หน้าแรก ภูมิภาค ‘วิษณุ’  ติดต...

‘วิษณุ’  ติดตามงานพิงนครโอนย้ายศูนย์ประชุมฯสังกัดคลัง ไนท์ซาฟารีไปองค์การสวนสัตว์ ยันไม่กระทบบุคลากร

2.06.18 | 19:24 น.

เมื่อวันที่ 2 มิถุนายน นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี พร้อมคณะ เข้าตรวจเยี่ยมและมอบนโยบายการดำเนินงานสำนักงานพัฒนาพิงคนครพร้อมพบปะตัวแทนชุมชน ภาคประชาชน ที่เชียงใหม่ไนท์ซาฟารี ต.หนองควาย อ.หางดง จ.เชียงใหม่ มีนางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร ประธานคณะกรรมการบริหารการพัฒนาพิงคนคร นายปวิณ ชำนิประศาสน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ข้าราชการ เจ้าหน้าที่ พนักงานเข้าร่วมกว่า 100 คน เข้าร่วม โดยนายวิษณุ กล่าวว่า พิงคนคร เป็นองค์การมหาชน จัดตั้งมา 5 ปี แต่การเป็นองค์การมหาชนมีกรอบที่คับแคบ เช่น แสวงหากำไรเหมือนรัฐวิสาหกิจไม่ได้ ขยายงาน หรือลงทุนมากไม่ได้ ถ้ามีการลงทุน ต้องมีการคืนทุน เก็บเงินส่งเข้ารัฐ ซึ่งรัฐวิสาหกิจทำได้ แต่องค์การมหาชน ทำไม่ได้ดังนั้นรัฐบาล และสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) เห็นว่าควรมีการปรับปรุง เพื่อทำให้พิงคนครมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยปรับปรุงเปลี่ยนแปลงหลายอย่าง ทั้งโครงสร้างและบริหารงาน อันดับแรก ต้องให้ศูนย์ประชุมฯ และไนท์ซาฟารีอยู่ต่อไปได้ เพียงแต่เปลี่ยนสังกัด หรือหน่วยงานเท่านั้น ไม่มีสภาพเป็นองค์การมหาชนอีก แต่เป็นอย่างอื่นเพื่อพัฒนา ลงทุน ขยายงาน หรือต่อยอดกิจการได้ คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเมื่อ 1 ปีที่ผ่านมา ให้ศูนย์ประชุมฯไปสังกัดกระทรวงการคลัง โดยมอบให้บริษัทธนารักษ์สินทรัพย์พัฒนา จำกัด ที่เป็นรัฐวิสาหกิจ กระทรวงการคลัง เข้ามาดูแลบริหารจัดการแทน

“กรณีเชียงใหม่ไนท์ซาฟารีนั้น แม้ผลประกอบการดีขึ้นในระยะหลัง จำเป็นต้องพัฒนาอีกหลายอย่าง จึงโอนย้ายไนท์ซาฟารีไปอยู่กับองค์การสวนสัตว์แห่งประเทศไทยซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจ โดยสภาพดังกล่าวทำให้การบริหารจัดการคล่องตัวมากขึ้น ส่วนผลกระทบการโอนย้ายศูนย์ประชุมฯ ที่ประชาคมชาวเชียงใหม่ติดใจสงสัย และเกรงว่า หากโอนย้ายไปสังกัดกระทรวงการคลังแล้ว อาจไม่ได้ใช้สถานที่จัดกิจกรรมต่างๆ เช่น งานเอ็กซ์โป หรืองานแสดงสินค้า งานประชุม และต้องเสียค่าเช่าในราคาแพงนั้นจนไม่สามารถดำเนินการจัดงานได้อีก ข้อกังวัลและห่วงใยเรื่องดังกล่าว ได้รับไปดูแลเรื่องดังกล่าว เพื่อให้ชาวเชียงใหม่หรือภาคเหนือ มีโอกาสได้ใช้ประโยชน์จากศูนย์ประชุมฯ ดังกล่าว และไม่แตกต่าง จากเดิม โดยผ่านกลไกที่ตรวจสอบรับรอง หรือผ่านทางจังหวัดรับรอง เพื่อขอใช้สถานที่ดังกล่าวได้ โดยไม่เสียค่าเช่า หรือค่าเช่าที่แพงเกินควร ซึ่งข้อเรียกร้องดังกล่าว” นายวิษณุ กล่าว


