‘ฝ่ายความมั่นคง-ตร.’ซ้อนแผนรวบข้าราชการท้องถิ่นเรียกรับผลประโยชน์(มีคลิป)

จากกรณีที่เมื่อวันที่ 10 พ.ค.2561 นายคันฉัตร ตันเสถียร ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงครามสั่งการให้ นายสุคนธ์ สุวรรณศักดิ์สิน นายอำเภออัมพวา พร้อม พันตรีอรรถพล ครุธเวโช หัวหน้ากลุ่มงานปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ1 สำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐเขต 7 จังหวัดนครปฐม พันตำรวจตรีณรงฤทธิ์ แก้วนวล สารวัตรสืบสวน สภ.ยี่สาร นายไชยพร เอี่ยมวงค์ ปลัดอำเภอฝ่ายความมั่นคง เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองอำเภออัมพวา สนธิกำลัง ทหาร มทบ.16, ตำรวจ สภ.ยี่สารอัมพวา และเจ้าหน้าที่ ป.ป.ท.เขต 7 ร่วมกันวางแผนจับกุมสิบโทณัฐพัชร์ เนิ้นแฝก เจ้าพนักงานจัดเก็บรายได้ชำนาญงาน อบต.แพรกหนามแดง อำเภออัมพวา จังหวัดสมุทรสงคราม ขณะเรียกรับผลประโยชน์ พร้อมของกลางเงินสินบนเป็นเงินสด 25,000 บาท ที่ใช้ขณะซ้อนแผนจับกุม ปืนยาวขนาด จุด 22พร้อมเครื่องกระสุน 14 นัด มีดพก 2 เล่ม วิทยุสื่อสาร 1 เครื่อง คลิปวีดีโอขณะรับเงินสินบน


ทั้งนี้สืบเนื่องจากนายอำเภออัมพวาได้รับร้องเรียนว่านายณัฐพัชร์ ซึ่งมีตำแหน่งเจ้าพนักงานจัดเก็บรายได้ มีหน้าที่ประเมินภาษีโรงเรือนและโรงเรือนและที่ดิน โดยนายณัฐพัชร์ จะประเมินภาษีในราคาที่สูงกว่าความเป็นจริง ซึ่งจากเดิมผู้ประกอบการเคยเสียภาษีอยู่ 47,000 บาท แต่ปีนี้ประเมินราคาภาษีใหม่เป็น 400,000 บาท และลดลงเหลือ 370,000 พร้อมกับอ้างว่าจะสามารถช่วยเหลือให้ผู้ประกอบการ และหากไม่เชื่อผู้ต้องหาก็โทรศัพท์จี้มาทวงถามวันละหลายครั้ง สุดท้ายเหลือจ่ายเพียง 130,000 บาท แต่ต้องจ่ายเงินในการช่วยเหลือ 25,000 บาท จึงสั่งการให้ฝ่ายปกครองสนธิกำลังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องวางแผน โดยให้ผู้เสียหาย ติดต่อผู้ต้องหา เพื่อจ่ายเงิน 25,000 บาท ภายในร้านกาแฟแห่งหนึ่งในปั๊มน้ำมันบางจากริมถนนพระราม 2 กิโลเมตรที่ 77 ฝั่งขาออกกรุงเทพ เมื่อต้องหามาตามนัดก็เรียกรับเงิน 25,000 บาทซึ่งลงบันทึกประจำวันไว้ที่ สภ.ยี่สาร เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวจับกุมตรวจสอบพบเงินสดที่ใช้ล่อซื้อ ก่อนจะตรวจค้นรถเก๋ง ฮอนด้า ซิตี้ สีขาว หมายเลขทะเบียน กต 9658 ราชบุรี ที่ใช้ขับขี่มาพบ อาวุธปืนยาว ขนาด .22 จำนวน 1 กระบอก ในรถพบของกลางทั้งหมด

โดยเบื้องต้นนายนัฐพัชร์ฯ ยอมรับสารภาพว่ามีพฤติกรรมในการใช้ตำแหน่งหน้าที่ในการเรียกรับผลประโยชน์จากผู้ประกอบการในพื้นที่ตำบลแพรกหนามแดงจริง โดยจะแกล้งประเมินภาษีโรงเรือนและที่ดินให้สูงกว่าปกติและจะเรียกรับผลประโยชน์จากผู้ประกอบการภายหลัง นอกจากนี้ผู้ต้องหาซึ่งมีหน้าที่ประเมินภาษียังมีพฤติกรรมประเมินภาษีในอัตราแพงเกินจริง และจะอ้างกับผู้เสียหายว่าจะช่วยลดภาษีลง ทั้งที่เป็นภาษีในอัตราปกติ เพื่อแลกกับเงินค่าช่วยเหลือ ซึ่งมีผู้เสียหายถูกหลอกมาแล้วหลายครั้ง กระทั่งนายก อบต.แพรกหนามแดง ทราบข่าวเรียกมาตักเตือน แต่ผู้ต้องหาก็ยังไม่เกรงกลัว และยังกระทำผิดซ้ำอีก เบื้องเจ้าหน้าที่จึงแจ้ง 4 ข้อหา คือ 1.เป็นเจ้าพนักงาน ใช้อำนาจในตำแหน่งโดยมิชอบ ข่มขืนใจหรือจูงใจเพื่อให้บุคคลใดมอบให้หรือหามาให้ซึ่งทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใด(มาตรา 148) 2.เป็นเจ้าพนักงาน เรียก รับ หรือยอมจะรับทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดสำหรับตนเองหรือผู้อื่น โดยมิชอบ เพื่อกระทำการหรือไม่กระทำการอย่างใดในตำแหน่งไม่ว่าการนั้นจะชอบหรือมิชอบด้วยหน้าที่(มาตรา 149) 3.เป็นเจ้าพนักงาน ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต(มาตรา 157) และ 4. มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตจากนายทะเบียน และพกพาอาวุธปืนติดตัวไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่ได้อนุญาตให้มีอาวุธติดตัว ส่งพนักงานสอบสวน สภ.ยี่สาร ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป