ผู้สื่อข่าวรายงานจากจังหวัดนครศรีธรรมราชว่า กองทัพเรือภาคที่ 2 ได้มีหนังสือแจ้งมายังจังหวัดนครศรีธรรมราช เพื่อเตือนให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางไปท่องเที่ยวในพื้นที่เกาะกระ จังหวัดนครศรีธรรมราชได้รับทราบว่า พื้นที่ดังกล่าวเป็นของกองทัพเรือภาคที่ 2 ซึ่งเป็นหน่วยปกครองที่ดินที่ตั้งกระโจมไฟ เกาะกระ ตำบลปากพนัง อำเภอปากพนัง จังหวัดนครศรีธรรมราช ทั้งเกาะเป็นที่หลวงครอบครองมาแต่เดิม กระทรวงมหาดไทยได้ประกาศขึ้นทะเบียนเป็นของกระทรวงกลาโหม เพื่อใช้ในราชการ โดยมีกรมอุทกศาสตร์ กองทัพเรือ เป็นหน่วยใช้ประโยชน์ที่ดิน
ซึ่งปัจจุบันปรากฏว่ามีกลุ่มบุคคล ประชาชนและนักท่องเที่ยว เข้าไปในพื้นที่เกาะกระเพื่อดำเนินกิจกรรมต่างๆ บนเกาะ โดยทัพเรือภาคที่ 2 ได้ตรวจพบการประดิษฐานพระพุทธรูปจำนวนหลายองค์บนพื้นที่เกาะกระ จึงแจ้งให้นักท่องเที่ยวและประชาชนได้รับทราบโดยทั่วกัน
โดยก่อนหน้านี้ ได้มีประชาชนและนักท่องเที่ยวเข้ามาประกอบพิธีกรรมทางศาสนา ด้วยการนำวัตถุมงคลมาวางเรียงราย ด้วยหวังว่าจะปัดเป่าสิ่งชั่วร้ายหรือเปลี่ยนทิศทางให้ออกจากพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราชจึงมีการนำวัตถุมงคลต่างๆ มาวางไว้ในพื้นที่เกาะกระ นอกจากนี้ ยังมีชาวประมงเข้ามาใช้ยาเบื่อเมา และวางอวนล้อมหินปะการัง บริเวณด้านทิศตะวันออกของเกาะกระ ทำให้ปะการังได้รับความเสียหาย เนื่องจากปะการังรอบบริเวณเกาะกระเป็นปะการังที่ได้ชื่อว่ามีความสวยงามและมีความสมบูรณ์มากที่สุด
ทั้งนี้ จากการรายงานข้อมูลของสำนักงานบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 5 (สงขลา) ระบุว่า เกาะกระ อยู่ห่างจากชายฝั่งปากพนังประมาณ 60 กม. ประกอบด้วย 3 เกาะ คือ เกาะกระ เกาะกลาง และเกาะเล็ก และมีกองหินขนาดเล็กอีก 1 กอง เรียกว่า “หินเรือ” พื้นที่เกาะกระเป็นพื้นที่ที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจากมีปะการังที่สมบูรณ์และความหลากหลายทางชีวภาพสูง



