เมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม พ.ต.ท.ปาณเดชา มะโนเลิศ สารวัตรสอบสวน สภ.เมืองสมุทรสาคร ได้รับแจ้งเหตุว่า มีการยิงกันระหว่างเจ้าหน้าที่ตำรวจกับนักค้ายาเสพติด และมีผู้ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจวิสามัญ 1 ราย อีกทั้งยังมีเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับบาดเจ็บอีก 1 นาย เหตุเกิดที่บ้านเลขที่ 926/58 ข ถ.เศรษฐกิจ ต.มหาชัย อ.เมือง จ.สมุทรสาคร ตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมด้วย พล.ต.ท.กิตติพงษ์ เงามุข ผบช.ภ.7,พล.ต.ต.สุรพงษ์ ชัยจันทร์ รองผบช.ภ.7,พล.ต.ต.มานะ อินพิทักษ์ ผบก.ภ.จว.สมุทรสาครเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ เป็นบ้านทาวน์เฮ้าส์สองชั้นครึ่งปูนครึ่งไม้ เนื้อที่ประมาณ 20 ตารางวา ผู้ถูกวิสามัญนั้น นายศุภรัชฎ (เจ) หงษ์เจริญ อายุ 31 ปี ลูกชายเจ้าของบ้าน ถูกอาวุธปืนยิงเข้าที่หน้าอก และลำตัว 2 นัด เสียชีวิตอยู่บนชั้นที่ 2 ของบ้าน สภาพศพ ถอดเสื้อและนุ่งกางเกงยางยืดขาสั้นลายสีเขียวดำ ข้างกายพบอาวุธปืนขนาด 6.35 มม. ของผู้เสียชีวิตและกระสุนปืนขนาด 9 มม. และ 11 มม. ตกอยู่รวม 2 ปลอก จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน นอกจากนี้จากการตรวจค้นภายในห้องนอนของผู้ตายที่อยู่ชั้นล่างของบ้าน ยังพบยาบ้ากว่า 2,000 เม็ด ยาอี 50 เม็ด ยาไอซ์ 4 ถุง น้ำหนักประมาณ 1 ขีด เงินสดจำนวน 35,000บาท และอาวุธปืนไทยประดิษฐ์อีกหลายกระบอก แต่ทั้งนี้ทางด้านของ พล.ต.ท.กิตติพงษ์ เงามุข ผบช.ภ.7 ก็อนุญาตให้สื่อมวลชนบันทึกภาพได้เฉพาะที่บริเวณด้านล่างเท่านั้น ไม่อนุญาตให้ขึ้นไปถ่ายภาพผู้เสียชีวิตด้านบน เนื่องจากเป็นภาพที่ไม่เหมาะสมต่อการเผยแพร่ต่อสาธารณชน
จากการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจเบื้องต้นทราบว่า ก่อนหน้านี้ พ.ต.ท.สุกฤษฎิ์ วิศิษฐ์ชนะชัย รองผกก.สส.ภ.จว.สมุทรสาคร และกำลังเจ้าหน้าที่กองกำกับการสืบสวนภูธรจังหวัดสมุทรสาครประมาณ 6 – 7 คน ได้นำหมายค้นศาลจังหวัดสมุทรสาครเลขที่ ค185/2561 เข้าทำการตรวจค้นบ้านเลขที่926/58ข ถ.เศรษฐกิจ ต.มหาชัย อ.เมือง จ.สมุทรสาคร เนื่องเจ้าเป็นบ้านเป้าหมายที่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจสืบทราบว่า นายศุภรัฐฎ มีพฤติกรรมเกี่ยวข้องกับการค้าขายยาเสพติดในลักษณะผู้ค้ารายย่อย ซึ่งขณะเข้าทำการตรวจค้นปรากฏว่า นายศุภรัชฎ ได้เห็นเป็นตำรวจจึงหนีเข้าไปหลบซ่อนตัวในห้องน้ำ พร้อมกับคาดว่าน่าจะนำยาเสพติดจำนวนหนึ่งเอาไปทิ้งในชักโครกด้วย จากนั้นก็ไม่ยอมออกมา แม้ว่าแม่ของนายศุภรัชฎ จะพยายามเรียกให้ออกมาแล้วก็ให้มอบตัว แต่นายศุภรัฐฎ ไม่ยอม อีกทั้งยังได้ประกาศด้วยว่าจะไม่ยอมให้ตำรวจจับเข้าคุกอีกอย่างแน่นอน ซึ่งพอสักพักหนึ่ง นายศุภรัชฎ ออกจากห้องน้ำแล้วยิงปืนใส่เจ้าหน้าที่ตำรวจ 2 นัด เพื่อเปิดทางหนีขึ้นไปข้างบน จนกระสุนปืนถูกที่บริเวณข้อเท้าด้านซ้ายของ ร.