‘เจ้าคณะอำเภอท่าอุเทน’ ลาสิกขาปริศนา คาด เคยหนีเที่ยวคาราโอเกะ ชาวบ้านแย้ง ทำเพราะหมดบุญในทางธรรม

1.05.18 | 09:21 น.

เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังมีข่าวทางสื่อโซเชียลว่ามีพระชั้นผู้ใหญ่ตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดดังแห่งหนึ่งในเขตเทศบาลตำบลท่าอุเทน และยังเป็นถึงเจ้าคณะอำเภอท่าอุเทน หนีเที่ยวร้านคาราโอเกะแห่งหนึ่งในเขตเทศบาลเมืองมุกดาหาร เมื่อกลางดึกของคืนวันที่ 26 เมษายน 2561 ที่ผ่านมา จนกระทั่งมีเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองมุกดาหาร ไปตรวจสอบ พบเห็น และจำได้ว่าเป็นพระเจ้าคณะอำเภอชื่อดัง เนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจรายหนึ่งเคยไปรับราชการในพื้นที่ อ.ท่าอุเทน จ.นครพนม จึงมีการประสานงานตรวจสอบทั้งเอกสารบัตรประจำตัวประชาชน และมีการสอบถามไปยังคนในพื้นที่ ยืนยันว่าเป็น พระมหาสมัย สอนซ้าย หรือพระมหาสมัย สิทธิชโย อายุ 46 ปี เจ้าอาวาสวัดไตรภูมิ ต.ท่าอุเทน อ.ท่าอุเทน จ.นครพนม และยังมีตำแหน่งเป็นถึงเจ้าคณะอำเภอท่าอุเทน แต่อยู่ในชุดฆราวาส อีกทั้งยังเข้าไปเที่ยวร้านคาราโอเกะ จึงได้ตรวจสอบเป็นหลักฐาน พร้อมแจ้งไปยังหน่วยงานเกี่ยวข้อง เพื่อดำเนินการทางวินัยสงฆ์ แต่ไม่ได้ควบคุมตัว เนื่องจากไม่ได้กระทำผิดทางกฎหมาย

ภายหลังมีข่าวแพร่ไปทางโซเชียล ทางผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปตรวจสอบข้อเท็จจริง ทราบว่า หลังเกิดเรื่อง พระมหาสมัย สิทธิชโย เจ้าอาวาสวัดไตรภูมิ และเจ้าคณะอำเภอท่าอุเทน ได้เดินทางไปลาสิกขา โดยไม่ทราบสาเหตุ กับพระเทพวรมุนี เจ้าอาวาสวัดพระธาตุพนม เจ้าคณะจังหวัดนครพนม ที่วัดพระธาตุพนมวรมหาวิหาร อ.ธาตุพนม จ.นครพนม แต่ไม่มีใครเปิดเผยถึงเหตุผล จนกระทั่งล่าสุด พบว่า พระมหาสมัย เจ้าอาวาสวัดไตรภูมิที่ตกเป็นข่าวหายตัวปริศนา ไม่กลับวัด รวมถึงสอบถามไปทางญาติพี่น้อง ยืนยันว่าไม่ได้ติดต่อกลับมาเลย สร้างความแปลกใจให้กับชาวบ้านทั้งอำเภอ รวมถึงคนที่เคารพนับถือเป็นอย่างมาก
เนื่องจากเจ้าอาวาสวัดไตรภูมิถือเป็นพระนักพัฒนาที่มีชื่อเสียง เป็นที่รักใคร่ เคารพศรัทธาของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ และใช้ชีวิตในเส้นทางธรรมมาตลอด บวชเรียนมาตั้งแต่อายุ 9 ขวบ ศึกษาหาความรู้ด้านพระธรรมวินัยมานานกว่า 40 ปี จนกระทั่งจบการศึกษาชั้นเปรียญธรรม 7 โดยมาดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัด และพัฒนาทำนุบำรุงวัดมานานเกือบ 20 ปี และได้รับตำแหน่งเป็นเจ้าคณะอำเภอตั้งแต่ปี 2550

ล่าสุด ทางด้านนายสุพจน์ คงทอง ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดนครพนม ได้ระบุถึงแนวทางในการตรวจสอบว่า หลังเกิดเรื่องได้มีการตรวจสอบว่าเป็นเรื่องจริง แต่ทางพระเจ้าอาวาสได้ลาสิกขาออกไปแล้ว ถือว่าจบกระบวนการ สามารถเอาผิดและถือว่าไม่มีความผิดทางวินัยสงฆ์แล้ว จากนั้นในการดำเนินการจะเป็นหน้าที่ของคณะสงฆ์ที่กำกับดูแลตามหน้าที่ ทำการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบทรัพย์สินของวัดทั้งหมด ว่าสูญหายหรืออยู่ครบหรือไม่ รวมถึงเป็นหน้าที่ของเจ้าคณะตำบลที่จะมีอำนาจตั้งรักษาการเจ้าอาวาสมาดูแล

