วันที่ 9 พฤษภาคม ผู้สื่อข่าว จ.ปราจีนบุรี รายงานว่า ได้รับแจ้งจากอาสามัครกู้ภัยสัจจะพุทธธรรมแห่งประเทศไทย (อ.กบินทร์บุรี) ให้ช่วยเป็นสื่อกลาง ติดตามหาญาติของคุณยายวัย 84 ปี หลังสามีเสียชีวิต อาศัยอยู่บ้านเพียงลำพังมาหลายสิบปี จึงเดินทางไปยังบ้านเลขที่139 หมู่ 20 ต.เมืองเก่า อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี สภาพ เป็นบ้านไม้ยกพื้นสูง 2 ชั้นสภาพเก่า ภายในบ้านพบหญิงชราภาพนอนซมอยู่กับเสื่อเก่าๆ มีร่องรอยการเตรียมข้าวปลาอาหารไว้ให้กิน ทราบชื่อนางเสมอ ไม่ทราบนามสกุล อายุราว 84 ปี จากการสอบถาม นายเสถียร อาญาเมือง อาสาสมัครกู้ภัยสัจจะพุทธธรรมแห่งประเทศไทย (อ.กบินทร์บุรี) ผู้แจ้งกล่าวว่า ตนเป็นคนที่แวะเวียนเข้ามาดูแลในเรื่องอาหารการกินบ้าง บางครั้ง ตนเองก็รู้มาจากเพื่อนสาวชื่อนางไพรินทร์ ศรีพรม อายุ 47 ปี เลขที่ 85 หมู่ 20 ต.เมืองเก่า อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี เป็นหลานสาวของลุง (สามียายเสมอ) โดยนางไพรินทร์คอยแวะเวียน มาดูยายเสมอ มาสิบกว่าปีที่ผ่านมา หลังจากลุงเสียไป”
ผู้สื่อข่าวได้ติดต่อนางไพรินทร์เพื่อสอบถามเรื่องราวของยายเสมอ นางไพรินทร์กล่าวว่า ลุงของตนชื่อนายบุญมี กุมสินพันธ์ ได้อยู่กินกับนางเสมอ เห็นลุงและป้าเสมออยู่กินกันมา ไม่มีลูกด้วยกัน ต่อมาได้ไปขอบุตรบุญธรรมมาเลี้ยงหนึ่งคนชื่อนายสุเมธ กุมสินธ์พันธ์ แต่ภายหลังนายสุเมธเป็นคนวิกลจริต มักทำร้ายคนทั้งสองบ่อยๆ จนต้องเอาไปอยู่สถานบำบัดแห่งหนึ่งนานแล้ว พ่อแม่ก็ตายหมดแล้วไม่มีใครรู้ว่ายายเสมอนามสกุลอะไร อยู่กินกับลุงมาก็ไม่ได้บอกว่าเมียมีญาติอยู่ที่ไหนบ้าง พ่อแม่ชื่ออะไร
ต่อมาลุงเสียชีวิตไปด้วยอายุไข เมื่อปี 2546 ยายเสมอก็อยู่ตัวคนเดียวมาโดยตลอด และมีปัญหาเรื่องสุขภาพโรคชราตามวัย ตนต้องคอยมาดูแลทุกอย่าง กระทั่งช่วง2 เดือนที่ผ่าน มายายเกิดทรุดลง นอนซมอยู่กับที่นอนเดินไม่ได้ ตนก็ต้องมาดูแลตามกำลัง ครอบครัวตนเองก็มีภาระต้องรับผิดชอบ 4 ชีวิต ฐานะตนเองก็พอมีพอกิน ต้องหาซื้ออาหารการกินมาให้ยายเสมอวันละ 70-80 บาท
นางไพรินบอกว่าไม่มีใครรู้เลยว่านางเสมอมีญาติพี่น้องอยู่ที่ใดบ้าง ลุงไม่ได้บอกว่าบ้านเกิดเมียอยู่ที่ใดบอกแต่ว่าเป็นคนชลบุรี สมัยหนุ่มๆลุงไปรับจ้างตัดอ้อยที่ชลบุรีและได้เสียกันจากนั้นก็พากันมาทำมาหากินอยู่ที่บ้านเกิด ถามยายเสมอก็บอกจำไม่ได้ว่าตัวเองมีญาติอยู่ที่ใดบ้าง นามสกุลอะไรก็ไม่รู้น่าจะเป็นคนไม่รู้หนังสือ ไม่มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้าน ตนและญาติพากันเรียกว่ายายเสมอ กุมสินพันธ์ จนทุกวันนี้ยายเสมอกลายเป็นคนเลื่อนลอยไม่มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านไม่มีบัตรประจำตัวประชาชนไม่มีการช่วยเหลือจากหน่วยงานรัฐใดๆทั้งสิ้น
ผู้สื่อข่าวได้ประสานไปยังนายวัลลภ ประวัติวงศ์ นายอำเภอกบินทร์บุรี เพื่อจะได้สั่งการให้ผู้ใหญ่บ้านตรวจสอบข้อมูลเรื่องนี้โดยด่วนเพื่อที่จะหาทางช่วยเหลือในเบื้องตนต่อไป นางไพรินทร์กล่าวว่าสงสารยายเสมอมากแต่ไม่รู้จะช่วยยังไง ญาติพี่น้องไม่รู้ว่าเป็นใครอยู่ที่ไหนถ้ายายเสมอยังมีชีวิตอยู่ต่อไปและมีญาติอยู่คงจะพอมีแรงลุกขึ้นมาต่อสู้กับชีวิตที่เหลืออยู่น้อยนิด ได้เห็นหน้าญาติพี่น้องสักครั้งหนึ่งก่อนสิ้นลมหายใจคงไม่ห่วงนอนตายตาหลับ

