จากเหตุการณ์ที่ช้างป่าแม่ลูกอ่อน ทำร้ายนายธรรมศิลป์ รัตนนุภาพพจน์ อายุ 54 ปี ชาวบ้านบ้านผาอ้น โดนเหยียบบริเวณหน้าอก ขณะนายธรรมศิลป์ออกไปช่วยเฝ้าระวังช้างป่า และผลักดันช้างป่า ร่วมกับเพื่อนๆ กว่า 20 คนจนได้รับบาดเจ็บสาหัส และเสียชีวิตที่โรงพยาบาลทองผาภูมิในเวลาต่อมา เหตุเกิดเมื่อวันที่ 27 พฤษภาคมที่ผ่านมา ที่บริเวณป่าบ้านผาอ้น หมู่ 3 ต.ท่าขนุน อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี ซึ่งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ เหตุการณ์ครั้งนี้ทำให้ภรรยาและบุตรชาย รวมทั้งเพื่อนบ้านต่างเศร้าเสียใจและยังคงทำใจไม่ได้กับการสูญเสีย และวอนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน ขณะนี้ชาวบ้านกว่า 460 ครอบครัว เดือดร้อนหนัก ไม่สามารถเก็บพืชไร่และออกกรีดยางได้ เนื่องจากหวาดกลัวช้างป่าทำร้ายนั้น
สำหรับบ้านผาอ้น มีพื้นที่ติดเขตป่าอุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ โดยด้านทิศเหนือติด อ.ทองผาภูมิ ทิศใต้ติดบ้านแม่น้ำน้อย อ.ไทรโยค ทิศตะวันออกติดแม่น้ำแควน้อย ทิศตะวันตกติด ต.ห้วยเขย่ง ลักษณะภูมิประเทศที่ช้างป่าโขลงใหญ่ที่เคยมีการสำรวจพบมีมากกว่า 70 ตัวในปี 2559 ใช้เป็นพื้นที่หากินมีชุมชนล้อมรอบ ทำให้ชุมชนที่อยู่โดยรอบมักเกิดปัญหาช้างป่าเข้าทำลายพืชผลทางการเกษตร จนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องออกมาแจ้งเตือนเสมอ ซึ่งพื้นที่บ้านผาอ้นเริ่มมีปัญหากับช้างมาตั้งแต่ปลายปี 2559 แต่ที่ผ่านมาไม่เคยรุนแรงจนนำมาสู่การสูญเสียเหมือนในครั้งนี้
นางชญาน์นันท์ รัตนนุภาพพจน์ ภรรยาของนายธรรมศิลป์ ผู้ตาย เปิดเผยความรู้สึกว่า ยังทำใจไม่ได้กับการที่ต้องสูญเสียสามีซึ่งเป็นเสาหลักของครอบครัว ไม่เคยคิดมาก่อนว่าการที่สามีซึ่งเป็นคนดี ชอบช่วยเหลือผู้อื่นและช่วยเป็นจิตอาสาทำหน้าที่คอยเฝ้าระวังและผลักดันช้างไม่ให้ลงมาทำร้ายชาวบ้านและทำลายทรัพย์สินของชาวบ้าน จะต้องมาเสียชีวิตเพราะถูกช้างป่าทำร้าย
ด้านนายกันตเมศฐ์ รัตนนุภาพพจน์ บุตรชายคนเดียวของครอบครัว เผยความรู้สึกว่า พ่อเป็นคนดี เป็นที่รักของทุกคนในหมู่บ้าน พ่อรักบ้านผาอ้นเพราะพ่อเกิดและโตที่นี่ วันก่อนยังโทรกลับมาพูดคุยกับพ่อให้ระวังตัวเวลาออกไปเฝ้าระวังช้าง เนื่องจากพ่ออายุมากแล้ว แต่พ่อก็บอกว่าไม่เป็นไร ช้างไม่น่าทำร้าย เพราะตัวเองไม่เคยคิดทำร้ายช้าง ทั้งนี้ยังทำใจไม่ได้ที่ต้องมาสูญเสียพ่อไปแบบกะทันหัน ปกติพ่อจะเป็นคนที่รับผิดชอบทุกอย่างที่บ้าน เนื่องจากที่บ้านมีพ่อเพียงคนเดียวที่เป็นผู้ชาย ที่คอยดูแลแม่ ป้า และยายที่อายุมากแล้ว ต่อจากนี้ไม่มีพ่อแล้ว ครอบครัวเราคงต้องคุยกันว่าจะอยู่กันอย่างไร เนื่องจากตนทำงานอยู่ที่กรุงเทพฯ พร้อมทั้งวิงวอนให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาแก้ไขปัญหาช้างป่าที่มาสร้างความหวาดกลัวและความเดือดร้อนให้ชาวบ้านอย่างเร่งด่วน เนื่องจากทราบว่าชาวบ้านต้องหาทางช่วยเหลือกันเองมานานกว่า 4 เดือนแล้ว และขอให้การสูญเสียของครอบครัวตนเป็นครอบครัวเดียว อย่าให้ครอบครัวอื่นต้องมาพบกับการสูญเสียบุคคลอันเป็นที่รักอีกเลย
ด้านนายจิรชัย ถนอมวงษ์ นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลท่าขนุน ได้มอบหมายให้นายสราวุธ เสริมสุข หัวหน้าฝ่ายป้องกันและรักษาความสงบ จัดเจ้าหน้าที่อาสาป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน (อพปร.) เทศบาลตำบลท่าขนุน จำนวน 5 นาย ใช้รถยนต์ออกตรวจตราและผลักดันช้างในหมู่บ้านผาอ้นยามค่ำคืน พร้อมทั้งคอยแนะนำชาวบ้านและรับแจ้งเหตุจากชาวบ้าน ซึ่งเป็นการสร้างความอุ่นใจและปลอดภัยให้กับชาวบ้านไปก่อนในระยะนี้ จนกว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะเข้ามาดำเนินการแก้ปัญหาอย่างเป็นรูปธรรม เนื่องจากชาวบ้านเองก็ยังผวากับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นครั้งนี้



