นำตัว ‘ผู้ต้องหาจี้ชิงรถ’ ทำแผน หลังโบกรถ พา ‘เมีย-ลูกพิการ’หาหมอ พอคนขับเผลอ ใช้ปืนจี้

22.05.18 | 19:24 น.

เมื่อเวลา 17.00 น. วันที่ 22 พฤษภาคม เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองมหาสารคาม นำตัวนายนนท์นริศ เนตรประชา อายุ 35 ปี ผู้ต้องหามาทำแผนประกอบคำรับสารภาพ บริเวณหลังโรงแรมแห่งหนึ่งในพื้นที่ตำบลเกิ้ง อ.เมือง จ.มหาสารคาม ซึ่งผู้ต้องหาได้จี้ชิงรถยนต์ของผู้เสียหายเป็นหญิงรายหนึ่ง มาจากท้องที่ สภ.บ้านไผ่ จ.ขอนแก่น ก่อนจะมาหลบซ่อนตัวในป่าละเมาะ หลังโรงแรมแห่งหนึ่ง บริเวณถนนเลี่ยงเมืองมหาสารคาม ต.เกิ้ง อ.เมือง จ.มหาสารคาม โดยคนร้ายมีอาวุธปืนและมีลูกที่พิการแต่กำเนิด และภรรยาเป็นตัวประกัน ก่อนที่คนร้ายจะเข้ามอบตัว โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจใช้เวลาเจรจานานกว่า 2 ชั่วโมง

พล.ต.ต.อภิศักดิ์ เดชะคำภู ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดมหาสารคาม เปิดเผยภายหลังจากสอบสวนนายนนท์นริศ ว่า ผู้ต้องหาเป็นคนพื้นเพจังหวัดนครปฐม มีคดีติดตัวคือคดีลักทรัพย์นายจ้าง เมื่อปี 2560 ในพื้นที่ สภ.โพธิ์แก้ว จ.นครปฐม ต่อมาผู้ต้องหาได้ไปทำงานที่โรงงานไอศกรีมแห่งหนึ่ง จากนั้นก็ตกงาน ไม่มีงานทำ ไม่มีเงินใช้ ไม่รู้จะไปทางไหน จึงได้พาภรรยา คือ นางสาวพรศิริ เพ็งไร่ขิง และลูกชายวัย 3 ขวบ ซึ่งพิการแต่กำเนิด ตระเวนอยู่ในพื้นที่จังหวัดนครปฐม


กระทั่งเมื่อวานนี้ (21 พฤษภาคม) นายนนท์นริศ ได้ก่อเหตุจี้ชิงทรัพย์ เป็นรถยนต์ฟอร์จูนเนอร์ ในพื้นที่ สภ.โพธิ์แก้ว จ.นครปฐม ก่อนจะขับหลบหนีมาแบบไม่มีจุดหมายปลายทาง จนรถมาประสบอุบัติเหตุตกถนนอยู่ที่พื้นที่ตำบลโนนศิลา อ.โนนศิลา จ.ขอนแก่น ทั้ง 3 คน พ่อแม่ลูก จึงได้โบกรถจากรถที่สัญจรผ่านไปมา เพื่อมาลงที่ปั๊ม ปตท. บ้านไผ่ จ.ขอนแก่น ก่อนจะขออาศัยรถของผู้เสียหาย เป็นรถยนต์ฮอนด้าซิตี้สีดำ โดยอ้างว่าจะพาลูกไปหาหมอที่โรงพยาบาล และจะให้ค่าตอบแทนเป็นเงิน 500 บาท แต่ผู้เสียหายเห็นว่าเด็กกำลังไม่สบาย จะไปส่งให้โดยไม่คิดค่าตอบแทนใด ๆ เพราะเห็นว่าเป็นคนไทยเหมือนกัน จึงได้ให้ขึ้นรถมาด้วย พอขึ้นรถมาได้ประมาณ 200 เมตร นายนนท์นริศ จึงได้ใช้ปืนจี้บังคับให้ผู้เสียหายลงจากรถ จากนั้นผู้เสียหายจึงได้เข้าแจ้งความ และเจ้าหน้าที่ได้สกัดรถตามจุดต่าง ๆ ที่คาดว่าคนร้ายจะหลบหนี จนสามารถติดตามจับกุมตัวได้ในที่สุด

จากนั้น เจ้าหน้าที่ได้นำตัวผู้ต้องหา ไปชี้จุดที่เกิดเหตุ จุดที่ 1 เป็นจุดจอดรถ จุดที่ 2 เป็นป่าละเมาะที่ผู้ต้องหาพาภรรยาและลูกมาหลบซ่อนตัว และจุดที่ 3 เป็นของกลางอุธปืนที่ใช้ก่อเหตุ ก่อนที่จะทำบันทึกจับกุม และส่งตัวต่อให้กับเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน สภ.บ้านไผ่ เพื่อนำตัวผู้ต้องหาไปดำเนินคดีต่อไป โดยเจ้าหน้าที่จะได้สืบสวนต่อไปว่านางสาวพรศิริ ภรรยา มีส่วนร่วมในการก่อเหตุชิงทรัพย์ด้วยหรือไม่ ขณะที่อาการของเด็กชายวัย 3 ขวบ ซึ่งพิการแต่กำเนิด ขณะนี้ยังรักษาตัวอยู่ในห้องไอซียู และต้องอยู่ในความควบคุมดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด