เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 7 พฤษภาคม ที่ศูนย์อนุรักษ์ลำน้ำเซบาย ต.เซบาย อ.ป่าติ้ว จ.ยโสธร น.ส.นวพร เนินทราย อายุ 28 ปี เลขานุการกลุ่มอนุรักษ์ลำน้ำเซบาย พร้อมชาวบ้านกว่า 100 คน ร่วมกันหามโลงศพจำลองเดินทางเข้าป่าช้าท้ายหมู่บ้านเพื่อเผาขับไล่สิ่งชั่วรายออกจากพื้นที่โดยเฉพาะโรงงานอุตสาหกรรมที่จะเกิดขึ้นใกล้พื้นที่ พร้อมทั้งสาปแช่งรายงานผลกระทบทางสิ่งแวดล้องที่ไม่เป็นธรรม และขอให้ยกเลิกมติเห็นชอบรายงานวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม จากกรณีการสร้างโรงงานน้ำตาลและโรงไฟฟ้าชีวมวลในพื้นที่บ้านน้ำปลีก ต.น้ำปลีก อ.เมือง จ.อำนาจเจริญ เนื่องจากชาวบ้านหวั่นได้รับผลกระทบในทางการใช้ชีวิตและต่อทรัพยากรธรรมชาติ นอกจากนี้ ข้างโรงศพมีข้อความระบุว่า พ.ร.บ.สิ่งแวดล้อม, EIA, คชก., โรงงานน้ำตาลและโรงไฟฟ้าชีวมวล มรณะตั้งแต่บัดนี้

น.ส.นวพรกล่าวว่า ที่ผ่านมากลุ่มอนุรักษ์ลำน้ำเซบาย ได้ติดตามกระบวนการจัดทำรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) ของโรงงานน้ำตาล และโรงไฟฟ้าชีวมวล ที่จะเกิดขึ้นใกล้กับชุมชน ใกล้กับลำน้ำเซบาย กลุ่มอนุรักษ์ลำน้ำเซบายก็ได้คัดค้านมาตั้งแต่เริ่มต้น กระบวนการคัดค้านที่ผ่านมาโดยใช้ข้อมูลข้อเท็จจริงของพื้นที่ในการค้านที่มีความชอบธรรม โดยเฉพาะในประเด็นการมีส่วนร่วมของภาคประชาชนผู้มีส่วนได้เสียในระดับพื้นที่ การแย่งชิงทรัพยากรน้ำจากลำน้ำเซบาย การที่โรงงานตั้งใกล้ชุมชน ข้อมูลเหล่านี้เป็นข้อมูลที่คณะกรรมการผู้ชำนาญพิเศษ (คชก.) จะต้องนำไปพิจารณาอย่างถี่ถ้วนเพราะเป็นข้อมูลพื้นฐานที่สำคัญก่อนที่จะตัดสินใจเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบ

“ภายหลังกลุ่มอนุรักษ์ลำน้ำเซบาย ได้ติดตามกระบวนการจัดทำรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมของทั้ง 2 โครงการเบื้องต้น พบว่าเสมือนเป็นการจัดทำแบบพิธีกรรม ที่ไม่ได้ให้ความสำคัญกับสิ่งที่กลุ่มอนุรักษ์ลำน้ำเซบาย ได้ใช้ข้อมูลข้อเท็จจริงในระดับพื้นที่เพื่อคัดค้านไม่ให้มีโครงการ โดยกระบวนการของ พ.ร.บ.สิ่งแวดล้อม คชก. และ EIA ยิ่งสร้างความไม่น่าเชื่อถือต่อชาวบ้านในพื้นที่ซึ่งเป็นเรื่องเศร้า แทนที่ พ.ร.บ.สิ่งแวดล้อม คชก. และ EIA จะคุ้มครองสิ่งแวดล้อมเพื่อการใช้ประโยชน์ที่ให้เกิดความยั่งยืน กลับจะมาซ้ำเติมทำลายทั้งทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อมและวิถีชีวิตชุมชน” น.ส.นวพรกล่าว
