ผู้ว่าฯกาฬสินธุ์ ให้ปลัดหน้าห้องรองผู้ว่าฯพ้นราชการ ตั้งกรรมการสอบวินัยร้ายแรง ย้ำโยงใครพัวพันยาเสพติดไล่ออกเรียบ ขณะที่เมื่อคืนนี้พ่อเมืองนำทีมเข้าระงับเหตุลูกเมายาคลั่งพยายามทำร้ายบุพการี ระงับเหตุพ่อเลี้ยง-ลูกเลี้ยงเมายาทำร้ายร่างกายกันขณะออกตรวจด่านชุมชน
เมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อช่วงกลางดึกที่ผ่านมาตั้งแต่เวลา 19.00 น.- 00.00 น. นายไกรสร กองฉลาด ผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ นายชาญชัย ศรศรีวิชัย นายอำเภอเมืองกาฬสินธุ์ พ.ต.อ.รัชพล เสริมศรัญย์ ผกก.สภ.เมืองกาฬสินธุ์ พร้อมด้วยปลัดอำเภอ เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง อ.เมืองกาฬสินธุ์ เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองกาฬสินธุ์ ทหารกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย จ.กาฬสินธุ์ เจ้าหน้าที่ กอ.รมน.กาฬสินธุ์ เจ้าหน้าที่สาธารณสุขอำเภอเมืองกาฬสินธุ์ ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ทั้งตำรวจ ทหาร ฝ่ายปกครอง เจ้าหน้าที่ อป.พร.และชรบ.หมู่บ้านที่กำลังปฏิบัติหน้าที่จัดตั้งเวร-ยามตามถนนและจุดเสี่ยงต่างๆที่บ้านหามแห ต.โพนทอง บ้านหนาด ต.เหนือ และบ้านเชียงเครือ ต.เชียงเครือ อ.เมือง จ.กาฬสินธุ์ พร้อมทั้งสุ่มตรวจปัสสาวะกลุ่มวัยรุ่น เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด ตามยุทธการฟ้าแดดสงยาง ปรากฎว่า มีชายเมายาบ้า และเมาสุรา อาละวาด คุ้มคลั่ง ทำลายทรัพย์สิน ใช้มีดข่มขู่กำลังจะร้ายร่างกายและขู่ฆ่ามารดา เนื่องจากน้อยใจและคิดไปเองว่ามารดาไม่รัก
ต่อมามีเหตุทำร้ายร่างกายกันระหว่างพ่อเลี้ยงกับลูกเลี้ยง ที่บ้านเลขที่ 101 บ้านฉิมลี ม.2 ต.เหนือ อ.เมือง จ.กาฬสินธุ์ ซึ่งนายไกรสร กองฉลาด ผู้ราชการ จ.กาฬสินธุ์ จึงได้เข้าพื้นที่และพร้อมกับเจ้าหน้าที่และ ชรบ. ต.เหนือเข้าระงับเหตุ ซึ่งพบนายวิไลย์ หาอินทร์ อายุ 44 ปี ลูกเลี้ยง อยู่ในอาการอาละวาด คลุ้มคลั่ง และกำลังทำร้ายร่างกายกันกับนายไพบูลย์ จำปาธิ อายุ 54 ปี พ่อเลี้ยง โดยนายวิไลย์ มีอาวุธมีด ส่วนนายไพบูลย์มีท่อนไม้ไผ่ยาวประมาณ 2 เมตร แต่ถูกฟันเข้าที่โหนกแก้มข้างขวา ซึ่งเมื่อเจ้าหน้าที่ควบคุมสถานการณ์ได้แล้ว จึงสอบถามสาเหตุ โดยลูกเลี้ยงอ้างว่าถูกพ่อเลี้ยงทำร้ายร่างกายก่อน จึงทำร้ายร่างกายพ่อเลี้ยงคืน และเกิดการทำร้ายร่างกายกัน เจ้าหน้าที่จึงได้ดำเนินการตรวจปัสสาวะผู้ก่อเหตุทั้ง 2 ราย ซึ่งปรากฏผลเป็นบวกมีสารเสพติด และทั้งสองรายก็ยอมรับสารภาพว่าเสพยาบ้าจริงจนมีอาการเมายา ควบคุมสติและอารมณ์ไม่อยู่จึงทำร้ายร่างกายกัน เจ้าหน้าที่จึงนำตัวทั้ง 2 รายส่งสถานีตำรวจภูธรเมืองกาฬสินธุ์ เพื่อดำเนินคดีในข้อหาเสพยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 (ยาบ้า)โดยผิดกฎหมาย
