เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม ชาวบ้านต.หนองนกไข่ อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร เกือบ 50 คน ได้รวมตัวกันร้องเรียนผ่านผู้สื่อข่าวไปถึงผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาครและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หลังจากที่ได้รับความเดือดร้อนจากการสร้างเขื่อนริมคลองภายใต้โครงการ ป้องกันและแก้ไขปัญหาทรัพยากรธรรมชาติ การก่อสร้างเขื่อน คสล.เลียบคลองยายหนู หมู่ที่ 2 บ้านปากคลองนกไข่ หมู่ที่ 3 บ้านคลองนกไข่ ต.หนองนกไข่ อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร จากเงินงบประมาณตามแผนปฏิบัติราชการจังหวัดสมุทรสาคร ประจำปีงบประมาณ 2561 จำนวน 7.6 ล้านบาท มีระยะความยาว 1 กิโลเมตร
ชาวบ้าน กล่าวว่า คลองยายหนูกั้นระหว่างหมู่ที่ 1 กับ หมู่ที่ 2 ส่วนหมู่ที่ 3 อยู่ในช่วงปลายของแนวเขื่อน ก่อนนี้ริมตลิ่งคันดินทรุดตัวลง ทางคณะกรรมการหมู่บ้านและผู้นำท้องถิ่น เห็นว่าน่าจะสร้างเขื่อนปูน เพื่อป้องกันตลิ่งทรุดในแนวเขตพื้นที่ของหมู่ที่ 2 กับ หมู่ที่ 3 และเสนอของบประมาณจากทางจังหวัด จึงมีการจัดเวทีประชาคมจากประชาชนเฉพาะพื้นที่หมู่ที่ 2 กับ หมู่ที่ 3 เพราะเป็นพื้นที่ที่ต้องสร้างแนวเขื่อนพาดผ่าน แต่ไม่ได้ให้ประชาชนในพื้นที่หมู่ที่ 1 ที่มีส่วนได้ส่วนเสียร่วมด้วย จากนั้นเริ่มก่อสร้างเมื่อช่วงหลังปีใหม่ แต่ก่อสร้างไปสักระยะ พบว่าแบบของเขื่อนเป็นแนวตรงราบ ไม่มีส่วนเว้าลง หรือเว้นช่องเป็นระยะๆ เพื่อให้ชาวบ้านหมู่ที่ 1 ที่อยู่ฝั่งตรงข้าม สามารถใช้ประโยชน์จากการขนถ่ายพืชผลทางการเกษตรข้ามมายังฝั่งพื้นที่หมู่ที่ 2 ได้ ดังเช่นวิถีชีวิตในอดีต ดังนั้นจึงร้องขอไปยัง อบต.หนองนกไข่ และ ศูนย์ดำรงธรรมอำเภอกระทุ่มแบน เพื่อชี้ให้เห็นถึงความเดือดร้อนและผลกระทบที่ชาวบ้านหมู่ที่ 1 ได้รับ ซึ่งก็มีหน่วยงานต่างๆ ลงพื้นที่มารับฟังความเดือดร้อน พร้อมกับทำประชาคมเพื่อลงชื่อขอให้ทำเป็นช่องโหว่ เว้นระยะทางเข้าออก หรือ ช่องเว้าลงทั้งหมด 5 ช่อง เพื่อให้ชาวบ้านขนพืชผักผลไม้มาขึ้นรถที่จอดรอบนถนนฝั่งตรงข้ามได้ อีกทั้งยังได้บอกชาวบ้านว่า จะนำเรียนให้ผู้ว่าราชการจังหวัด ได้รับทราบ
แต่เช้าวันนี้ กลับพบว่าผู้รับเหมาก่อสร้างได้นำเหล็กเส้นมาตีแบบแปลนเพื่อเตรียมเทปูนปิดช่องโหว่ที่เคยเว้นไว้ 5 ช่อง เพื่อรอคำสั่งจากทางผู้ว่าราชการจังหวัดว่าจะให้ดำเนินการอย่างไร โดยทางผู้รับเหมาอ้างว่า เป็นคำสั่งจากนายช่างโยธาธิการฯ ของ อบต.หนองนกไข่ เพราะผู้ว่าราชการจังหวัด ไม่อนุมัติให้เปลี่ยนแปลงแบบแปลน ชาวบ้านที่ได้รับความเดือดร้อนเกิดความไม่เข้าใจว่าเหตุใดถึงต้องรีบปิดช่องว่างที่เคยตกลงกันไว้ว่าจะทำเป็นช่องให้ชาวบ้านเข้าออก ทั้งๆ ที่ยังไม่มีหนังสือคำสั่งจากผู้ว่าราชการจังหวัด และยังเป็นข้อกังขาว่าการสั่งปิดช่องทั้ง 5 ช่องนั้น เป็นคำสั่งจากทางผู้ว่าราชการจังหวัดจริงหรือไม่ จึงได้ออกมาร่วมกันเรียกร้อง ขอให้เห็นใจประชาชนเพราะหลายคนต้องใช้วิธีปีนเข้าปีนออกเสี่ยงอันตรายต่อการลื่นตกคลอง และลำบากกับการขนพืชผักผลไม้ข้ามคลอง
