ความคืบหน้าล่าสุด กรณีที่ นายกิจกร รัศมี หรือ ถึ่ง ศรีสำราญ อายุ 33 ปี ได้ทำการแหกห้องขังด้วยการใช้เลื่อยตัดเหล็ก ที่ให้เพื่อนสาวคนสนิทซุกซ่อนมาในกล่องข้าว แล้วนำมาให้ที่โรงพัก จากนั้นใช้เวลาตลอดทั้งคืนในการเลื่อยลูกกรงเหล็กของโรงพัก แล้วหลบหนีออกมา ได้ เวลาประมาณ 03.30 น. ของเช้าวันที่ 24 พฤษภาคม จากนั้นมีภาพจากกล้องวงจรปิดจากโรงพักจับภาพวินาทีที่ผู้ต้องหาหลบหนีออกมาได้อย่างชัดเจนแล้วเดินออกไปตามท้องถนน
จากนั้น ตำรวจได้เร่งติดตาม ไล่ล่า แบ่งกำลังกว่า 30 นายกระจายกำลังไปตามบ้านของผู้ต้องหา บ้านญาติ และบ้านภรรยา จนพอทราบว่า นายกิจกรนั้นหลบหนีไปอยู่ที่ บ้านญาติภรรยาใน อ.พนมทวน จ.กาญจนบุรี ซึ่งตลอดเวลามีการติดต่อกับภรรยาตลอด คือ นางอังสุมา พรหมชนะ จนท.จึงได้ออกติดตามจับกุมตลอดทั้งวันที่ผ่านมา
จนเมื่อช่วงเย็นที่ผ่านมา ตำรวจชุดสืบสวนทราบว่า พ่อตาของนายกิจกรได้พาขับรถจักรยานยนต์หลบหนีมาตามเส้นทางถนนทุ่งคอก ต.บ่อสุพรรณ อ.สองพี่น้อง และได้เกิดรถจักรยานยนต์เสียหลักล้มลง ทำให้ นายกิจกร ต้องวิ่งหนีไปตามดงอ้อย จนท.จึงกดดันทั้งทางอากาศและทางภาคพื้นดิน ปิดล้อมปูพรม ซึ่งนายถึ่งยังไม่ยอมมอบตัว จากนั้น พ.ต.อ.กฤศ จันทร์สว่าง ผกก.สภ.สองพี่น้อง ได้นำกำลังอีกชุด ไปนำตัวภรรยาและแม่ พี่สาว นายกิจกรมาพูดเกลี้ยกล่อมให้ออกมา โดยใช้โทรโข่งส่งสัญญาณไป ซึ่งไม่นานนายกิจกรงก็ยอมรับสารภาพ และเดินออกมามอบตัวแต่โดยดี ท่ามกลางความโล่งใจของครอบครัว ที่ยืนร้องไห้ กันระงม และโผกอดกัน ทั้งครอบครัว

จากนั้น ตำรวจชุดสืบสวน กก.สส.ภ.จว.สุพรรณบุรี และชุดสืบสวน สภ.สองพี่น้อง ได้พานายกิจกรมาทำการสอบสวนต่อที่ สภ.สองพี่น้อง โดยมี พ.ต.อ.เกรียงไกร วุฒิพานิช รอง ผบก.ภ.จว.สุพรรณบุรี ได้ทำการสอบสวน โดยนายกิจกรให้การรับสารภาพว่า ทำไปเพราะอยากกลับไปหาเมียที่กำลังตั้งท้อง เพราะกลัวว่าจะติดคุกนาน เลยอยากออกไป เพราะคิดถึง ไม่ได้เจตนาอื่นใด โดยมีการให้เพื่อนสาวนำมาเลื่อยมาให้ เพราะตนเป็นคนขอร้องเอง ซึ่งตนก็ต้องขอโทษตำรวจ ขอโทษครอบครัวที่ทำให้ทุกคนเดือดร้อน เพราะความคิดชั่ววูบ ที่ได้ทำลงไป
ด้านภรรยา ได้กล่าวเพียงสั้นๆพร้อมน้ำตานองหน้า ว่า ตนก็ไม่อยากให้สามีทำแบบนี้ อย่างไรก็ดี เรื่องมันเกิดไปแล้ว ก็ได้แต่ให้อภัย เพราะอย่างไร ก็คือพ่อของลูกและคนในครอบครัว
ด้าน พ.ต.อ.กฤศ จันทร์สว่าง ผกก.สภ.สองพี่น้อง ได้เปิดเผยว่า สำหรับการติดตามจับกุมในครั้งนี้ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจทุกคนได้เร่งติดตามอย่างเต็มที่ และได้ติดตามตัวจากการสอบสวนเพื่อนสาวคนสนิท ญาติ และครอบครัว และติดตามจากเส้นทางจากกล้อง CCTV จนทราบว่า นายถึ่งนั้นหลบหนีไปอยู่ที่ใด และสามารถจับกุมตัวได้ในที่สุด หลังจากการสอบสวน ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่าทำไปเพราะเหตุผลต้องการไปหาภรรยา ที่กำลังตั้งครรภ์ เนื่องจากเกรงว่าจะติดคุกนาน จึงได้ตัดสินใจทำดังกล่าว ซึ่งทาง จนท.ก็จะดำเนินการไปตามกฎหมายต่อไป ในข้อหา หลบหนีจากการถูกคุมขัง ส่วนเรื่องจนท.ตำรวจสิบเวร ก็จะทำการตั้งคณะกรรมการสอบสวนว่าบกพร่องในหน้าที่หรือไม่อย่างไร เบื้องต้นก็ถูกลงโทษตามระเบียบวินัยแล้ว ส่วนห้องขังขณะนี้ได้ทำการปรับปรุงซ่อมแซม เรียบร้อย และได้ทำการเรียกประชุม และสั่งการเน้นย้ำ จนท.ตำรวจทุกนายในการปฏิบัติหน้าที่อย่างเคร่งครัด เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นอีก และจะดำเนินคดีผู้ต้องหาในลำดับต่อไป