ด้านนายไกรสรกล่าวว่า สำหรับกรณีนายศุภสิทธิ์ นาชัยเวียงเจ้าพนักงานปกครองปฏิบัติการที่ทำการปกครองจังหวัดกาฬสินธุ์ หน้าห้อง นายเธียรชัย อัจฉริยพันธุ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ หนึ่งไปพัวพันกับเครือข่ายยาบ้านั้น ขณะนี้ได้ทำคำสั่งให้ออกราชการไปเป็นที่เรียบร้อย เพื่อความสะดวกในการทำงาน ในด้านวินัยนั้นก็ได้ตั้งกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรง เพราะถือว่าเป็นความผิดตามระเบียบของสำนักนายกรัฐมนตรี ซึ่งในส่วนของตำรวจหากผลการสอบพบว่าเป็นเรื่องของการสมคบที่ไปเกี่ยวข้องในส่วนของคดีอาญา ก็ให้ดำเนินคดีต่อไป
“ยุทธการฟ้าแดดสงยางนั้น เป็นไปตามนโยบาย รัฐบาล ที่ต้องการป้องกันปราบปรามยาเสพติดให้หมดสิ้นไป อีกทั้งยังเป็นการเป็นการขับเคลื่อนโครงการกาฬสินธุ์แฮปปี้เนสโมเดล ตามนโยบาย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เนื่องจากปัญหายาเสพติดเป็นเป็นปัญหาหลักที่ในที่จะแก้ไขปัญหาความยากจน และขับเคลื่อนโครงการไทยนิยม ยั่งยืน เนื่องจากผลการประชาคมส่วนใหญ่เกือบทุกหมู่บ้านประชาชนต้องการให้แก้ไขปัญหายาเสพติด ซึ่งปฏิบัติการดังกล่าวจะดำเนินการอย่างเข้มข้นและจริงจัง โดยเฉพาะการระดมกวดล้างยาเสพติดทุกรูปแบบในช่วง 3 เดือนตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2561ถึง 31 กรกฎาคม 2561 เพื่อให้ยาเสพติดหมดสิ้นไป หรือไม่ก็ให้ลดลง เพื่อที่จะไม่เป็นภัยต่อลูกหลานเยาวชนและเป็นสาเหตุการเกิดอาชญากรรม ซึ่งจะเห็นได้จากเหตุการณ์ทั้ง 2 เหตุนี้ ทั้งลูกพยายามขู่ทำร้ายแม่บังเกิดเกล้า และพ่อเลี้ยงกับลูกเลี้ยงทำร้ายร่างกายกัน ซึ่งสาเหตุเกิดจากเมายาบ้าทั้งหมด ดังนั้นเจ้าหน้าที่และประชาชนจะต้องร่วมไม้ร่วมมือช่วยกันป้องกันและกวาดล้างยาเสพติดให้หมดไปจากสังคม” ผวจ.กาฬสินธุ์ กล่าว
อย่างไรก็ตามมีรายงานว่า นอกจากทั้ง 18 อำเภอ ซึ่งกำลังปูพรมตรวจปัสสาวะ ผู้ใหญ่บ้าน และกำนันรวม 1,719 คน พบมีฉี่ม่วง จำนวน 3 คน ขณะที่ข้าราชการทางปกครองกว่า 1,400 คน นั้น ยังไม่พบว่ามีฉี่สีม่วง ขณะเดียวกันทาง ด้าน พล.ต.ต.มนตรี จรัลพงศ์ ผบก.ภ.จว.กาฬสินธุ์ ได้นำข้าราชการตำรวจมาตรวจปัสสาวะ รวม 181 นาย ต่อหน้าเจ้าพนักงานปกครองอำเภอเมืองกาฬสินธุ์ ซึ่งผลการตรวจก็ปรากฏว่าไม่พบฉี่สีม่วงแต่อย่างใด

