เมื่อวันที่ 30 เมษายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่สำนักงานยุติธรรมจังหวัดเพชรบูรณ์ นายสุเมธ สงคราม อายุ 80 ปี ข้าราชการครูบำนาญซึ่งพิการทางสายตา, นางโสภี สงคราม อายุ 52 ปี ภรรยานายสุเมธ อยู่บ้านเลขที่ 546/1 ซอย 10 หมู่ 2 ต.ดงขุย อ.ชนแดน จ.เพชรบูรณ์ พร้อมด้วยนางรัตนาภรณ์ มิ่งเมือง อายุ 38 ปี อาสาสมัครผู้คุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กระทรวงยุติธรรม เข้าขอความช่วยเหลือ หลังจากทั้งหมดถูกนายทุนเงินกู้แจ้งความกล่าวหา ว่าร่วมกันเรียกสินบนเพื่อเคลียร์คดี กรณีที่นายสุเมธ ซึ่งเป็นเจ้าของที่ดิน 19 ไร่ฟ้องร้องนายทุนเงินกู้รายนี้ กระทั่งศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษนายทุนเงินกู้ ปัจจุบันเรื่องอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์ โดยมีนายบุญธรรม แก้วเขียว ที่ปรึกษากฎหมาย ประจำสำนักงานยุติธรรมจังหวัดเพชรบูรณ์ ให้คำปรึกษาในเบื้องต้น

นางรัตนาภรณ์กล่าวว่า ไม่เคยไปเรียกร้องสินบนจากนายทุนตามที่มีการกล่าวอ้างแต่อย่างใด ซึ่งหลังจากศาลมีคำพิพากษาแล้วนายทุนรายนี้พร้อมญาติ ได้พยายามขอเจรจาไกล่เกลี่ยกับนางโสภี โดยมีทหารและกำนันอยู่ในเหตุการณ์ด้วย และมีการเชิญตนไปร่วมในภายหลัง ซึ่งทางนายทุนเสนอเงินให้ก้อนหนึ่งและคืนโฉนดให้ โดยนางโสภีพร้อมรับข้อเสนอที่นายทุนยื่นให้ แต่นายทุนกลับเงียบหายไปเฉยๆ
“กระทั่งเมื่อวันที่ 24 เมษายนที่ผ่านมา ทางพนักงานสอบสวน สภ.ดงขุย ได้เชิญไปพบ พร้อมแจ้งให้ทราบว่า ทางนายทุนเข้าแจ้งความกล่าวโทษดิฉันและสามี รวมทั้งนางโสภี โดยอ้างว่าร่วมกันเรียกสินบนเพื่อนำไปให้เจ้าหน้าที่เพื่อเคลียร์คดี ก็เลยยังงงว่าเป็นไปได้ยังไง จึงพากันมาขอความช่วยเหลือจากทางยุติธรรมจังหวัดฯ” นางรัตนาภรณ์กล่าว
อย่างไรก็ตาม ระหว่างที่นางโสภีให้ข้อมูลกับที่ปรึกษากฎหมายนั้น นายสุเมธถึงกับหลั่งน้ำตา หลังจากที่ภรรยาและพวกต้องถูกนายทุนรายนี้แจ้งดำเนินคดี จนทำให้บรรยากาศสุดเศร้า กระทั่งเจ้าหน้าที่ต้องพูดจาปลอบโยน

อนึ่ง คดีนายสุเมธฟ้องร้องนายทุนนั้น สืบเนื่องจากนายสุเมธได้นำโฉนดที่ดินเนื้อที่ 19 ไร่ 46 ตารางวาไปจดจำนองไว้ แต่ภายหลังนายทุนปลอมแปลงลายมือชื่อนายสุเมธในใบมอบอำนาจพร้อมไถ่ถอนที่ดินและขายที่ดินให้กับตนเอง กระทั่งนายสุเมธและภรรยาได้เข้าร้องทุกข์ต่อกระทรวงยุติธรรมจนได้รับการยื่นมือช่วยเหลือ ต่อมานายสุเมธเข้าร้องทุกข์กล่าวโทษนายทุนรายนี้ จนมีการตรวจพิสูจน์ลายชื่อนายสุเมธ กระทั่งผลยืนยันไม่ใช่ลายมือนายสุเมธ ทางพนักงานอัยการจึงได้สั่งฟ้องฯ จนราวเดือนสิงหาคมปี 2560 ผู้พิพากษามีคำตัดสินพิพากษาสั่งจำคุกนายทุน 2 ปีและให้คืนโฉนดที่ดิน หากคืนไม่ได้ให้ชดใช้เงินแก่ผู้เสียหายจำนวน 1.8 ล้านบาท ล่าสุด คดีนี้อยู่ในชั้นการพิจารณาของศาลอุทธรณ์

