เมื่อเวลา 08.00 น. วันที่ 11 พฤษภาคม ร.ต.ท.กนกวัชร์ จันทรสาขา พนักงานสอบสวน สภ.เมืองนครราชสีมา รับแจ้งมีอุบัติเหตุขบวนรถไฟชนคนเสียชีวิตที่สถานีรถไฟนครราชสีมา จึงรุดไปตรวจสอบ
ที่เกิดเหตุอยู่บริเวณด้านทิศตะวันตกของตัวอาคารสถานี พบขบวนรถไฟท้องถิ่น 431 ชุมทางแก่งคอย-ขอนแก่น จอดอยู่บนรางชานชาลาที่ 2 ใต้หัวรถจักร พบร่างผู้เสียชีวิตถูกล้อแล่นเหยียบทับ เจ้าหน้าที่จึงให้พนักงานขับรถไฟถอยหลัง เพื่อนำร่างออกมาชันสูตรพลิกศพตามกระบวนการ ตรวจสอบเบื้องต้นเป็นชายไทยไม่ทราบชื่อ อายุประมาณ 50 ปี สวมเสื้อแขนยาวสีเทาทับเสื้อยืดสีแดง กางเกงขายาวสีครีม ไม่พบเอกสารหลักฐานที่สามารถระบุชื่อได้ จากนั้นได้มอบหมายให้หน่วยกู้ภัยสว่างเมตตาโคราช นำศพส่งไปเก็บรักษาที่โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา
จากการสอบถามนายทองหลอม ขาวสุข พนักงานรักษาความปลอดภัยประจำสถานีรถไฟนครราชสีมา ผู้เห็นเหตุการณ์ได้บอกเล่าว่า ขณะปฏิบัติภารกิจภายในพื้นที่สถานี ช่วงจังหวะที่ขบวนรถไฟท้องถิ่น ช่วงขาขึ้นจากต้นทางสถานีรถไฟชุมทางแก่งคอย จ.สระบุรี ปลายทางสถานีรถไฟขอนแก่น กำลังชะลอความเร็วเข้าเทียบชานชาลาที่ 2 เพื่อจอดรับส่งผู้โดยสารตามปกติ ชายคนดังกล่าวได้ลุกออกมาจากเก้าอี้ปูน เดินก้มหน้าตัดหน้าขบวนรถไฟในระกระชั้นชิด นายปราโมทย์ สุขคดี พนักงานขับรถไฟได้กดหวีดเป็นสัญญาณเตือนพร้อมห้ามล้อเต็มที่ ตนก็เป่านกหวีดพร้อมส่งเสียงตะโกนห้าม ท่ามกลางผู้โดยสารและพ่อค้าแม่ขายที่กำลังยืนรอขบวนรถไฟหลายสิบคน ได้ยืนเสียงจึงหันมามองดูและได้ส่งสียงหวีดร้องตกใจ สุดวิสัยที่จะสามารถหยุดขบวนรถไฟได้ทัน จึงพุ่งชนพร้อมแล่นเหยียบเป็นเหตุให้เสียชีวิต
ร.ต.ท.กนกวัชร์กล่าวว่า เบื้องต้นน่าจะเป็นการฆ่าตัวตาย โดยพยานแวดล้อมระบุพบเห็นชายคนดังกล่าว น่าจะเป็นผู้ไร้ที่พึ่งและไม่มีญาติ ได้มาใช้ชีวิตอยู่ในสถานี 2-3 วันที่ผ่านมา ซึ่งขวดน้ำที่พบด้านในมีเหล้าขาวผสม สันนิษฐานได้กินเหล้าย้อมใจ จนมีอาการเมาได้ที่จึงอาศัยช่วงจังหวะขบวนรถไฟกำลังแล่นเทียบชานชาลา ตัดสินใจเดินตัดหน้าในระยะกระชั้นชิด เพราะรู้ว่าขบวนรถไฟยังไงก็ไม่สามารถหยุดได้ทัน


