หน้าแรก ภูมิภาค ศาลฎีกายืนตาม...

ศาลฎีกายืนตามศาลอุทธรณ์ สั่งมูลนิธิวัดพนัญเชิงออกนอกสุสาน

17.05.18 | 10:35 น.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีเมื่อปี 2556 ทางวัดพนัญเชิงวรวิหาร จ.พระนครศรีอยุธยา ได้ขึ้นป้ายประกาศว่าทางวัดมีโครงการพัฒนาที่ดินบริเวณสุสานสาธารณะอยู่ฝั่งตรงข้ามวัดพนัญเชิง เนื้อที่ทั้งหมด 20 ไร่ เพื่อใช้ประโยชน์ต่อสาธารณชน จึงห้ามบุคคลใดเข้าไปทำประโยชน์ใดๆทั้งสิ้น บุตรหลานที่ฝังศพบรรพชนไว้กว่า 1,600 หลุม ให้ขุดศพย้ายภายในวันที่ 1 สิงหาคม 2557 ต่อจากนั้นทางวัดได้มีหนังสือถึงทางมูลนิธิวัดพนัญเชิง (เซียง เต็ก ตึ้ง) ขนย้ายสิ่งของออกจากที่ดินวัด และแจ้งให้ผู้ที่มาใช้ประโยชน์หรือแสวงหาประโยชน์ในที่ดินของวัดระงับการใช้พื้นที่และเคลื่อนย้ายทรัพย์สินออกไป

ส่วนผู้ที่นำศพบรรพชนฝังในที่ดินของวัด ขอให้ติดต่อกับทางวัด และตรวจสอบเรื่องการเงินกับผู้ที่รับเงินจากท่านไป การรับ-จ่ายเงินค่าที่ดินสุสานดังกล่าว มิได้มีความเกี่ยวข้องกับวัดแต่ประการใดทั้งสิ้น โดยทางมูลนิธิวัดพนัญเชิง(เซียง เต็ก ตึ้ง) ได้ประสานทางวัดและทางจังหวัด ประชุมหาทางออกกันหลายครั้งแต่ไม่เป็นผลหาข้อยุติไม่ได้ ทางวัดจึงยืนฟ้องมูลนิธิวัดพนัญเชิง(เซียง เต็ก ตึ้ง) เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2557 คดีหมายเลขดำที่ 985/2557 ระหว่างวัดพนัญเชิงวรวิหาร โดยพระมหาเชิดชัย กตปุญโญ โจทก์ มูลนิธิเซียงเต็กตึ้ง จำเลยที่ 1 และนายวินัย อัศวราชันย์ (ประธานมมูลนิธิ) จำเลยที่ 2

จนล่าสุดศาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยา (ศาลชั้นต้น) ได้มีคำพิพากษา เมื่อวันที่ 1 ต.ค. 2558 1. ให้จำเลยทั้งสองออกจากที่ดินพิพาท และให้รื้อถอนอาคารสำนักงานของจำเลย บ้านพักคนงาน และบริวาร (หมายถึงคนงาน) ออกไปจากที่ดินพิพาท และห้ามจำเลยไม่ให้รบกวนสิทธิครอบครองที่ดินของโจทก์ 2. ศาลาบำเพ็ญกุศล สร้างก่อนจัดตั้งมูลนิธิ จึงไม่ใช่สิ่งปลูกสร้างของจำเลย ไม่ต้องรื้อ 3. ให้จำเลยชดใช้ค่าเสียหายแก่ โจทก์ เดือนละ 400 บาท จนกว่าจะรื้อสำนักงานของจำเลยและบ้านพักคนงานออกไปจากที่ดินโจทก์ 4. ฮวงซุ้ยและศพ เป็นของทายาทลูกหลาน ซึ่งเข้าฝังศพโดยเปิดเผย สุจริตตามเจตนาให้ทำสุสานสาธารณะของโจทก์ ไม่ต้องรื้อถอนออกจากที่ดินพิพาท และ 5. ห้ามโจทก์ดำเนิน โครงการที่มีวัตถุประสงค์ขัดกับวัตถุประสงค์ของสุสานสาธารณกุศล

ทั้งนี้ทางโจทก์และจำเลย ได้ยื่นอุทธรณ์ต่อศาลอุทธรณ์ ภาค1 มีการสืบพยานคำขอของฝ่ายโจทก์และจำเลย ต่อมาศาลอุทธรณ์พิจารณายืนตามศาลชั้นต้น จากนั้นทางฝ่ายโจทก์มีการยื่นฎีกาต่อศาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ล่าสุดศาลฎีกานัดฟังคำพิพากษา วันที่ 17 พ.ค. 2561 ในเวลา 09.00 น. ที่ศาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยา รวมระยะเวลากว่า 5 ปี นับตั้งแต่มีข้อพิพาท และล่าสุดเวลา 11.00 น. ศาลฎีกาจังหวัดพระนครศรีอยุธยาพิพากษายืนตามศาลชั้นต้น และศาลอุทธรณ์

Advertisement

นายวินัย อัศวราชันย์ ประธานมูลนิธิวัดพนัญเชิง (เซียง เต็ก ตึ้ง) กล่าวว่า ทางมูลนิธิและพี่น้องชาวไทยเชื้อสายจีน ในจังหวัดพระนครศรีอยุธยาและใกล้เคียง รู้สึกขอบคุณ ดีใจ ที่ศาลท่านมีความแม่ตาและความยุติธรรม พิพากษา ตามชั้นต้นและศาลอุธรณ์ คือ 1. ให้จำเลยทั้งสองออกจากที่ดินพิพาท และ ให้รื้อถอนอาคารสำนักงานของจำเลย บ้านพักคนงาน และบริวาร (หมายถึงคนงาน) ออกไปจาก ที่ดินพิพาท และห้ามจำเลยไม่ให้รบกวนสิทธิครอบครองที่ดินของโจทก์ 2. ศาลาบำเพ็ญกุศล สร้างก่อนจัดตั้งมูลนิธิ จึงไม่ใช่สิ่งปลูกสร้างของจำเลย ไม่ต้องรื้อ 3. ให้จำเลยชดใช้ค่าเสียหายแก่ โจทก์ เดือนละ 400 บาท จนกว่าจะรื้อสำนักงานของจำเลยและบ้านพักคนงานออกไปจากที่ดินโจทก์ 4. ฮวงซุ้ยและศพ เป็นของทายาทลูกหลาน ซึ่งเข้าฝังศพโดยเปิดเผย สุจริตตามเจตนาให้ทำ สุสานสาธารณะของโจทก์ ไม่ต้องรื้อถอนออกจากที่ดินพิพาท และ 5. ห้ามโจทก์ดำเนิน โครงการที่มีวัตถุประสงค์ขัดกับวัตถุประสงค์ของสุสานสาธารณกุศล

การดำเนินการของเหล่าชาวไทยเชื้อสายจีน ที่มีการฝั่งศพบรรพบุรุษเอาไว้ ที่สุสาน ต้องมีการรวมกลุ่มเพื่อดูแลกันเอง ซึ่งจะมีการหารือกันอีกครั้งพื้นที่สวนนั้นจะเป็นพื้นที่ สาธารณะ ทางมูลนิธิเอง มีพื้นที่อยู่ติดกับพื้นที่สาธารณะ ที่เป็นข้อพิพาทอยู่จำนวน 7 ไร่3งาน มีหลุมฝั่งศพอยู่จำนวน 300 หลุม ในส่วนนี้ทางมูลนิธิจะดำเนินการ