กรณีที่ใบปลิวลงนามโดยกลุ่มผู้ใช้ชื่อ “พวกเรา พนักงาน เจ้าหน้าที่ เทศบาลนครนครศรีธรรมราช” ทวงถามเงินจำนวน 1 ล้านบาท ซึ่งเป็นเงินบริจาคของนายจิมมี่ ชวาลา เจ้าของห้างผ้าชื่อดัง เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจให้กับเจ้าหน้าที่ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเทศบาลนครนครศรีธรรมราช หลังช่วยชีวิตและรักษาทรัพย์สินไว้ได้ขณะเกิดเหตุเพลิงไหม้บริเวณร้านจำหน่ายรองเท้าซึ่งอยู่ติดกับห้างผ้า มีการระบุ เงินบริจาคที่เหลือ 5 แสนบาทหายไป ใบปลิวดังกล่าวมีการระบุพาดพิงถึงปลัดเทศบาล และหัวหน้าฝ่ายป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย รรท.หน.สำนักปลัด ไม่โปร่งใส รู้เห็นเป็นใจและมุบมิบเงินจำนวนที่เหลือดังกล่าว โดยร้องขอให้ผู้ใหญ่ของจังหวัด รวมถึงผู้สื่อข่าวตรวจสอบความถูกต้อง เนื่องจากระบุว่าเงินนั้นจะต้องเป็นของเจ้าหน้าที่ทุกคนที่ทำหน้าที่เพื่อสังคม เหตุเกิดเมื่อวันที่ 27 เมษายนที่ผ่านมานั้น
ความคืบหน้าล่าสุด วันที่ 1 พฤษภาคม ที่ห้องประชุมชั้น 5 อาคารลานจอดรถเทศบาลนครนครศรีธรรมราช นายพงศ์สินธุ์ เสนพงศ์ รักษาราชการแทนนายกเทศมนตรีเทศบาลนครนครศรีธรรมราช พร้อมด้วยนายประจักษ์ ทองบัว ปลัดเทศบาล นางวชิรา ยุพการนนท์ ผู้อำนวยการสำนักการคลัง และนายยงยุทธ เหล่าเจริญเกียรติ หัวหน้าฝ่ายป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย รรท.หน.สำนักปลัด ได้เรียกประชุมเจ้าหน้าที่ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ทน.นครศรีธรรมราชทั้งหมด โดยนำเอกสารหลักฐานการเบิกจ่าย บัญชีรายนามผู้รับเงิน รวมถึงสมุดบัญชีเงินฝาก “เงินช่วยเหลือฝ่ายป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย” มาชี้แจงรายละเอียดต่อหน้าเจ้าหน้าที่ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยที่อยู่ในความรับผิดชอบทั้งหมด เพื่อให้เกิดความเข้าใจตรงกัน

นายประจักษ์กล่าวเปิดใจกับเจ้าหน้าที่ป้องกันฯทุกนายว่า ให้มีความรักกับองค์กรมากขึ้น ต้องรักเทศบาล หากไม่เข้าใจให้ถาม กรณีที่เกิดขึ้นนี้ให้ช่วยกันเป็นกระบอกเสียงให้กัน โดยเงินจำนวนดังกล่าวยังคงอยู่ และทุกอย่างที่เกิดขึ้นเป็นไปตามวัตถุประสงค์ของเจ้าของเงิน จะจ่ายแบบเฉลี่ยได้อย่างไร อยากให้ทุกคนเข้าใจ เพราะเจ้าของเงินระบุมาเช่นนี้ รู้แล้วว่าใครทำ ขอให้สังคมลงโทษเขา
ด้าน นายยงยุทธกล่าวว่า จากเหตุการณ์ไฟไหม้ตึกย่านท่าวัง ใกล้กับอาคารของคุณจิมมี่ ชวาลา พนักงานป้องกันฯ เทศบาลนครนครศรีธรรมราชได้เข้าไประงับเหตุ และคุณจิมมี่มีความประสงค์จะบริจาคเงิน โดยส่งพนักงานของร้านเข้ามาประสานขอบริจาคเงิน 1,000,000 บาท และขอทราบแนวทางการใช้เงินบริจาคของเทศบาลว่าเป็นอย่างไร โดยไม่ต้องนำเงินเข้าระบบราชการ เพื่อให้การเบิกจ่ายมีความคล่องตัว ซึ่งทางหัวหน้าฝ่ายป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยได้ชี้แจงว่า เงินจำนวนดังกล่าวแบ่งออกเป็น 3 ส่วน คือ 1. มอบให้กับผู้ปฏิบัติงานวันเกิดเหตุ 2.มอบให้พนักงานดับเพลิงที่เป็นเจ้าหน้าที่ทุกคน และ 3.ตั้งเป็นกองทุนเพื่อช่วยเหลือฝ่ายป้องกันบรรเทาสาธารณภัย และเมื่อคุณจิมมี่ทราบจึงได้มอบเงินจำนวนดังกล่าว
โดยเทศบาลได้ดำเนินการจ่ายเงินให้กับพนักงานป้องกันฯ คือ 1.พนักงานดับเพลิงวันเกิดเหตุ จำนวน 42 คน คนละ 7,000 บาท รวม 294,000 บาท 2.มอบให้พนักงานดับเพลิง 68 คน คนละ 3,000 บาท รวม 204,000 บาท และ 3.มอบเงินให้ผู้บาดเจ็บ 1 คน 9,000 บาท รวมเป็นเงินกว่า 500,000 บาท
ส่วนเงินที่เหลืออีก 500,000 บาท ได้เปิดบัญชีเงินฝากในชื่อบัญชี “เงินช่วยเหลือฝ่ายป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย” วงเงิน 500,000 บาท โดยมีผู้ที่สามารถลงนามถอนเงินได้ 2 ใน 3 คนคือ 1.นายประจักษ์ ทองบัว 2. นางวชิรา ยุพการนนท์ และ 3.นายยงยุทธ เหล่าเจริญเกียรติ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังเลิกประชุม เจ้าหน้าที่ทุกคนต่างกลับไปปฏิบัติหน้าที่ตามปกติ โดยเจ้าหน้าที่รายหนึ่งระบุว่า พอใจที่ผู้บริหารเรียกคุยแบบเปิดอก ทุกคนคลางแคลงใจมาตลอด คน 100 คน เข้าใจไม่กี่คน ที่เหลือก็ย่อมพูดกันธรรมดา แต่เมื่อคุยกันแบบนี้ก็ถือว่าดี ทุกอย่างจะได้ลงเอยกันด้วยดี


