จากกรณีเฟซบุ๊กเพจ “แหม่มโพธิ์ดำ” โพสต์ข้อความระบุว่าหญิงชราถูกแก๊งเงินกู้ทำร้ายร่างกายจนสะบักสะบอม ต้องนอนรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล เหตุเกิดเมื่อวันที่ 23 พ.ค.ที่ผ่านมา ภายในห้องพักพื้นที่ จ.ชลบุรี ก่อนที่ญาติจะไปแจ้งความไว้กับ สภ.แสนสุข เพื้อให้จับกุมตัวคนร้าย ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น อ่านข่าว แก๊งทวงหนี้โหด! เก็บเงินไม่ได้รุมชกยายจนน่วม บอก “ไม่เอาแล้วเงินขอต่อยแทนดีกว่า”
เมื่อเวลา 13.00 น.วันที่ 30 พฤษภาคม พ.ต.อ.จารุวัฒน์ สุริยาทิพย์ ผกก.สภ.แสนสุข ได้สั่งให้ตำรวจชุดสืบสวนสอบสวนลงพื้นที่ไปพบกับ น.ส.กฤตยา เวชพันธ์ ผู้อำนวยการโรงเรียนวัดเสม็ด ต.เสม็ด อ.เมือง จ.ชลบุรี พร้อมทั้งสอบถามกรณีที่ นางบุญชู จำปาพันธ์ อายุ 62 ปี อยู่บ้านเลขที่ 15/18 ต.แสนสุข อ.เมือง จ.ชลบุรี ที่ระบุในภาพถูกทำร้ายและลงในโลกโซเชียลได้ความว่า ก่อนเกิดเหตุนางบุญชู ได้มาทำความสะอาดที่บ้านพักในช่วงเช้าและกลับไปบ้านประมาณเวลา 09.00 น.วันที่ 23 พฤษภาคม หลังจากนั้นได้มีคนขี่รถจักรยานยนต์รับจ้างมาแจ้งว่า นางบุญชู ได้รับบาดเจ็บและได้นำส่งโรงพยาบาลแล้ว และบอกว่ามีคนทำร้ายร่างกาย
น.ส.กฤตยากล่าวว่า หากมีนายทุนเงินกู้ให้ไปทำร้าย ตนเองก็งงๆ เหมือนกัน เพราะว่าคนที่ให้นางบุญชูยืมเงินไปนั้นมีประมาณ 3 คน และรู้จักหมด ที่สำคัญยังมายืมเงินตนครั้งละ 2,000-5,000 บาท รวมแล้วเป็นหนี้ประมาณ 30,000 บาทเช่นกัน เมื่อไปสอบถามนางบุญชูเองก็ยังพูดจาสับสน ไม่สามารถสรุปได้ว่าได้รับบาดเจ็บจากอะไร ส่วนการที่มีหนี้สินมากนั้นไม่ได้ติดการพนันแต่อย่างใด แต่รู้มาว่าติดเหล้ามากกว่า เบื้องต้นยังสรุปไม่ได้ว่านางบุญชูได้รับบาดเจ็บจากอะไร
ที่ สภ.แสนสุข ทหารได้เดินทางเข้า พ.ต.อ.จารุวัฒน์ เพื่อสอบถามความคืบหน้า กรณีนางบุญชูถูกนายทุนเงินกู้ทำร้ายร่างกาย เนื่องจากผู้บังคับบัญชาให้ความสนใจ ได้รับการชี้แจงว่าอยู่ระหว่างตำรวจกำลังสอบปากคำ เพื่อให้เกิดความชัดเจนในครั้งหนึ่ง โดยใช้เวลานานกว่า 2 ชั่วโมงยังสรุปไม่ได้
จากการสอบถามตำรวจที่ได้เข้ารับการสอบปากคำชี้แจงว่า อาจจะเป็นเพราะนางบุญชูล้มและได้รับบาดเจ็บมากกว่า เนื่องจากได้มีการสอบถามชาวบ้านที่อยู่ใกล้เคียงทราบว่า ช่วงเกิดเหตุไม่ได้ยินเสียงอะไรเลย คาดว่าจะหกล้ม นอกจากนี้ชาวบ้านที่อยู่ใกล้เคียงยังบอกว่าอาจจะล้มและศีรษะไปฟาดก้อนหินมากกว่า
ความคืบหน้าล่าสุด จากการตรวจสอบ บ้านพักของหญิงชราผู้เสียหาย ในพื้นที่ ต.แสนสุข อ.เมือง จ.ชลบุรี พบว่าสภาพเป็นห้องแถว และได้สอบถามเพื่อนบ้านทราบว่า ปกติที่ผ่านมาหญิงชราคนดังกล่าว จะอยู่บ้านคนเดียว มีเงินก็จะดื่มสุราเมาเกือบทุกวัน และเรื่องเงินกู้ในละแวกนี้ก็ไม่มีใครกู้ยืมเงิน มีแต่หญิงชราคนเดิมที่ชอบยืมเงินกับคนที่รู้จักไปทั่ว และในวันเกิดเหตุก็ไม่เห็นมีคนเข้ามา มีรถพยาบาล หรือกู้ภัยมาแต่อย่างใด
จากนั้น ร.ต.อ.สุชาติ เจริญศรี รองสารวัตร (สอบสวน) สภ.แสนสุข ได้เชิญตัวหญิงชราผู้เสียหาย ที่ระบุว่าถูกทำร้ายร่างกาย มาสอบสวนเพิ่มเติมเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว โดยใช้เวลากว่า 8 ชั่วโมง ซึ่งภายหลังเสร็จสิ้นการสอบปากคำ หญิงชราผู้เสียหาย ก็ได้ออกมายกมือไหว้ขอโทษกับสื่อมวลชน พร้อมเผยว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก็แค่แกล้งลูกสาวจนเป็นคดีความว่ามีเจ้าหนี้นอกระบบมาทำร้ายร่างกาย เพียงเพราะต้องการให้ลูกสาวพาไปอยู่ด้วย เพราะตนอยู่คนเดียวมานานกว่า 16 ปีแล้ว ยืนยันว่า ไม่มีใครทำร้ายร่างกาย ที่เห็นมีรอยพกช้ำเพราะหกล้มจากฤทธิ์แอลกอฮอล์เท่านั้น
ในส่วนการเงินกู้นอกระบบก็ไม่ได้ไปกู้มาแต่อย่างใด มีเพียงหยิบยืมเพื่อนบ้านมาเท่านั้น เพื่อเป็นทุนประกอบอาชีพค้าขายดอกไม้ และที่ดื่มเหล้าหนักเพราะทำให้ตนหลับสบาย แต่ฝากถึงสังคมอย่าทำพฤติกรรมแบบตนเลย


