หน้าแรก ภูมิภาค สรส.หาดใหญ่ จ...

สรส.หาดใหญ่ จี้ รบ.เลิกนโยบายแปรรูปรัฐวิสาหกิจ ยุติการคอร์รัปชั่นทุกรูปแบบ

1.05.18 | 14:55 น.

เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม รายงานข่าวจากที่ทำการสมาพันธ์แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ (สรส.) สาขาหาดใหญ่ แจ้งว่า บริเวณสถานีรถไฟหาดใหญ่ เขตเทศบาลนครหาดใหญ่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา มีผู้ใช้แรงงานจาก สรส.สาขาหาดใหญ่, มูลนิธิพัฒนาแรงงานและอาชีพ Migrant Worker Rights Network (MWRN), Southern Seafood industry Workers Group (SSWG) และเครือข่ายภาคประชาสังคม ประมาณ 200 คน ร่วมเดินขบวนเนื่องในวันแรงงานแห่งชาติ จากนั้นมีตัวแทนสมาพันธ์แรงงานอ่านแถลงการณ์ ก่อนจะเดินขบวนไปตามถนนสายหลักของตัวเมืองหาดใหญ่ เพื่อมอบหนังสือถึงนายกรัฐมนตรีผ่านทางผู้ว่าราชการจังหวัด


นายวิรุฬห์ สะแกคุ้ม เลขาธิการ สรส.สาขาหาดใหญ่ และเป็นตัวแทนกลุ่มอ่านข้อเรียกร้อง กล่าวถึงธรรมาภิบาลในการบริหารงาน โดยรัฐต้องยกเลิกนโยบายการแปรรูปรัฐวิสาหกิจหรือการแปลงสภาพรัฐวิสาหกิจทุกรูปแบบ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง รัฐต้องยกเลิกการออกกฎหมายที่เป็นเครื่องมือในการแปรรูปรัฐวิสาหกิจ คือ ร่าง พ.ร.บ.การพัฒนาการกำกับดูแลและบริหารรัฐวิสาหกิจ พ.ศ. … และ ร่าง พ.ร.บ.การขนส่งทางราง พ.ศ. … ที่จะนำไปสู่การแปรรูปรัฐวิสาหกิจรถไฟ

“กรณีรัฐบาลมีนโยบายในการจัดตั้งบริษัทโครงข่ายบรอดแบนด์แห่งชาติ (NBN) ซึ่งเป็นบริษัทภายใต้การกำกับดูแลของ บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) และบริษัทโครงข่ายระหว่างประเทศและศูนย์ข้อมูลอินเตอร์เน็ต (NGDC) ซึ่งเป็นบริษัทภายใต้การกำกับดูแลของ กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) และจะถ่ายโอนทรัพย์สินของบริษัทแม่ไปยังบริษัทลูก และในอนาคตก็จะยกเลิก โดยให้เอกชนมาบริหารจัดการแทน

“รัฐต้องจัดสวัสดิการให้ถ้วนหน้า เช่น ด้านสาธารณสุข การศึกษา ให้ประชาชนทุกคนเข้าถึงอย่างเท่าเทียม ไม่เลือกปฏิบัติ รัฐต้องยุติการทุจริตและคอร์รัปชั่นทุกรูปแบบ รัฐต้องมีมาตรการให้นายจ้างหยุดคุกคามและเคารพสิทธิแรงงานและสิทธิสตรี รัฐต้องหยุดนโยบายที่ว่าด้วยการลดสวัสดิการพนักงานรัฐวิสาหกิจ เอกชนและครอบครัว รัฐต้องให้มีศูนย์เด็ก 3-4 ปี ในชุมชนของแรงงานนอกระบบอย่างสอดคล้องและเหมาะสม ต้องมีมาตรการในการควบคุมสินค้าอุปโภคบริโภคในราคาที่เป็นธรรม” นายวิรุฬห์กล่าว

Advertisement

นายวิรุฬห์กล่าวต่อว่า รัฐต้องให้สัตยาบันอนุสัญญาองค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO) ฉบับที่ 87 ว่าด้วยเสรีภาพในการสมาคมและการคุ้มครองสิทธิในการรวมตัวกัน และอนุสัญญาฯฉบับที่ 98 ว่าด้วยการปฏิบัติตามหลักการแห่งสิทธิในการรวมตัวและการร่วมเจรจาต่อรอง เพื่อสร้างหลักประกันในสิทธิในการรวมตัวและการเจรจาต่อรอง และอนุสัญาที่ 183 ว่าด้วยการคุ้มครองความเป็นมารดา

“การคุ้มครองสิทธิในระบบประกันสังคม รัฐต้องจัดให้เกิดการปฏิรูประบบประกันสังคม ประกันสุขภาพคนทำงานถ้วนหน้า โครงสร้างการบริหารงานเป็นอิสระโปร่งใสตรวจสอบได้ โดยให้ผู้ประกันตน มาตรา 33, 39, 40 มีส่วนร่วม เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมทางสังคม เพิ่มสิทธิผู้ประกันตน มาตรา 40 ให้เท่ากับมาตรา 33 รัฐต้องจัดสิทธิประโยชน์ในกรณีสงเคราะห์บุตร ในแรงงานในระบบและนอกระบบถ้วนหน้า ขยายกรอบเวลาการเข้าถึงสิทธิประโยชน์ในกองทุนเงินทดแทนจนสิ้นสุดการรักษาตามคำวินิจฉัยของแพทย์ เพิ่มสิทธิประโยชน์กรณีชราภาพเป็น 50 เปอร์เซ็นต์ของเงินเดือนสุดท้าย รัฐต้องบริหารจัดจัดการให้แรงงานข้ามชาติเข้าถึงสิทธิในประกันสังคม และกองทุนเงินทดแทน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเข้าถึงสิทธิชราภาพในประกันสังคม อย่างเร่งด่วน

“รัฐต้องจัดตั้งกองทุนประกันความเสี่ยงจากการลงทุน โดยให้นายจ้างและรัฐบาลสมทบเงินเข้ากองทุน เพื่อเป็นหลักประกันในการคุ้มครองสิทธิแรงงาน เมื่อมีการเลิกจ้าง และรัฐต้องจัดสรรงบประมาณและเร่งรัดให้มีการพัฒนากลไกการเข้าถึงสิทธิ การบังคับใช้ พ.ร.บ.ความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานอย่างจริงจัง ภายใต้การมีส่วนร่วมของกลุ่มผู้ใช้แรงงานทุกภาคส่วน และรัฐต้องยกเลิกการใช้แร่ใยหินในทุกรูปแบบ” นายวิรุฬห์กล่าวปิดท้าย