ความคืบหน้าการช่วยเหลือวาฬนำร่องครีบสั้น ความยาว 5 เมตร หนัก 500 กก. ว่ายพลัดหลงเข้ามาเกยตื้นปากร่องน้ำคลองนาทับสงขลา มีอาการป่วยหนัก ทีมสัตวแพทย์ต้องดูแลอย่างใกล้ชิด เป็นครั้งแรกที่วาฬนำร่องเกยตื้นในพื้นที่สงขลา
วันที่ 30 พฤษภาคม รายงานข่าวว่า ทีมเจ้าหน้าที่ศูนย์วิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอ่าวไทยตอนล่าง ฝั่งอ่าวไทยตอนกลางและฝั่งอันดามัน พร้อมทีมสัตวแพทย์ ตั้งทีมภาคสนามยังคงปักหลัก ดูแลวาฬตัวนี้ต่อเนื่องเป็นวันที่ 2 และภาพรวมของอาการป่วยยังอยู่ในภาวะทรงตัว ไม่ได้ทรุดตัวลงกว่าเดิม โดยทีมแพทย์ต้องให้ยาช่วย ยาทาที่แผลบริเวณปากและที่หาง และยาฉีด ยาที่ผสมอาหารกับทางสายยาง แต่สิ่งที่น่าเป็นห่วงมากที่สุดขณะนี้คือภาวะติดเชื้อจากบาดแผล ยังไม่สามารถเคลื่อนย้ายได้
รายงานข่าวว่า สาเหตุของอาการป่วยขณะนี้ทางทีมสัตวแพทย์ยังอยู่ระหว่างการตรวจเลือดและเสมหะ ชิ้นเนื้อภายในรถพยาบาลสัตว์ทะเลหายากเคลื่อนที่ ซึ่งมาจอดปักหลักอยู่บนฝั่งคาดว่าจะรู้ผลภายใน 1-2 นี้ โดยแผนการรักษาวาฬ ทางทีมสัตวแพทย์ต้องลงไปช่วยประคองตัวอยู่ในน้ำตลอดเวลาเนื่องจากวาฬยังไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ หากปล่อยอาจจะจมน้ำทันที และพยายามทุกวิถีทางที่จะช่วยชีวิตวาฬตัวนี้ให้ได้ เนื่องจากเป็นสัตว์ทะเลหายาก ทำให้ทีมเจ้าหน้าที่ทั้งหมดแทบจะไม่ได้นอน เพราะต้องคอยผลัดเปลี่ยนกันลงไปดูแลวาฬที่อยู่ในน้ำตลอดเวลา

