบัตรของโรงงานอุตสาหกรรมของเอกชนหรือไม่ เพราะพบว่ามีเจตนาทำปลอมแปลงโบราณสถานขึ้นมาใหม่

หลังจากมีการเร่งให้พนักงานสอบสวนสืบหาตัวบุคคลที่ทำลายโบราณสถานคันกั้นน้ำทำนบศรีธนญชัย ที่กรมศิลปากรได้แจ้งความไว้คดีได้สิ้นสุดลง เนื่องจากไม่ทราบตัวผู้กระทำผิดและสาเหตุหนึ่ง มาจากเจ้าหน้าที่กรมศิลปากรไม่สามารถยืนยันพื้นที่ตั้งที่แน่นอนของทำนบศรีธนญชัยได้ ปี พ.ศ. 2534

วันที่ 28 เมษายน 2561 ที่ห้องประชุม คลังจังหวัดสระบุรี พ.ต.ท.เธียรรัตน์ วิเชียรสรรค์ ผู้ตรวจราชการ สำนักนายกรัฐมนตรี เขตตรวจราชการที่ 1 จ.สระบุรี ให้ปกป้อง และอนุลักษณ์ โบราณสถาน ในพื้นที่ จ.สระบุรี เป็น สมบัติที่สำคัญของชาติ ตามที่ ได้รับการร้องเรียนมาว่า คันกั้นน้ำ หรือทำนบศรีธนญชัย ได้ถูกทำลาย ด้วยน้ำมือขอโรงงานเอกชน ได้รับความเสียหาย  จึงได้มอบหมายให้ นายชินวุฒิ ขาวสำลี หัวหน้าสำนักงาน จ.สระบุรี เป็นประธานในการประชุม ครั้งที่ 2/2561 เรื่องปัญหาคันกั้นน้ำหรือทำทบศรีธนญชัย ได้ถูกทำลาย ได้รับความเสียหาย ที่เป็นโบราณสถานที่สำคัญ ตั้งอยู่ หมู่ 9 ต.พุกร่าง อ.พระพุทธบาท จ.สระบุรี อยู่ในที่ธรณีสงฆ์ หรือที่ดินของวัดพระพุทธบาทราชวรมหาวิหาร อ.พระพุทธบาท จ.สระบุรี ได้ถูกขึ้นทะเบียน ไว้กับกรมศิลปากร และประกาศในราชกิจจานุเบกษาเล่มที่ 52 ตอนที่ 75 เมื่อวันที่ 8 มีนาคม พ.ศ.2478 นั้น
คันกั้นน้ำ หรือทำนบ ศรีธนญชัย สร้างขึ้นในสมัย สมเด็จพระนารายณ์มหาราช โปรดให้สร้างอ่างเก็บน้ำที่เชิงเขาพระพุทธบาท เรียกว่า” อ่างแก้ว ”และก่อคันน้ำตามไหล่เขาไว้ให้ราษฎรใช้บริโภคในสมัยนั้น
ในการประชุม ประกอบด้วย พ.อ.ยุทธนา พัสสุดี รอง หัวหน้าการรักษาความปลอดภัยในชีวิต และ ทรัพย์สิน จ.สระบุรี นายชวลิต อัศวมหาศักดิ์ดา เจ้าหน้าที่ดิน จ.สระบุรี นางปัญจมาศ เด็ดแก้ว ผู้อำนวยการกลุ่มงานบริหาร ทรัพยากรบุคคล นายณรงค์ จันทร์ประสิทธิ์ รองกรรมการธรรมาภิบาล จ.สระบุรี และ คณะกรรมการธรรมาภิบาล จ.สระบุรี ( กธจ.สระบุรี) นายยอดชาย ภูแก้ว ผู้อำนวยการ กลุ่มงานศูนย์ดำรงธรรม จ.สระบุรีนายสมศักดิ์ ภู่ทอง ผู้อำนวยการส่วนสิ่งแวดล้อม สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติ แ ละสิ่งแวดล้อม จ.สระบุรีและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้พิจารณากรณี ตามข้อร้องเรียน คันกั้นน้ำหรือทำนบศรีธนญชัย ถูกโรงงานเอกชนระเบิดหิน ทำอุตสาหกกรม ทำลายโบราณสถานจนได้รับความเสียหาย

Advertisement

จากนั้นคณะทำงานได้เข้าลงพื้นที่ ไปที่ โรงโม่หิน ของเอกชน เพื่อสำรวจ คันกั้นน้ำหรือทำนบศรีธนญชัย หลังโรงโม่หินแห่งหนึ่งดังกล่าว ใน หมู่ที่ 9 เขตเทศบาลตำบลพุกร่าง อ.พระพุทธบาท จ.สระบุรี ปรากฏว่า ถูกระเบิดหินทำลายทำนบศรีธนญชัยทั้งหมด แต่ได้มีการนำมูลดิน ผสมหิน คลุก ปั้น ขึ้นมาเป็นคัน คล้ายของเดิมขึ้นมาแทนของเดิม

ด้านโรงโม่หินเอกชน ออกมาอ้างว่า จุดที่ตั้งของ “คันกั้นน้ำหรือทำนบศรีธนญชัย” บนภูเขาห่างไกลจากโรงโม่ ออกไปประมาณ อีก 1 กิโลเมตร นายสมศักดิ์ ภู่ทอง ผู้อำนวยการ สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม ยืนยันว่า ได้จับพิกัด GPS รวมทั้งแผนที่ทางอากาศแจ้งรายละเอียดว่า ตั้งอยู่ ณ.บริเวณ จุดกองคันหิน ตรงจุดที่เจ้าหน้าที่ ชุดปฏิบัติการณ์ตรวจสอบอย่างแน่ชัด และจะได้กำหนดเขต พื้นที่โบราณสถาน ห่าง ออกไป 500 เมตร พร้อมทั้งขอคืนพื้นที่ เพื่อปักป้าย ประกาศ เขต โบราณสถาน และขอเปิดแนวรั้วลวดหนามของโรงงานเอกชน ที่ล้อมรอบ โรงงาน ออกเพื่อตัดถนนเส้นทางเช้า-ออกโดยไม่ต้องผ่านเข้าทางด้านหน้าโรงงาน เพื่ออนุรักษ์โบราณสถาน ไว้ให้ ประชาชนได้ เข้าไปศึกษาหาความเกี่ยวกับ โบราณสถาน สมบัติชิ้นสำคัญของชาติต่อไป