เมื่อเวลาประมาณ 09.25 น.วันที่ 29 พฤษภาคม พ.ต.ท.คะแนน สมรักษ์ สารวัตร (สอบสวน) สภ.ฉลอง ได้รับแจ้งเหตุรถบัสชนกับรถจักรยานยนต์ภายในซอยยอดเสน่ห์ 2 ถนนเจ้าฟ้าตะวันตก หมู่ 10 ต.ฉลอง อ.เมืองภูเก็ต หลังได้รับเเจ้งจึงประสานหน่วยกู้ชีพ ทต.ฉลอง ร่วมสนับสนุน ก่อนลงพื้นที่ตรวจสอบพร้อมด้วยนายศุภวัฒน์กัณฐ์ คุณลักษณ์ สมาชิกสภาเทศบาลตำบลฉลอง หรือ สท.นวย และเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร สภ.ฉลอง ลงพื้นที่ตรวจสอบ
ที่เกิดเหตุอยู่ภายในซอยยอดเสน่ห์ 2 ห่างจากถนนเจ้าฟ้าตะวันตกไปประมาณ 200 เมตร พบรถบัสสีขาว หมายเลขทะเบียน 30-0532 กรุงเทพมหานคร ข้างรถติดสติ๊กเกอร์ระบุชื่อบริษัท ศรีนวลพุด ทรานสปอร์ต จำกัด บริเวณล้อหน้ารถฝั่งคนขับพบร่างผู้ได้รับบาดเจ็บถูกล้อทับขาอยู่ ทราบชื่อผู้บาดเจ็บภายหลังคือ ด.ช.ธรกร สมมาตร อายุ 14 ปี เด็กนักเรียนชั้น ม.2 ของโรงเรียน อบจ.เมืองภูเก็ต ได้รับบาดเจ็บที่บริเวณหน้าผาก มีบาดแผลลึกฉกรรจ์ และบริเวณใบหน้า ริมฝีปากฉีกขาด เลือดไหลนองพื้น ใกล้กันพบรถจักรยานยนต์ยี่ห้อคาวาซากิ รุ่นเคเอสอาร์ สีขาว-ดำ หมายเลขทะเบียน ขธล 263 ภูเก็ต ล้มคว่ำอยู่ข้างถนน
ทั้งนี้ เนื่องจากล้อรถบัสได้ทับขา ด.ช.ธรกรอยู่ แต่บนรถไม่มีคนขับ ชาวบ้านจึงได้ช่วยสตาร์ตรถบัสก่อนใส่เกียร์ถอยหลัง ขณะที่บางส่วนต่างช่วยกันดันรถบัสให้ถอยหลังไปเล็กน้อย ก่อนที่เจ้าหน้าที่กู้ชีพเทศบาลตำบลฉลองจะช่วยกันดึงขาของ ด.ช.ธรกรออกมาจากล้อรถ ก่อนทำการปฐมพยาบาลในเบื้องต้น และนำตัว ด.ช.ธรกรส่ง รพ.ฉลองอย่างเร่งด่วน ล่าสุดส่งต่อไปยัง รพ.วชิระภูเก็ตแล้ว
เบื้องต้นทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ ด.ช.ธรกรได้ขับรถ จยย.กลับจากการร่วมกิจกรรมทำบุญวันวิสาขบูชาที่วัดลัฎฏิวนาราม หรือวัดใต้ ซึ่งโรงเรียนจัดขึ้น ก่อนจะไปส่งเพื่อนภายในซอยยอดเสน่ห์ 2 หลังจากส่งเพื่อนเสร็จได้ขับรถ จยย.ออกจากซอยมุ่งหน้าไปยังถนนเจ้าฟ้าตะวันตก ขณะที่รถบัสได้ขับมาจากถนนเจ้าฟ้าตะวันตก เข้าซอยยอดเสน่ห์ 2 เมื่อถึงจุดเกิดเหตุซึ่งเป็นทางโค้งได้เกิดเฉี่ยวชนกัน
อย่างไรก็ตาม หลังเกิดเหตุได้มีพลเมืองดีรายหนึ่งซึ่งระบุว่าได้จอดรถรออยู่ด้านหลังรถบัสคันเกิดเหตุดังกล่าว ทนเห็นพฤติกรรมของคนขับรถบัสที่คิดว่าไม่เหมาะสม จึงส่งภาพวิดีโอคลิปที่บันทึกไว้ได้จากกล้องหน้ารถมาให้ ซึ่งในคลิปดังกล่าวเป็นภาพขณะชายอายุประมาณ 45-50 ปี กำลังรีบเดินลงจากรถบัสและเดินผ่านรถที่จอดไปด้วยสีหน้าเฉยเมย ไม่แสดงความรับผิดชอบด้วยการเข้าไปช่วยเหลือผู้บาดเจ็บ กลับปล่อยให้ชาวบ้านช่วยเหลือผู้บาดเจ็บกันเอง ก่อนที่ชายคนดังกล่าวจะเดินหายไปอย่างรวดเร็ว ซึ่งคาดว่าเตรียมเดินทางไปพบเจ้าหน้าที่ตำรวจในภายหลัง แต่การเพิกเฉยไม่เข้าช่วยหลือผู้ได้รับบาดเจ็บ หรือแม้แต่ลงไปดูอาการนับว่าเป็นการกระทำที่ไม่น่าเกิดขึ้น
เมื่อสอบถามไปยังเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ฉลอง พบว่าคนขับรถบัสรายดังกล่าวได้เข้าพบพนักงานสอบสวน สภ.ฉลอง เพื่อแสดงตัวรับผิดชอบแล้ว ซึ่งเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างสอบปากคำ

