เมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม นายศิริพัฒ พัฒกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง กล่าวในโอกาสวันแถลงข่าวประจำสัดาห์ ณ ศาลากลางจังหวัดตรัง ถึงความเห็นในการเสวนาพบปะพูดคุยกับคณะศึกษาดูงาน จากสถาบันพระปกเกล้า ในหลักสูตรประกาศนียบัตรชั้นสูง การบริหารเศรษฐกิจสาธารณะ สำหรับนักบริหารระดับสูง รุ่นที่ 16 เมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม ด้วยการตอบคำถามนักศึกษาฯถึงการพัฒนาจังหวัด เหตุผลส่วนหนึ่งที่จังหวัดตรังขาดการพัฒนาเนื่องจากที่ผ่านมาข้าราชการ “ขี้เกียจ อิงผู้ใหญ่ กินเงินเดือนสบาย งานไม่ทำ” นำมาสู่ประเด็นที่ทำให้สังคมคนตรังให้ความสนใจและวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างมากและเข้มข้น โดยเฉพาะแวดวงข้าราชการในจังหวัดตรังในขณะนี้

เกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว นายศิริพัฒ แถลงเพิ่มเติมว่า วันนั้นนักศึกษาจากสถาบันพระปกเกล้าฯ ให้ความเห็นต่อจังหวัดตรังว่าน่าจะพัฒนาไปมากกว่าที่เป็นอยู่ มานานแล้ว ตนเองนั่งฟังพร้อมกับตัวแทนภาคเอกชนหลายท่าน ตนจึงบอกว่า จริงๆแล้วจังหวัดตรังไปได้ดี ส่วนหนึ่งมีผลจากข้าราชการ ตนในฐานะข้าราชการ ก็ต้องโทษข้าราชการด้วย ตนเองทำงานปกติ แต่ประชาชนบอกว่าตนขยัน เพราะฉะนั้นแสดงว่าคนอื่นไม่ขยัน นี่คือนักธุรกิจเขามองแบบนี้ เขาบอกว่าเมื่อก่อนไม่เห็นมีแบบนี้ ตนจึงบอกว่า ความจริงแล้วข้าราชการต้องขยันมากกว่านี้ ทุกคนต้องทำหน้าที่ ตนพูด และบอกว่าจังหวัดตรังมีวิสัยทัศน์อย่างไร แนวทางการทำงานอย่างไรที่ตนคิดขึ้นมา คือ รู้หน้าที่ ใจอาสา ร่วมพัฒนา ตนบอกว่าคนเป็นทหาร คุณต้องรู้หน้าที่ มีวินัยอย่างไร ใจอาสาอย่างไร คนที่เป็นนักเรียน เป็นครู ทำนองนี้ตนจะพูดทุกเวที ผมเป็นข้าราชการจึงต้องรู้หน้าที่ มีวินัย ใจอาสา เพราะฉะนั้นทุกคนต้องทำหน้าที่ตัวเอง
นายศิริพัฒ แถลงอีกว่า แต่ที่ผ่านมาไม่ทำหน้าที่ยกตัวอย่างให้ฟังว่า อาชีพนั้นก็ไม่ทำหน้าที่หรือเปล่า สื่อมวลชนทำหน้าที่หรือเปล่า ไม่ใช่ว่าไปบอกว่าอาชีพใดอาชีพหนึ่งไม่ทำหน้าที่ พูดทั่วไปจึงยกตัวอย่างข้าราชการเป็นหลัก เพราะตนดูแลข้าราชการ สมมุติว่าถ้าเราจะขับเคลื่อนช่วยยกระดับจังหวัดตรังขึ้นมาไม่งั้น นักศึกษาพระปกเกล้าจะมองว่า จังหวัดตรังเงียบจังเลย จังหวัดตรังไม่ดังตนก็บอกว่าแล้วแต่มุมมอง จังหวัดตรังขณะนี้ดีขึ้นมาก มีการแถลงข่าวประจำสัปดาห์ มีการโต้ตอบประเด็นไหน มีกิจกรรมทุกเดือน เราจะไปยอมรับจากคนถามคนเดียวก็คงไม่ใช่ ตนจึงต้องบอกไป ทุกอาชีพทำหน้าที่หรือเปล่า เมื่อก่อน ข้าราชการ สื่อมวลชน ครู เด็กนักเรียนทำหน้าที่หรือเปล่า ผมยืนยันว่า ถ้าเราทำหน้าที่ไม่ต้องกล้ว แต่ถ้าไม่ทำหน้าที่ต้องตระหนักว่า ทุกหน้าทีมีจิตวิญญาณ มีจรรยาบรรณ สามารถตรวจสอบตัวเองได้ว่าเราโกหกตัวเองหรือเปล่า

“ข้าราชการขี้เกียจจริงตามที่ผู้ว่าฯพูดหรือเปล่า ต้องยอมรับและนำไปปรับปรุง ผมเองไม่สามารถที่จะปล่อยให้เขานำไปคิดเองได้ ผมมองเห็นก็ต้องจัดการ เนื่องจากตนเป็นผู้บังคับบัญชา แต่อาชีพอิสระจะไปตำหนิเขาไม่ได้แต่กระตุ้น ทุกอาชีพมีทั้งข้อดีข้อเสีย ผู้ว่าราชการจังหวัดก็ไม่ร้อยเปอร์เซ็นต์ ที่ไม่ร้อยเปอร์เซ็นต์ข้อไหนก็นำไปปรับปรุง เพราะฉะนั้นความเป็นร้อยเปอร์เซ็นต์ของคนในโลกนั้นไม่มี แต่ว่าจะต้องมีสติ มีปัญญา รู้ตัว รู้คิด จะทำให้เรื่องต่างๆที่ดีๆขึ้นไป และเรื่องไม่ดีก็ปรับปรุงกันไป โดยเฉพาะระบบคุณธรรมในราชการจะต้องทำงานมากขึ้น ระบบอุปถัมภ์ต้องทำงานน้อยลง ผมไม่สามาถไปปราบอะไรได้ แต่ว่าขอให้ลดลงเห็นใจคนทำงานบ้าง ผมเองทำเป็นตัวอย่างในการย้าย การสอบ การเลื่อนตำแหน่ง รับรองว่าไม่มีด่างพร้อย คนที่เคยฝากก็ไม่ยุ่งกับตน ผมยืนอย่างนี้หัวหน้าส่วนราชการก็สบายใจ แม้ว่าจะมีการฝากกันทุกวงการ ทุกคนจึงรู้ว่าถ้าไม่ทำงานก็ไม่ได้รางวัล ถ้าทำผิดก็ถูกลงโทษ เพราะฉะนั้นคนที่ทำงานได้รางวัลแน่นอน” นายศิริพัฒ แถลงในตอนท้าย

