จากกรณีที่พระธาตุ 3 หุน อ.กุฉินารายณ์ จ.กาฬสินทธุ์ ถล่มลงมานั้น หลังเกิดเหตุนายไกรสร กองฉลาด ผวจ.กาฬสินธุ์ สั่งการให้นายพิชัย ส่งสุขเลิศสันติ นายอำเภอกุฉินารายณ์ พร้อมด้วยนายโสภณ เจริญพร หัวหน้า ปภ.สาขากุฉินารายณ์ นายวีระชัย แก้วหาวงษ์ โยธาธิการ จ.กาฬสินธุ์ นายภิรมณ์ อุทรักษ์ นายกอบต.กุดหว้า นายสาริกา อุทรักษ์ นายกเทศมนตรีตำบลกุดหว้า นายธนเสฏฐ์ ชัยสงครามธนทัต นายกเทศมนตรีเมืองบัวขาว พร้อมเจ้าหน้าที่กู้ภัยกุดหว้า เจ้าหน้าที่สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และทีมแพทย์ลงพื้นที่ตรวจสอบที่เกิดเหตุ ทราบเบื้องต้นว่า ผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตนั้นเป็นคนงานก่อสร้างที่มาจากจังหวัดนครราชสีมา โดยมี นายวรรณ พระเขียว อายุ 56 ปี เป็นหัวหน้าคนงานซึ่งเสียชีวิตในจุดเกิดเหตุ โดยได้เดินทางมารับเหมาจ้างช่วงในการก่อสร้างองค์พระธาตุแห่งนี้
ด้านนายพิชัย ส่งสุขเลิศสันติ นายอำเภอกุฉินารายณ์ กล่าวว่า เบื้องต้นพระธาตุที่ถล่มนี้คือ พระธาตุ 3 หุน อายุกว่า 108 ปี ซึ่งทางวัดได้เริ่มบูรณะซ่อมแซมในปี 2557 ด้วยลักษณะทำครอบขึ้นให้สูงถึง 39 เมตร แต่มาถึงระดับความสูงที่ 29 เมตร คาดว่าการก่อสร้างไม่แข็งแรงจึงทำให้เกิดถล่ม เบื้องต้นได้ประสานสำนักงานโยธาธิการและฝังเมืองจังหวัดกาฬสินธุ์ เข้ามาร่วมตรวจสอบแล้ว
ขณะที่นางเมือง สะอาดแพน อายุ 70 ปี ชาวบ้านกุดหว้า หมู่ 13 ต.กุดหว้า กล่าวว่า เดิมสถานที่แห่งนี้เป็นจอมปลวกขนาดใหญ่ ซึ่งชาวบ้านเห็นแสงไฟปรากฏออกมานานถึง 7 วัน นับเป็นสิ่งอัศจรรย์อย่างยิ่ง สำหรับเหตุการณ์ครั้งนี้เชื่อว่าน่าจะมีใครสักคนไปทำสิ่งที่ผิดจนเกิดอาถรรพ์ เพราะก่อนเกิดเหตุขณะที่ตนและชาวบ้านได้มาทำบุญถวายภัตตาหารเช้าเห็นควันไฟพวยพุ่งออกมาจากพระธาตุ แต่ก็ไม่เอะใจอะไร เพราะนึกว่าพระจุดไฟเผาขยะแต่เมื่อเดินเข้าไปดูใกล้ๆ ก็ไม่พบว่ามีใครจุดไฟ กระทั่งคนงานก่อนสร้างเข้ามาทำงานตอนสายก็เกิดถล่มดังกล่าว
สำหรับวัดป่ากุดหว้าแห่งนี้มีบันทึก โดยพระครูอดุลอรรถกิจ เจ้าคณะอำเภอกุฉินารายณ์ เมื่อวันที่ 15 มีนาคม 2528 เป็นบันทึกแผ่นหิน ในพิธีวางศิลาฤกษ์ ระบุว่า วัดป่ากุดหว้า สร้างเมื่อปี พ.ศ.2510 และระบุว่าธาตุนี้สร้างเมื่อวัน 5 แรม 10 ค่ำ เดือน 4 ปีฉลู ตรงกันวันที่ 28 มีนาคม ร.ศ.96 จ.ศ.1239 แต่นั้นมาได้ 108 ปี แรกเรียกชื่อว่า พระธาตุ 3 หุน เพราะมีคน 3 คน มาสร้างไว้ คือ 1.พระธุดงศ์ (ฝ่ายอรัญญวาสี) 2.พระครู (ฝ่ายคามวาสี) มาจากฝั่งซ้าย 3.ชีปะขาว อีกผู้หนึ่ง ตั้งแต่นั้นมาไม่มีใครสนใจ แต่บางคนก็รู้บ้างว่าเป็นธาตุดิน
อยู่มาปี 2513 ข้าพเจ้าไปอบรมพัฒนาท้องถิ่นที่วัดมหาธาตุกรุงเทพฯ เป็นเวลา 3 เดือน 15 วัน มีพระอาจารย์สมบูรณ์ จังหวัดราชบุรี บอกว่าที่วัดท่านมีธาตุดินเก่าอยู่ทางทิศเหนือของวัด จะครบ 108 ปี เมื่อถึง พ.ศ.2528 นี้ จึงขอให้ท่านเพิ่มเติมเสริมสร้างไว้บ้างจะได้เป็นที่กราบไหว้สักการบูชา ของพุทธศาสนิกชนรุ่นหลังต่อไป ข้าพเจ้าได้รับคำบอกเล่าจากท่านเช่นนั้น เมื่อกลับมาก็คิดเล่าว่าที่ไหนจะเป็นองค์พระธาตุแท้ตามที่ท่านพูดไว้ อยู่มาในเดือน 11 ปี พ.ศ.2513 นั่นเอง ได้มีสิ่งมหัศจรรย์เกิดขึ้นคือ รากหญ้าคาเกิดเป็นแสงอยู่ 7 วันในบริเวณธาตุนี้ จึงรู้ว่าโพนดินนี้เป็นธาตุ จึงได้เชิญชวนญาติพี่น้องทั้งหลายได้วางศิลาฤกษ์สร้างธาตุนี้

