เกษตรกรชาวไร่อ้อยในพื้นที่จังหวัดลพบุรีได้รับความเดือดร้อนหลังจากที่โรงน้ำตาลไม่ยอมรับซื้ออ้อยที่ตัดแล้วและยังอยู่ในไร่กว่า 2 พันไร่ จึงรวมตัวกันจะขอให้ทางจังหวัดช่วยเหลือเยี่ยวยาด่วน
นางเพ็ญศรี แช่มลำเจียก อายุ 58 ปี บ้านเลขที่ 54 หมู่ที่ 2 ต.หนองแขม อ.โคกสำโรง จ.ลพบุรี ได้ประสานกับทางผู้สื่อข่าวเดลินิวส์ประจำจังหวัดลพบุรี ว่า ทางตัวแทนเกษตรกรผู้ทำไร่อ้อยในเขตพื้นที่ 6 ตำบลประกอบด้วย ต.หนองแขม ต.เกาะแก้ว ต.สะแกราบ ต.วังเพลิง ต.เขาแหลม และ ต.ห้วยโป่ง อ.โคกสำโรง จ.ลพบุรี ได้รวมตัวกันประมาณ 30 คนในหมู่บ้าน ต.หนองแขม อ.โคกสำโรง จ.ลพบุรี
ทั้งนี้เพื่อที่จะเตรียมการเดินทางไปขอให้ทางจังหวัดลพบุรีให้การช่วยเหลือแก้ปัญหากรณีที่ทางโรงงานน้ำตาลในเขต อ.สระโบสถ์ จ.ลพบุรี ได้ปิดโรงงานน้ำตาลลงดรับหีบอ้อยและไม่รับซื้ออ้อยที่เกษตรกรปลูกและมีข้อตกลงกับทางโรงงานไว้ จนทำให้เกษตรกรที่ทำไร่อ้อยได้รับความเดือดร้อนพบกับความขาดทุน หลังจากที่ได้ลงทุนไปแล้วรายละหลายแสนบาทเพราะเกษตรกรบางรายตัดอ้อยใส่รถขนไปส่งโรงงาน แต่ทางโรงงานไม่รับอ้อยต้องนำอ้อยที่ตัดแล้วไปเททิ้งข้างทาง ขณะที่บางรายก็ได้ทำการเผาใบอ้อยก่อนที่จะตัดส่งโรงงานก็ไม่สามารถตัดได้ทำให้ตัดสินใจไถทิ้ง
ซึ่งชาวไร่อ้อยจำนวนมากก็ได้มีการปรับเปลี่ยนจากการปลูกข้าวหันมาทำไร่อ้อยตามคำแนะนำของทางรัฐบาล แต่ก็ต้องมาประสบปัญหากับที่ทางโรงงานน้ำตาลไม่ยอมรับซื้ออ้อย จึงจะขอให้ทางจังหวัดลพบุรีได้ช่วยประสานกับทางโรงน้ำตาล เพื่อให้ช่วยรับซื้ออ้อยของเกษตรกรเพราะไร่อ้อยทุกแปลงได้มีข้อตกลงกับโรงงานน้ำตาลไว้ก่อนปลูกแล้ว รวมทั้งขอให้ทางจังหวัดหาทางช่วยเหลือเยี่ยวยาให้กับเกษตรกรที่ทำไร่อ้อยที่ประสบปัญหาด้วย
ขณะที่ นายอนันต์ จรุงโรจน์รัศมี นอภ.โคกสำโรง จ.ลพบุรี ได้เปิดเผยว่ากรณีดังกล่าวได้มีตัวแทนเกษตรกรที่ทำไร่อ้อยได้มีการทำหนังสือมายังศูนย์ดำรงธรรมของทางอำเภอโคกสำโรงแล้ว ซึ่งทางอำเภอได้ประสานไปยังโรงน้ำตาลดังกล่าวแล้วขอให้จัดเจ้าหน้าที่มาชี้แจงกับเกษตรกรที่ได้รับความเดือดร้อน โดยจะได้เชิญทางเจ้าหน้าที่ออกมาชี้แจงกับทางเกษตรกรในเร็ววันนี้และจะได้หาแนวทางในการเจรจาที่จะให้การช่วยเหลือกับเกษตรกรต่อไป สำหรับการนัดหมายในการพบกันระหว่างเกษตรกรที่ได้รับความเดือดร้อนนั้นจะเร่งรัดให้เร็วที่สุด เนื่องจากถ้าปล่อยไปนานอ้อยที่ยังค้าอยู่ในไร่ก็จะได้รับความเสียหายเน่าค่าไร่ ส่วนในเรื่องการเยี่ยวยานั้นคงจะต้องหารือกับทางผู้บังคับบัญชาระดับสูงว่าจะให้การช่วยเหลือได้หรือไม่เพราะเป็นงบประมาณที่สูง แต่ขอให้เกษตรกรได้เข้าใจว่าทางอำเภอไม่ได้นิ่งนอนใจ

