พบชาวบ้านอำเภอทุ่งหว้า สตูล 17 ราย นำเห็ดป่ามีพิษมารับประทาน ต้องเข้ารพ.ด่วน สสจ.เตือน ช่วงหน้าฝนเก็บเห็ดป่ามากินอาจเป็นเห็ดพิษ อันตรายถึงตายได้ แนะรีบส่งแพทย์ด่วน พร้อมวิธีสังเกตุเห็ดกินได้
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเมื่อวันที่ 21 พ.ค.61 ได้รับรายงานจากทางรพ.ทุ่งหว้า อ.ทุ่งหว้า จ.สตูลว่า ได้รับผู้ป่วยจากการรับประทานแกงเห็ดไว้ประมาณ 14 ราย โดยมีอาการคลื่นไส้อาเจียน กระสับกระส่าย เวียนหัว ซึม โดยแพทย์ใส่ท่อหายใจ 3 ราย เนื่องจากหายใจลำบากติดขัด ซึม ท้องเสีย และมีอากาทางเดินหายใจ รพ.ทุงหว้า จึงรีบนำส่ง รพ.สตูล นอนรักษาตัวที่ รพ.ทุ่งหว้า 4 ราย ส่วนที่เหลือกลับบ้านได้
จากนั้นทางนายแพทย์สาธารสุขจังหวัดสตูล จึงได้ให้เจ้าหน้าที่เข้าสอบสวนโรคพบมีผู้ป่วยจากการรับประทานเห็ดมีพิษครั้งนี้มีทั้งหมดรวม 17 ราย ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ค้นหาผู้ป่วยเพิ่มเติมและยังไม่พบผู้เสียชีวิตแต่อย่างใด
ต่อมานายแพทย์สมบัติ ผดุงวิทย์วัฒนา นายแพทย์สาธารณสุข จ.สตูล กล่าวว่า ได้ประกาศเตือน ว่าการเก็บเห็ดป่าในช่วงหน้าฝนมากินอาจเป็นเห็ดพิษได้ เนื่องจากประชาชนนิยมเห็ดป่าที่ขึ้นเองตามธรรมชาติ ซึ่งเห็ดป่ามีทั้งกินได้และเห็ดพิษที่มีลักษณะใกล้เคียงกัน ทำให้ประชาชนเข้าใจผิด โดยจังหวัดสตูลที่อ.ทุ่งหว้า จ.สตูล พบผู้ป่วยจากการรับประทานเห็ดมีพิษแล้วเมื่อวันที 20 พ.ค.61
นายแพทย์สมบัติกล่าวว่า อย่างไรก็ตามสำหรับอาการหลังจากกินเห็ดพิษแล้วจะทำให้คลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้องหรือถ่ายอุจจาระเหลว ไม่ควรซื้อยากินเองหรือไปรักษากับหมดพื้นบ้าน จะต้องรีบไปพบแพทย์พร้อมนำตัวอย่างเห็ดไปด้วย และจากการลงไปสอบสวนโรคในพื้นที่ทราบว่า ผู้ป่วยเก็บเห็ดและนำมาประกอบอาหารรับประทานกันในครอบครัวและเครือญาติ
สำหรับเห็ดที่รับประทานได้ สังเกตุได้คือ ส่วนใหญ่เจริญในทุ่งหญ้า ก้านสั้น อ้วนป้อมและไม่โป่งพองออก ผิวเรียบไม่ขรุขระ ไม่มีสะเก็ต สีผิวของหมวกส่วนใหญ่เป็นสีขาวถึงสีน้ำตาล ผิวของหมวกเห็ดเรียบจนเป็นเส้นใยและเหมือนถูกกดจนเป็นแผ่นบางๆ ดึงออกยาก ครีบแยกออกจากกันระยะแรกเป็นสีชมพูแล้วเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาล สปอร์สีน้ำตาลอมม่วงแก่ รูปกระสวยกว้าง