ด้าน นางอิมอร บุพศิริ อายุ 58 ปี ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 3 ชุมชนวัดไตรภูมิ อ.ท่าอุเทน จ.นครพนม เปิดเผยว่า สำหรับ พระมหาสมัย เจ้าอาวาสวัดไตรภูมิ เจ้าคณะอำเภอท่าอุเทนนั้น ถือว่าเป็นนักพัฒนา เป็นที่เคารพนับถือ เป็นที่รักใคร่ของชาวบ้านในพื้นที่ รวมถึงลูกศิษย์มาหลายสิบปี ซึ่งจากประวัติส่วนตัว ท่านบวชสามเณรมาตั้งแต่อายุ 9 ขวบ เพราะบ้านเกิดเป็นคน ต.ท่าจำปา อ.ท่าอุเทน จ.นครพนม จนกระทั่งได้รับตำแหน่งถึงเจ้าอาวาสและเจ้าคณะอำเภอ ที่ผ่านมายืนยันว่าเป็นพระที่ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ ไม่เคยมีเรื่องประวัติเสื่อมเสียทุกด้าน แต่พอชาวบ้านทราบข่าวลักษณะนี้ว่าหนีเที่ยว ชาวบ้านไม่ได้ติดใจ เพราะไม่ได้ทำให้วัดเสียหายร้ายแรง แต่คงเป็นชะตากรรม หรือเป็นปัญหาส่วนตัว และคิดสั้นชั่ววูบ พอหลังมีเรื่องได้ลาสิกขา เพราะท่านคงสำนึกได้

Advertisement

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ชาวบ้านพูดถึงคือ เสียดายความรู้ ความสามารถที่ได้สร้างมา หลังมีข่าวออกไปท่านไม่ได้กลับเข้าวัด และไม่ติดต่อมาเลย ขนาดลูกหลานที่มาบวชเรียนด้วยยังไม่มีการติดต่อ ยอมรับว่าเรื่องนี้ช็อกทั้งอำเภอ แต่ยืนยันว่า ทรัพย์สินเงินทอง รวมถึงทรัพย์สมบัติของวัดไม่ได้เสียหาย เพราะมีคณะกรรมการดูแลทั้งหมด

 

ส่วนสามเณรโอม อายุ 15 ปี หลานชายเจ้าอาวาสที่บวชเรียนในวัด เปิดเผยว่า วันเกิดเรื่องได้เดินทางขึ้นรถไปกับเจ้าอาวาสจริง ออกจากวัดเวลาประมาณ 20.00 น. วันที่ 26 เมษายน 2561 โดยมีญาติเป็นคนขับรถ และมีสามเณรในวัดเดินทางไปด้วยอีกรูปหนึ่ง แต่ไม่รู้ว่าจะไปไหน เพียงแต่ชวนไปด้วย แจ้งว่าจะไปทำธุระส่วนตัว จากนั้นได้นั่งรถไปถึงมุกดาหาร แต่ไม่ได้ยินว่าติดต่อกับใครในรถ จากนั้นจึงพากันหลับ ไม่ได้สนใจมาก จนกระทั่งรู้สึกตัวอีกทีมาถึงวัด จึงพากันขึ้นไปนอนที่กุฏิมิไม่ได้สนใจว่าพระเจ้าอาวาสไปไหน จนกระทั่งมาทราบข่าวในวันต่อมาว่าพระเจ้าอาวาสลาสิกขาแล้ว ตอนแรกไม่เชื่อ จนมารู้ว่าท่านไม่อยู่แล้ว จึงรู้ว่าเรื่องจริง

นอกจากนี้ทางด้าน นายศุภโชค เทียนทอง วัฒนธรรมอำเภอท่าอุเทน ออกมาเปิดเผยว่า สำหรับพระมหาสมัย เจ้าอาวาสวัดไตรภูมิที่ตกเป็นข่าว ตลอดเวลาที่ผ่านมาที่เคยได้ทำงานร่วมกับวัดและได้รู้จักกับท่าน ยืนยันว่าเป็นพระนักพัฒนาที่มีความรู้ความสามารถ เป็นที่รักใคร่ เคารพนับถือของประชาชนทั้งอำเภอ เพราะท่านพัฒนาดูแลวัดให้ มีความเจริญรุ่งเรืองมาตลอด เพราะเป็นวัดดังที่มีชื่อเสียง และยังเป็นพระชั้นผู้ใหญ่ จบการศึกษาระดับเปรียญธรรม 7 หรือสูงกว่าชั้นพระครู ส่วนหนึ่งตนเชื่อว่าท่านคงหมดบุญในทางธรรม ทำให้เกิดกิเลสตันหา เกิดอารมณ์ชั่ววูบ ตัดสินใจไปเที่ยวในสถานบันเทิง

“ยอมรับว่า ชาวบ้านยังรับไม่ได้ ช็อกกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ถึงแม้จะประพฤติตนผิดวินัยสงฆ์ แต่ส่วนหนึ่งอยากให้สังคมนึกถึงความดีงามที่ท่านสร้างไว้ เพราะหลังเกิดเรื่องถือว่าท่านได้สำนึก และมีสปิริตพอ จึงได้ลาสิกขา” นายศุภโชคกล่าว