พยาบาลอุดรฯครึ่งร้อย ฮือไล่หัวหน้า ชี้ ลุแก่อำนาจ ออกคำสั่งนอกกม. มาสายโทษไล่ออก

เมื่อเวลา 16.30 น. วันที่ 9 พฤษภาคม บริเวณหน้าโรงพยาบาลศูนย์อุดรธานี กลุ่มพยาบาลวิชาชีพของโรงพยาบาลฯ ประมาณ 50 คน ได้รวมตัวกันประท้วงขับไล่ น.ส.กิตติยา เตชะไพโรจน์ หัวหน้าพยาบาล รพ.ศูนย์อุดรธานี หลังจากมีการประท้วงและเข้ายื่นหนังสือร้องเรียนต่อรองผู้ว่าฯ ศูนย์ดำรงธรรม และ สนง.สาธารณสุข จ.อุดรธานี ไม่ยอมรับหัวหน้าพยาบาลคนนี้มาแล้ว 2 ครั้ง และได้มีการเชิญผู้เกี่ยวข้องเข้าพูดคุยเพื่อยุติปัญหาดังกล่าว แต่กลุ่มพยาบาลที่ประท้วงยังยืนยันว่ายังไม่ได้รับการแก้ไข จนกระทั่งได้รวมตัวกันออกมาประท้วงอีกครั้ง วันนี้นอกจากมีการถือป้ายไวนิลที่มีข้อความประท้วงขับไล่ การร้องเพลงมาร์ชพยาบาลสีขาว ยังได้มีการตะโกนขับไล่หัวหน้าพยาบาล ท่ามกลางประชาชนที่สนใจมุงดู โดยมีตำรวจ ทหาร ร่วมสังเกตการ

น.ส.นิลุบล ไชยโกมล พยาบาลวิชาชีพ เปิดเผยว่า การเคลื่อนไหวครั้งนี้เนื่องจากยังไม่ได้รับการแก้ไขปัญหา น.ส.กิตติยา เตชะไพโรจน์ หัวหน้าพยาบาลยังอยู่ในตำแหน่ง ทั้งที่ยังอยู่ในระหว่างการถูกร้องทุกข์ ยังคงบริหารงานโดยขาดหลักธรรมาภิบาล เช่น การจำกัดโอที ตัดโอที จำกัดการขึ้นเวร ออกคำสั่งมิชอบเรื่องการมาปฏิบัติงานสาย 1 นาที มาสาย 18 ครั้ง ติดต่อกัน 3 ครั้ง ให้ออกจากราชการ โดยไม่ผ่านการอนุมัติจากผู้ว่าราชการจังหวัด และผู้บริหารระดับสูงในโรงพยาบาล ซึ่งคำสั่งนี้ไม่มีในกฎหมายและระเบียบข้าราชการ ทั้งยังมีพฤติกรรมก้าวร้าว เสียงดัง ลุแก่อำนาจ ข่มขู่ คุกคามผู้ร้องทุกข์ เกิดความขัดแย้งเป็นวงกว้างต่อเนื่องและรุนแรงมากขึ้น

ซึ่งพยาบาล 400 กว่าคน ได้ลงนามร้องทุกข์ ครั้งแรกเมื่อวันที่ 16 พฤศจิกายน 2560 และพยาบาลระดับหัวหน้าตึก รองหัวหน้า พยาบาลอาวุโส ลงนามร้องทุกข์ครั้งที่สอง เมื่อวันที่ 9 มีนาคม 2561 ที่ผ่านมามีการตั้งคณะกรรมการ 3 คณะ แต่ไม่ได้รับการแก้ไขอย่างจริงใจและล่าช้า หากปล่อยให้ยืดยาวไปอีกจะก่อให้เกิดสถานการณ์ตึงเครียดมากขึ้นเรื่อยๆ ความตั้งใจวันนี้ยังยืนยันว่าไม่ต้องการหัวหน้าพยาบาลคนนี้ อยากให้ย้ายออกไปนอกพื้นที่ให้การสอบสวนดำเนินไปอย่างโปร่งใส อยากให้การรวมตัววันนี้สะท้อนไปถึงผู้ที่เกี่ยวข้องให้ดำเนินการอย่างเร่งด่วน หากถูกย้ายก็พร้อมที่จะไป วันนี้พวกเราเสียสละเพื่อพี่น้องพยาบาลของเราให้ได้รับความเป็นธรรม

นายธนพล จันทรนิมิ รอง ผวจ.อุดรธานี เปิดเผยผ่านทางโทรศัพท์ว่า ได้รับรายงานเรื่องดังกล่าวแล้ว ที่ผ่านมามีการเชิญทั้งสองฝ่ายเข้ามาพูดคุยกันแล้ว ไกล่เกลี่ยตกลงกันตามความเป็นจริง อีกทั้งล่าสุดทราบว่าทางปลัดกระทรวง ผู้ตรวจราชการ กระทรวงสาธารณสุขก็เดินทางมารับทราบข้อมูลด้วยตัวท่านเอง แต่ครั้งนั้นผมไม่ได้ร่วมพูดคุยด้วย นึกว่าเรื่องจะจบลงด้วยดีแล้ว แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็จะเข้าตรวจสอบอีกครั้งเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมแก่ทั้งสองฝ่าย ต้องเร่งดำเนินการอย่างเร่งด่วน เนื่องจากอาจจะกระทบต่อการให้บริการพี่น้องประชาชน

 

บทความก่อนหน้านี้ศน.นำเยาวชน 5 ศาสนาเรียนรู้ประวัติศาสตร์
บทความถัดไปกทม.เข้ม ‘ป้ายผิดกม.’ ในถนนสายหลัก จี้เจ้าของปลดออกภายใน11พ.ค.