เมื่อวันที่ 5 เมษายน ผู้สื่อข่าวรายงานถึงความคืบหน้ากรณีสมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน ได้ยื่นข้อเสนอขอซื้อคืนต้นไม้ที่ยังไม่ถูกตัดโค่น บริเวณริมถนนทางหลวงหมายเลข 12 (หล่มสัก-ชุมแพ) เพื่อรักษาอุโมงค์ต้นไม้ไว้เป็นสมบัติของคนทั้งชาติและเป็นถนนสาย Unseens อีกเส้นทางของประเทศไทย ล่าสุดนางเมตตา เบญจกุล อายุ 33 ปี ในฐานะหุ้นส่วนผู้ประมูลต้นไม้กล่าวว่า เรื่องนี้คงต้องพูดคุยหารือกับทางหุ้นส่วนก่อน เพราะมีค่าใช้จ่ายต่างๆและยังต้องไปกู้หนี้ยืมสินมา ทำให้มีดอกเบี้ยใครจะรับผิดชอบ ยังไงก็ดีก็ต้องรอผลการหารือก่อนว่าจะได้ตัดไม้ต่อไปหรือต้องยุติเพียงแค่นี้ เพราะขณะนี้ก็ยังไม่ได้ข้อยุติหรือไม่มีความชัดเจนว่า กรมทางหลวงจะยินยอมปรับเปลี่ยนแบบแนวถนนใหม่หรือไม่ ฉะนั้นข้อเสนอที่สมาคมฯยื่นเสนอมา คงต้องให้ได้ข้อยุติหรือความชัดเจนในเรื่องนี้ก่อน
“แต่ถ้าจะคืนเงินให้เต็มจำนวนเท่าราคาประมูลก็สนใจและคงต้องคุยกันในรายละเอียด เพราะหากตัดต้นไม้ไม่ได้จริงๆก็คงต้องยอม ซึ่งก็เข้าใจกระแสอนุรักษ์ดีไม่ใช่เราจะตัดอย่างเดียว ก็เห็นใจคนที่ต้องการอนุรักษ์และเก็บอุโมงค์ต้นไม้ไว้ ส่วนเราหากไม่ได้ตรงจุดนี้ก็ไปเอาตรงไหนก็ได้ แต่อย่างไรก็ตามต้องขอคุยกับทางหุ้นส่วนก่อน เพราะการประมูลตัดไม้บริเวณนี้มีด้วยกันทั้งหมด 3 หุ้นส่วนซึ่งต่างเป็นเครือญาติกัน”นางเมตตากล่าวและว่า ทำธุรกิจประมูลต้นไม้มาตั้งแต่ปี 2539 ยังไม่เคยประสบปัญหาแบบนี้มาก่อน
ด้านนายพีระพงศ์ สายประยูร ผู้รับเหมาที่ชนะประมูลต้นไม้และน้องชายนางเมตตา กล่าวว่า ตอนนี้คงตัดสินใจอะไรไม่ได้เพราะต้องพูดคุยหารือกันทางพี่สาวและพี่ชายซึ่งเป็นหุ้นส่วนก่อน ที่สำคัญทางแขวงการทางเพชรบูรณ์ที่ 1 ก็ยังไม่มีคำตอบที่ชัดเจนว่า จะเปลี่ยนแนวถนนใหม่หรือไม้หรือให้เก็บอุโมงค์ต้นไม้ไว้หรือเปล่า
ข่าวแจ้งว่า ด้านสมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อนล่าสุดได้มีการเปิดรณรงค์ให้ชาวเน็ตร่วมลงชื่อผ่านเว็บไซต์ change.org เพื่อขอคืนอุโมงค์ต้นไม้ ถนนหมายเลขที่ 12 จากกรมทางหลวง กระทรวงคมนาคม ซึ่งขณะนี้เริ่มมีชาวเน็ตทยอยร่วมลงชื่อสนับสนุนบ้างแล้ว


