เมื่อเวลา 15.00 น.วันที่ 24 พฤษภาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์จากทัณฑสถานบำบัดพิเศษลำปาง และเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.ห้างฉัตร อ.ห้างฉัตร จ.ลำปาง ได้นำตัวนายกิตติชัย อายุ 23 ปี ชาวบ้านหลิ่งก่าน ม.3 ต.หนองหล่ม อ.ห้างฉัตร จ.ลำปาง ไปติดตาม และชี้จุดที่นายกิตติชัย ขี่รถจักรยานยนต์มาส่งนายเสกสรรค์ เขื่อนแก้ว อายุ 39 ปี หรือฉายา “เอ๋ ควาย” ซึ่งเป็นผู้ต้องโทษในคดียาเสพติดของทัณฑสถานบำบัดพิเศษลำปาง และเป็นผู้ต้องโทษรายสำคัญเครือข่ายค้ายาเสพติดใน จ.ลำปาง ก่อนที่จะก่อเหตุใช้ลวดไขกุญแจล็อกโซ่มือ แล้วหลบหนีออกไปจากโรงพยาบาลห้างฉัตร เมื่อกลางดึกของวันที่ 23 พฤษภาคม ที่ผ่านมา ขณะเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์นำตัวไปรักษาอาการปวดท้อง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า โดยนายกิตติชัย และพี่สาวได้รับการติดต่อผ่านทางเฟซบุ๊กจากผู้ต้องโทษ เพื่อให้ไปเยี่ยมขณะนอนพักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลห้างฉัตรในช่วงเย็นของวันก่อนเกิดเหตุ ก่อนเจ้าหน้าที่จะนำตัวมาสอบสวน กระทั่งนายกิตติชัยเปิดปากรับสารภาพว่า นอกจากจะเดินทางไปเยี่ยมผู้ต้องโทษคนดังกล่าวจริง ยังได้ขับขี่รถจักรยานยนต์ไปส่งผู้ต้องโทษที่บริเวณปากทางเข้าวัดพระธาตุป๋อมป๋อแล ม.1 ต.วอแก้ว อ.ห้างฉัตร จ.ลำปาง เมื่อช่วงเวลาประมาณ 01.20 น.ของวันเกิดเหตุ จากนั้นผู้ต้องโทษที่ยังมีโซ่ตรวนติดอยู่ที่ขา ก็ได้เดินไปทางแนวป่าที่อยู่ใกล้วัด และหายไป
ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า ก่อนหน้านั้น นายกิตติชัยให้การว่า ขณะที่ตนอยู่บ้าน ผู้ต้องโทษคนดังกล่าวที่รู้จักกันได้เดินเข้ามาในบ้าน เวลา 01.00 น.ของวันเกิดเหตุ โดยใช้เสื้อสีชมพูผูกติดโซ่ตรวน และดึงขึ้น เพื่อให้สะดวกในการเดิน เมื่อมาถึงก็ได้เรียกตนเอง และพูดจาข่มขู่ เพื่อให้ไปส่งในจุดดังกล่าว ด้วยความกลัวจึงออกไปส่ง โดยผู้ต้องโทษได้นั่งหันข้าง เนื่องจากยังมีโซ่ตรวนติดอยู่ เมื่อตนไปส่งผู้ต้องหาเสร็จ ก็กลับมานอนบ้าน ส่วนในช่วงที่ผู้ต้องโทษเดินทางมาถึงบ้านตนเองได้นั้น ทราบว่ามีคนขี่รถจักรยานยนต์มาส่งอีกที ทั้งนี้ ยืนยันว่าไม่ได้วางแผน หรือรู้เห็นเป็นใจการหลบหนีออกมาครั้งนี้ ส่วนที่พบลวดเหล็กที่ผู้ต้องโทษใช้ไขกุญแจที่ล็อกโซ่ตรวนที่มือ ไม่ทราบว่าเอามาจากไหน ซึ่งตนไม่ได้จัดเตรียมให้