นายวิษณุกล่าวต่อว่า ส่วนข้อกังวลของไนท์ซาฟารี มี 2 ประการ คือ พนักงานที่ทำงานอยู่ กับ ประชาคมหรือวิสาหกิจชุมชนที่อยู่โดยรอบไนท์ซาฟารี 4-5 ตำบล ซึ่งมีพันธะสัญญากับไนท์ซาฟารีมานานแล้ว กรณีการผลิตและส่งอาหารสัตว์ให้ไนท์ซาฟารี เพื่อให้ชุมชนมีงานทำและรายได้ โดยดำเนินการมากว่า 10 ปีแล้ว และสามารถอยู่ต่อไป ซึ่งตนรับข้อวิตกกังวลดังกล่าว ในส่วนพนักงานได้ให้ความมั่นใจ ว่าไม่ได้รับผลกระทบอะไรเพราะการโอนย้ายไปองค์การสวนสัตว์ ต้องแก้กฏหมาย หรือร่างกฏหมายใหม่ ต้องใช้เวลาอีกนาน ไม่ได้ย้ายไปใน 3-7 เดือน ยังให้พนักงานทำงานตามปกติ ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงส่วนพันธะสัญญากับกลุ่มวิสาหกิจชุมชน ที่ผลิตอาหารสัตว์ส่งให้ไนท์นั้น เป็นพันธะสัญญาที่ไม่มีภาวะการจัดซื้อจัดจ้าง ขณะนี้ระเบียบจัดซื้อจัดจ้างมาเกือบปีแล้ว จำเป็นต้องปฏิบัติตามกฏหมาย ไม่ว่าไนท์ซาฟารีโอนย้ายไปองค์การสวนสัตว์หรือไม่ก็ตาม แต่มีช่องทางให้พันธะสัญญาดังกล่าว เข้าสู่ขั้นตอนปฏิบัติตามระเบียบดังกล่าวได้ เป็นการช่วยทำให้ถูกกฏมาย เพื่อไม่ให้กระทบกลุ่มวิสาหกิจดังกล่าว ที่มีสมาชิกกว่า 400 ครอบครัวเดือดร้อนกรณีการโอนศูนย์ประชุมฯ ไปกระทรวงการคลัง ตามมติ ครม. ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคมนี้ และต้องเลิกจ้างพนักงานประจำ จำนวน 17 คนนั้น อยู่ที่กระทรวงการคลังจะรับเป็นพนักงานอีกหรือไม่ ถ้าไม่รับต้องจ่ายเงินชดเชยตามกฏหมาย ส่วนพนักงานไนท์ซาฟารี 300-400 คน ที่โอนย้ายไปองค์การสวนสัตว์ ไม่ได้เลิกจ้าง ไม่กระทบสิทธิและสวัสดิการใด ๆ อาจได้รับผลประโยชน์และสวัสดิการมากกว่าเดิม เพียงแต่เลิกเป็นองค์การมหาชน ไปเป็นรัฐวิสาหกิจแทนเท่านั้น เพื่อการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ และคล่องตัวมากขึ้นส่วนแนวโน้มและทิศทางการบริหารจัดการศูนย์ประชุมฯ และไนท์ซาฟารนั้น ต้องเป็นรัฐวิสาหกิจ และไม่สามารถพิจารณาทบทวนได้ เพราะต้องเดินตามมติ ครม.เท่านั้น โดยมุ่งหวังสององค์กร มีการบริหารจัดการมีประสิทธิภาพมากขึ้น เป็นมืออาชีพ มีธรรมภิบาล มีผลกำไร มีชื่อเสียงในระดับประเทศและอาเซียน เป็นที่ยอมรับระดับสากล แต่การบริหารจัดการของไนท์ซาฟารี และองค์การสวนสัตว์ แยกออกจากกัน แต่มีคณะกรรมการบริหาร หรือซุปเปอร์บอร์ดชุดเดียวกันเท่านั้น หากแปรสภาพเป็นรัฐวิสาหกิจเต็มรูปแบบแล้ว