หน้าแรก ภูมิภาค เยาวชนเครือข่...

เยาวชนเครือข่ายคนสงขลา-ปัตตานีไม่เอาโรงไฟฟ้าถ่านหินรายงานตัวศาลจังหวัดสงขลา

18.05.18 | 15:04 น.

เยาวชนเครือข่ายคนสงขลา-ปัตตานีไม่เอาโรงไฟฟ้าถ่านหินรายงานตัวศาลจังหวัดสงขลา หลังได้ยื่นเรื่องขอโอนย้ายคดีจากศาลเด็กและเยาวชนสงขลามา


เมื่อเวลา 09.00 น.วัน 18 พฤษภาคม เครือข่ายคนสงขลา-ปัตตานีไม่เอาโรงไฟฟ้าถ่าน พร้อมเครือข่ายจะนะรักษ์ถิ่นเดินทางมายังศาลจังหวัดสงขลา เพื่อกำลังใจ ด.ช. ฮานาฟี เหมนคร สมาชิกเครือข่ายคนสงขลา-ปัตตานีไม่เอาโรงไฟฟ้าถ่านหิน ที่ได้เดินทางเข้ารายงานตัวภายหลังทางทนายความได้ยื่นเรื่องขอโอนย้ายคดีจากศาลด็กและเยาวชนสงขลา มายังศาลจังหวัด เพื่อให้ร่วมดำเนินคดีเป็นคดีเดียวกับผู้ต้องอีก 16 คน ที่ถูกฟ้องต่อศาลในคดีเดียวกัน จากเหตุการณ์การสลายการชุมนุมเครือข่ายคนสงขลา-ปัตตานีไม่เอาโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพา ในพื้นที่อำเภอเมืองสงขลา ในกิจกรรมเทใจให้เทพา เมื่อ 27 พฤศจิกายนปีที่ผ่านมา โดยศาลจังหวัดสงขลาได้อนุญาตให้โอนย้ายมาดำเนินคดีพร้อมกัน และนัดพร้อมผู้ต้องหาทั้งหมดรวม 17 คนเป็นนัดแรกในวันที่ 24 พฤษภาคมนี้

หลังจากนั้น เครือข่ายทั้งหมดได้เดินทางไปยังสำนักงานอัยการภาค 9 จังหวัดสงขลา เพื่อยื่นหนังสือเรียกร้องให้ถอนฟ้อง ยุติการดำเนินคดีกับผู้ปกป้องทั้ง 17 คน จากเหตุการณ์เดียวกัน จากนั้นได้ร่วมกัน อ่านแถลงการณ์เรื่อง ขอให้รัฐบาลยุติการดำเนินคดีผู้ปกป้องชุมชนเทพา โดยยึดหลัก “สิทธิมนุษยชน” ตอนหนึ่งระบุว่า การออกมาเดินปกป้องชุมชนของพี่น้องเทพา และภาคีเครือข่ายภาคประชาชนต่างๆ ระหว่างวันที่ 24-28 พฤศจิกายน 2560 นั้น เป็นไปเพื่อเจตจำนงที่จะยื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่ได้เดินทางมาประชุมคณะรัฐมนตรีสัญจร เพื่อขอให้ยกเลิกโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพา หลังจากนั้นทางเจ้าหน้าที่ และฝ่ายความมั่นคงได้มีการสนธิกำลังเข้าจับกุมที่ร่วมเดินในครั้งนี้ทั้งหมด 17 คน ซึ่งมีเยาวชนรวมอยู่ด้วย และได้แจ้งความดำเนินคดี 4 ข้อกล่าวหา

ขณะที่ปัจจุบันนี้โครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพา รัฐบาลได้เห็นถึงปัญหาในการดำเนินการของหน่วยงานที่รับผิดชอบแล้ว จึงสั่งให้มีการทบทวนโครงการโดยให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานดำเนินการแก้ไขปัญหาต่อเรื่องนี้ให้เป็นที่ยอมรับร่วมกันจึงเห็นว่าการจะดำเนินคดีกับ 17 คนนั้น อาจจะไม่เป็นธรรมนักกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนไป และไม่น่าจะเป็นประโยชน์ต่อสาธารณะในอนาคต จึงขอเรียกร้องให้รัฐบาลและสำนักงานอัยการสูงสุดได้โปรดพิจารณายุติการดำเนินคดีด้วยเหตุผลดังกล่าว ทั้งนี้เพื่อให้เป็นไปตามนโยบายของรัฐบาลที่ประกาศให้เรื่อง “สิทธิมนุษยชน” เป็นวาระแห่งชาติ

Advertisement