ชาวบ้านบอกอีกว่า ชาวบ้านไม่ได้คัดค้านกับการสร้างเขื่อน เพราะเข้าใจถึงสภาพปัญหาคันดินริมตลิ่งทรุดตัว จึงต้องป้องกันไว้ก่อน แต่ก็ไม่เกี่ยวกับเรื่องการป้องกันน้ำท่วมเพราะที่ผ่านมาไม่เคยเกิดน้ำท่วมในพื้นที่เส้นนี้มาก่อน หรือถ้ามีน้ำทะเลหนุนจริง ก็มีประตูบังคับน้ำคอยควบคุมระดับน้ำในคลองอยู่แล้ว ส่วนอนาคตหากเกิดเหตุการณ์น้ำทะลักเข้ามาในคลองนี้ ก็เชื่อว่าเขื่อนนี้จะไม่สามารถป้องกันน้ำท่วมได้ เพราะลักษณะการปักแผ่นปูนไม่สามารถกั้นน้ำได้ แม้เขื่อนจะสูงเกิน 60 – 80 เซนติเมตร และกว้างใหญ่เกินไปจนกินพื้นที่เข้าไปในคลองก็ตาม หลังร้องเรียนผ่านสื่อและทหารจากค่ายกำแพงเพชรอัครโยธินที่ลงมาควบคุมสถานการณ์ให้อยู่ในความสงบแล้ว ชาวบ้านก็ได้เดินทางไปขอฟังคำชี้แจงจากนายช่างโยธาฯ ของอบต.หนองนกไข่ ผู้ควบคุมการก่อสร้าง
ด้านนายช่างโยธาฯ ของอบต.หนองนกไข่ ชี้แจงว่า หลังประชุมประชาคมครั้งหลังสุดเพื่อรับทราบปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนเรียบร้อยแล้ว ตนได้ทำหนังสือชี้แจงส่งไปยังนายอำเภอกระทุ่มแบน และคณะกรรมการระดับอำเภอ เพื่อพิจารณารายละเอียดและความเหมาะสม เพื่อนำเรียนให้ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาครได้รับทราบ และจะได้มีคำสั่งลงมาว่าควรจะดำเนินการอย่างไรต่อไป เนื่องจากเขื่อนเส้นนี้เป็นงบการพัฒนาจังหวัด อำนาจการตัดสินใจจึงขึ้นอยู่กับผู้ว่าราชการจังหวัด แต่ทั้งนี้เมื่อเวลาผ่านมาหลายวัน ประกอบกับระยะเวลาการดำเนินงานใกล้สิ้นสุดลงทุกที ตนจึงเข้าใจคลาดเคลื่อนว่างผู้ว่าราชการจังหวัดเห็นสมควรที่จะไม่เปลี่ยนแปลงหรือแก้ไขแบบ ซึ่งเมื่อผู้รับเหมาสอบถามมา ก็เลยต้องให้ดำเนินการตามแบบเดิมไปก่อน แต่ทั้งนี้หลังจากที่ชาวบ้านได้รวมตัวกันร้องขอให้ระงับไว้ชั่วคราวนั้น ตนก็ได้สั่งผู้รับเหมาให้ระงับไว้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว เพื่อรอหนังสือคำสั่งที่ชัดเจนจากทางผู้ว่าราชการจังหวัด
ผู้สื่อข่าวได้สอบถามไปยังนายอำเภอกระทุ่มแบน ได้รับการชี้แจงว่า คณะกรรมการระดับอำเภอ ได้รับหนังสือชี้แจงความเดือดร้อนของประชาชนแล้ว แต่เพราะมีการแก้ไขเอกสารหลายครั้ง ทางคณะกรรมการจึงต้องพิจารณาอย่างละเอียดรอบคอบ ก่อนที่จะนำเสนอให้ผู้ว่าราชการจังหวัดรับทราบ ตอนนี้เรื่องยังอยู่ระหว่างการพิจารณาตรวจสอบของคณะกรรมการระดับอำเภอ โดยทางอำเภอกำลังเร่งดำเนินการให้แล้วเสร็จโดยเร็ว เพื่อนำเสนอต่อผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาครพิจารณาความเห็นชอบต่อไป
https://youtu.be/i-LGe8FH5GY