ต.ต.โดม สระทองใจ รองสว.กก.สส.ภ.จว.สมุทรสาคร ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ได้ยิงปืนสวนขึ้นไปทันควันเหมือนกัน จนถูกเข้าที่จุดสำคัญของคนร้ายเสียชีวิตคาที่ ส่วนร้อยตำรวจตรีโดม สระทองใจ ที่ได้รับบาดเจ็บนั้น ก็ถูกนำตัวส่งเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลสมุทรสาคร
จากการตรวจสอบประวัติของนายศุภรัชฎ พบว่าเป็นคนชอบสะสมอาวุธปืนและเคยต้องโทษจำคุกคตียาเสพติดมานาน 3 ปี เพิ่งพ้นโทษออกมาได้ไม่นานนัก แล้วก็หันกลับมาสู่ทางเดิมคือเป็นผู้ค้ายาเสพติดรายย่อยอีก ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจะได้ทำการตรวจยึดทรัพย์สินของนายศุภรัชฎ ตามพรบ.มาตรการปราบปรามยาเสพติด พ.ศ.2534 เช่น รถจักรยานยนต์รวมทั้งเงินสด พร้อมทั้งจะนำตัวแม่และน้องสาวของนายศุภรัชฎฯ มาสอบปากคำเพิ่มเติมในฐานะที่อยู่ในบ้านหลังเกิดเหตุ และจะได้ขยายผลไปตรวจสอบกลุ่มเครือข่ายแก๊งยาบ้ารายนี้เพื่อมาดำเนินการต่อไป ส่วนศพนั้นก็ได้นำส่งสถาบันนิติเวช เพื่อชันสูตรหาวิธีกระสุนและขนาดของกระสุนที่ฝังอยู่ในร่างกายผู้เสียชีวิต
ร.ต.ต.โดม สระทองใจ รอง สว.กก.สส.ภ.จว.สมุทรสาคร ที่ได้รับบาดเจ็บ[/caption]
ขณะที่ทางด้านของ พล.ต.ท.กิตติพงษ์ เงามุข ผบช.ภ.7 ก็ยังได้เดินทางเข้าเยี่ยม ร.ต.ต.โดม สระทองใจ รอง สว.กก.สส.ภ.จว.สมุทรสาคร พร้อมมอบกระเช้าและเงินจำนวนหนึ่งเพื่อเป็นขวัญกำลังใจ โดยกล่าวถึงเหตุการณ์วิสามัญว่า การเข้าตรวจค้นของเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนภูธรจังหวัดสมุทรสาครนั้น เป็นการปฏิบัติหน้าที่ตรวจค้นพื้นที่เป้าหมายผู้ค้ายาเสพติดตามวงรอบทุกวันศุกร์ ซึ่งพอเข้าไปเป้าหมายนี้กลับพบว่าผู้ต้องหาวิ่งเอายาเสพติดเข้าไปเทในชักโครกแล้วยังใช้อาวุธปืนยิงต่อสู้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจโดยยิงใส่ตำรวจก่อน ดังนั้นทางตำรวจจึงจำเป็นต้องยิงสวนไป แล้วกระสุนก็เข้าจุดสำคัญจนทำให้นายศุภรัฏชฯ เสียชีวิต ส่วนเจ้าหน้าที่เราก็บาดเจ็บที่ข้อเท้า ซึ่งทางด้านตำรวจที่ได้รับบาดเจ็บจะมีการเยียวยาโดยจะปูนบำเหน็จตามระเบียบในเรื่องขั้นเงินเดือนและเงินช่วยเหลือเบื้องต้นซึ่งจะดูตามข้อเท็จจริง

