เมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม ผู้สื่อข่าวได้รับจ้างมีร้านรับซักรีดผ้าที่ยังใช้เตารีดแบบโบราณ ให้บริการอยู่ ที่บ้านเลขที่ 88/4 ม.5 ต.ขวัญเมือง อ.บางปะหัน จ.พระนครศรีอยุธยา จึงเดินทางไปตรวจสอบ พบนายมานพ ทรงอยู่ อายุ 87 ปี ถอดเสื้อยืนรีดผ้าอยู่ โดยใช้เตารีดทีทำจากเหล็กหล่ออย่างหนา มีน้ำประมาณ 7 กิโลกรัม มีด้ามจับเป็นไม้ เมื่อรีดไปพอหมดความร้อน จะยกเตารีดแบบเดียวกันอีกอัน ที่วางอยู่บนเตาถ่านที่ไฟกำลังลุกแดง มารีดต่อ โดยเสื้อผ้าทุกตัวที่รีดจะผ่านการพรหมน้ำ เพื่อให้ผ้าเรียบดี

นายมานพ กล่าวว่า ในอดีตตนเคยเป็นทหารเกณฑ์มาก่อน เคยใช้เตารีดแบบโบราณนี้รีดผ้าให้นายทหารมาก่อน จนได้รับคำชมว่ารีดเสื้อผ้าได้เรียบและสวยงาม พอปลดประจำการมาตั้งแต่ปี 2497 ไม่รู้จะไปประกอบอาชีพอะไร จึงได้ไปซื้อเตารีดเหล็กหล่อโบราณมา อันละ 70 บาท มาใช้ประกอบอาชีพเรื่อยมา จนมีภรรยาและมีลูกด้วย 5 คนส่งเสียจนลูกเรียนจบรับราชการจนลูกเกษียณหมด ยังรับจ้างรีดผ้าอยู่ ลูกค้าเมื่อก่อนมีตั้งแต่ชาวบ้าน นายอำเภอ ผู้ว่าราชการจังหวัด รีดผ้าราคาตัวละ 10 บาท ชุดขาว150บาท
นายมานพกล่าวว่า ขั้นตอนก่อนจะรีดต้องเตรียมติดถ่านให้ร้อนแดง จากนั้นนำเตารีดขึ้นไปวางให้ร้อนพอเหมาะ แล้วจึงนำมารีด ต้องมีความชำนาญในการมองและกะระยะเวลาว่า ความร้อนพอต่อการรีดผ้าหรือไม่ถ้าร้อนมากไปจะทำให้ผ้าไหม้เสียหายได้ ที่ยังคงยึดอาชีพและใช้เตารีดแบบโบราณนี้เพราะเตารีดแบบโบราณมีน้ำหนักมากผ้าเรียบดี และมีความคงทน ประหยัดไม่เปลืองไฟ ไม่เคยเสียเงินค่าซ่อมเลย ใช้งานมากว่า 64 ปี ยังชอบและรักที่จะรีดผ้าเหมือนเป็นการออกกำลังกายไปด้วย ทุกวันนี้ยังมีลูกค้ามาใช้บริการอยู่

