เมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในช่วงเช้าพ.ต.ท.นิยม แตงโสภา รอง ผกก.สอบสวน สภ.บางปลาม้า จ.สุพรรณบุรี ได้รับแจ้งพบศพผู้เสียชีวิต ริมถนนสายสุพรรณบุรี-บางบัวทอง หลัก กม.ที่ 47 ขาเข้า กทม. หมู่ 3 ต.สาลี อ.บางปลาม้า จึงเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมด้วย พ.ต.อ.ชัยรัตน์ บัวขม ผกก.สภ.บางปลาม้า แพทย์เวร รพ.บางปลาม้า จนท.พิสูจน์หลักฐาน กก.สส.ภ.จว.สุพรรณบุรี และ จนท. มูลนิธิเสมอกันสุพรรณบุรี ในที่เกิดเหตุ บริเวณ พงหญ้าริมถนน พบศพผู้เสียชีวิตนอนหงายหน้า สภาพสวมเสื้อยืดสีขาว กางเกงยีนส์ขายาว ข้างในสวมกางเกงขาสั้นบอกเซอร์ ทราบชื่อต่อมา คือ นายภานุพงศ์ พรหมมณีรัตน์ อายุ 21 ปี อยู่บ้านเลขที่ 104 ถ.หลวงพรต แขวง ลาดกระบัง กทม. สถาพศพมีรอยถลอกตามร่างกายหลายแห่ง และที่บริเวณศรีษะมีรอยแผลแตกยาว ประมาณ 4-5 ซม.
จากการสอบสวน ชาวบ้านในละแวกดังกล่าวไม่ทราบว่าผู้ตายมาจากไหน กระทั่งตอนเช้า มีคนมาพบผู้ตายนอนอยู่ข้างถนน จึงโทรแจ้งจนท.กู้ภัยมาตรวจสอบ ซึ่งพบว่าเสียชีวิตแล้ว ซึ่งยังไม่ทราบแน่ชัดว่าเป็นอุบัติเหตุ หรือ ตายอย่างมีเงื่อนงำปริศนา หรือไม่ จึงได้นำส่งชันสูตรที่สถาบันนิติเวชต่อไป
ต่อมาเวลา 16.00 น.ชุดสืบสวน กก.สส.ภ.จว.สุพรรณบุรี และ ชุดสืบสวน สภ.บางปลาม้า ได้เดินทางไปตรวจสอบยังจุดเกิดเหตุ พร้อมทั้งทำการติดต่อไปยังแฟนสาวของผู้ตายที่อยู่ในวันเกิดเหตุ โดยมีการเรียกมาสอบสวน ทั้งแฟนผู้ตาย น้องสาวแฟนผู้ตายและเพื่อนสาวแฟนผู้ตาย ถึงสาเหตุการเสียชีวิตในครั้งนี้
ด้าน พ.ต.ท.วิชัย ปริ่มปาน สวป.สภ.บางปลาม้า กล่าวว่าหลังจากเชิญตัวผู้อยู่ในเหตุการณ์เมื่อคืนที่ผ่านมา และเป็นบุคคลที่อยู่กับผู้ตายมาสอบปากคำนั้น ประกอบด้วย นางสาวสุภาวดี รักษาดี อายุ 31 ปี แฟนสาวผู้ตาย ที่คบกันมาประมาณ 3 เดือน น้องสาวแฟนผู้ตาย และเพื่อนแฟนผู้ตาย เบื้องต้นจากการสอบสวน แฟนสาว และน้องสาว ได้เล่าเหตุการณ์ว่า เมื่อคืนนั้น พวกตนเดินทางมา 3 คน จาก กทม. โดยขับรถเก๋งมาสด้าสีขาว ทะเบียน ญถ 3747 กทม. เพื่อมาเที่ยวสถานบันเทิงแห่งหนึ่งใน อ.เมือง จ.สุพรรณบุรี โดยมีการนัดแนะกับกลุ่มเพื่อนสาวที่สุพรรณบุรี จากนั้นก็ไปเที่ยวกัน จนผับเลิก และขับรถกลับบ้านที่กทม. โดยมีตน น้องสาว และผู้ตาย รวม 3 คน ซึ่งตนเป็นคนขับรถ ระหว่างทาง ก็มีปากเสียงกัน ผู้ตายบอกว่าอยากตาย และตะโกนให้ตนขับรถเร็วขึ้น โดยมีการเอามือมาบริเวณคันเร่งให้เหยียบคันเร่งไวขึ้น ซึ่งน้องสาวเองก็มีการห้ามปราม โดยน้องสาวให้การว่า ไม่ทราบว่าทะเลาะกันเรื่องอะไร จับใจความไม่ได้ เพียงแต่บอกว่าให้ทั้งคู่ใจเย็นๆ ก่อนผู้ตายจะเปิดประตูรถ กระโดดรถลงไป ซึ่งหลังจากนั้น แฟนสาวและน้องสาวเองก็ไม่ได้ขับรถวนกลับมาดู เพราะคิดว่าคงไม่เป็นไร เพราะขับช้า และกลัวด้วย เพราะมันมืด จึงขับกลับไปกทม. มา ทราบข่าวอีกทีก็รุ่งเช้าของอีกวัน ก็รู้สึกตกใจและเสียใจมากกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
โดยขณะนี้ตำรวจชุดสืบสวนได้มีการสอบสวนผู้อยู่ในเหตุการณ์อย่างละเอียด อีกทั้งรอผลการชันสูตรจากสถาบันนิติเวช ว่าร่างกายมีการถูกทำร้ายหรือไม่ หรือ เกิดจากอุบัติเหตุที่ผู้ตายกระโดดลงมาเอง ตามที่แฟนสาวให้การ คงต้องรอผลการสอบสวนต่อไป





