‘คณะ กก.กระทรวงเกษตรฯ’ ร่วมติดตามการจัดการน้ำต้นทุน ต่อยอดแผนฟื้นฟูเกษตรกร

4.05.18 | 16:16 น.

เมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม ที่ฝายบ้านเสาเล้า ต.กุดเพียรขอม อ.ชนบท และฝายห้วยยาง 2 บ้านเสาเล้า ต.นางาม อ. มัญจาคีรี จ.ขอนแก่น นายฉลอง เทพวิทักษ์กิจ ประธานคณะกรรมการติดตามและประเมินผลกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นางนงนุช ศรีพุ่ม ผู้อำนวยการสำนักงานที่ดินจังหวัดขอนแก่น พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ฝ่ายวิศวกรรมและข้าราชการจากกรมพัฒนาที่ดินจากส่วนกลาง และส่วนภูมิภาค ได้เข้าศึกษารูปแบบการใช้พลังงานแสงอาทิตย์ และระบบการกระจายน้ำเข้าสู่พื้นที่แปลงเกษตรของประชาชน ที่ทางศูนย์ปฏิบัติการบรรเทาภัยอันเกิดจากน้ำ สำนักงานก่อสร้างชลประทานขนาดกลางที่ 6 กองพัฒนาแหล่งน้ำขนาดกลาง กรมชลประทาน ได้เข้าดำเนินการเป็นพี่เลี้ยงด้านองค์ความรู้ให้กับเกษตรกร ตั้งแต่การนำน้ำดิบที่เก็บกักอยู่ภายในฝายทดน้ำ และบ่อบาดาลน้ำตื้นมาใช้ประโยชน์ ด้วยการสูบน้ำด้วยพลังงานจากแสงอาทิตย์ขึ้นสู่ถังพัก ก่อนที่จะปล่อยลงสู่แปลงเกษตรปลูกพืชใช้น้ำน้อย แต่ให้ผลผลิตที่มีมูลค่าสูงและเป็นที่ต้องการของตลาด

โดยรูปแบบการบริหารจัดการน้ำต้นทุนนี้ จะช่วยให้เกษตรกรสามารถรถต้นทุนภาคการผลิต ตั้งแต่น้ำดิบเพื่อการเกษตรที่จะมีเพียงพอตลอดทั้ง 12 เดือนหรือใน 1 ปี มีพลังงานทางเลือกจากแสงอาทิตย์โดยไม่ต้องซื้อหาน้ำมันเชื้อเพลิงและกระแสไฟฟ้าสำหรับใช้ในเครื่องสูบน้ำ รวมทั้งประหยัดค่าแรงงาน อันจะช่วยให้รายได้ของเกษตรกรเพิ่มขึ้นจากการทำเกษตรแบบเดิมๆ ซึ่งรูปแบบการบริหารจัดการน้ำต้นทุนดังกล่าวนี้ ทางศูนย์ปฏิบัติการบรรเทาภัยอันเกิดจากน้ำได้เข้าดำเนินการสร้างองค์ความรู้ให้แก่เกษตรกรเป็นโครงการนำร่องแล้วในพื้นที่ 5 จังหวัด ในความรับผิดชอบ


นายฉลอง เทพวิทักษ์กิจ ประธานคณะกรรมการติดตามและประเมินผลกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า วันนี้เราลงพื้นที่การเกษตรของเกษตรกร ที่ทางศูนย์ปฏิบัติการบรรเทาภัยอันเกิดจากน้ำ สำนักงานก่อสร้างชลประทานขนาดกลางที่ 6 กองพัฒนาแหล่งน้ำขนากกลาง กรมชลประทาน ได้เข้าดำเนินการเป็นพี่เลี้ยงด้านองค์ความรู้ให้กับทางเกษตรกร ตั้งแต่การนำน้ำดิบที่เก็บกักอยู่ภายในฝายทดน้ำ และบ่อบาดาลน้ำตื้นมาใช้ประโยชน์ ด้วยการสูบน้ำด้วยพลังงานจากแสงอาทิตย์ขึ้นสู่ถังพัก ก่อนที่จะปล่อยลงสู่แปลงเกษตรปลูกพืชใช้น้ำน้อย โดยการปลูกพืชเกษตร โดยใช้ระบบน้ำหยด เพื่อให้การบริหารจัดการน้ำ เพื่อการเกษตรที่จะมีเพียงพอตลอดทั้ง 12 เดือนหรือใน 1 ปี

นายฉลองกล่าวต่อว่า จากการลงพื้นที่ดูรูปแบบการใช้พลังงานแสงอาทิตย์และระบบการกระจายน้ำ เพื่อเป็นการต่อยอดให้กับเกษตรกรมีน้ำใช้ได้ตลอดทั้งปีนั้น มีประโยชน์ต่อเกษตรกรเป็นอย่างมาก ซึ่งหากกรมพัฒนาที่ดินที่รับผิดชอบงานบ่อน้ำจิ๋วในพื้นที่การเกษตรเป็นจำนวนมาก ได้พิจารณานำรูปแบบดังกล่าวไปส่งเสริมให้เกษตรกรปรับใช้ ก็จะเป็นอีกหนึ่งแนวทางที่จะทำให้เกษตรกรมีคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นอย่างยั่งยืนต่อไป

Advertisement