น.ส.นวพรกล่าวต่อว่า ถึงแม้ว่าโรงงานน้ำตาลและโรงไฟฟ้าชีวมวล จะมีมติเห็นชอบ จาก คณะกรรมการผู้ชำนาญพิเศษ (คชก.) แต่กลุ่มอนุรักษ์ลำน้ำเซบาย ซึ่งเป็นพื้นที่อยู่ใกล้โรงงานอุตสาหกรรมในรัศมี 5 กิโลเมตร และชุมชนที่อาศัยทรัพยากรน้ำจากลำเซบาย ยังไม่เชื่อถือและไม่ยอมรับในรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม และทุกคนไม่เคยหวั่นไหวต่อกระบวนการที่ไม่เป็นธรรมกลับยิ่งทำให้พี่น้องตื่นตัวคัดค้านเพิ่มมากขึ้น มีแนวทางในการต่อสู้ที่ชัดเจนพร้อมตั้งข้อสังเกตในประเด็น การมีส่วนร่วมตั้งแต่เริ่มกระบวนการมีส่วนร่วมที่จะต้องมีก่อนระหว่างการจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นทั้งครั้งที่ 1 และครั้งที่ 2 ประเด็นการจัดการน้ำในลำน้ำเซบาย ประเด็นความไม่เหมาะสมในพื้นที่ซึ่งจะมีโรงงานอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ ซึ่งถือว่าเป็นประเด็นสำคัญที่จะต้องศึกษาให้ละเอียดและรอบคอบ ความไม่น่าเชื่อถือของ พ.ร.บ.สิ่งแวดล้อม และกระบวนการจัดทำรายงานวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม ทางกลุ่มอนุรักษ์ลำน้ำเซบายจึงไม่ยอมรับและจะยืนหยัดคัดค้านโรงงานน้ำตาลและโรงไฟฟ้าชีวมวลต่อไป
นอกจากนี้ กลุ่มอนุรักษ์ลำน้ำเซบายมีข้อเสนอเพื่อมาตรฐานในการส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม คือ 1.ให้สํานักนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมทบทวนยกเลิกมติเห็นชอบรายงานวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมโรงงานน้ำตาล โรงไฟฟ้าชีวมวล เพื่อมาเริ่มกระบวนการใหม่ตั้งแต่เริ่มต้น 2.ให้มีการประเมินสิ่งแวดล้อมระดับยุทธศาสตร์ ที่เป็นการประเมินศักยภาพและข้อจำกัดของสิ่งแวดล้อม ที่จะทำให้เห็นความเหมาะสมของพื้นที่ในการพัฒนา 3.ให้มีกระบวนการจัดทำรายงานประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมโดยผู้จัดทำรายงานต้องเป็นหน่วยงานกลางที่มีการยอมรับร่วมกัน มีความสัมพันธ์ของเจ้าของโครงการและบริษัทผู้จัดทำรายงานประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมต้องแยกขาดจากกันโดยสิ้นเชิง มีการจัดทำรายงานผลการรับฟังความคิดเห็นโดยการมีส่วนร่วม และแสดงถึงผลการพิจารณาข้อคิดเห็นของประชาชนเพื่อสร้างความเชื่อมั่นของกระบวนการมีส่วนร่วมอย่างมีความหมาย กำหนดขั้นตอนการรับฟังความคิดเห็นให้เป็นไปโดยชอบธรรมโดยมีคณะกรรมการตรวจสอบควบคุมดูแลในขั้นตอนการรับฟังความคิดเห็นโดยเฉพาะ และกำหนดให้ประชาชนผู้มีส่วนได้เสียหรือผู้ได้รับผลกระทบสามารถเข้าถึงขั้นตอนการทำรายงาน ได้ตลอดทั้งในระยะก่อนเริ่มดำเนินการ ระหว่างดำเนินการ และหลังจากดำเนินการ

