มูลนิธิหลวงปู่สรวงทุ่ม 30 ล. ผุดสกายวอล์กหน้าผา ‘พญากูปรี’ แห่งแรกของอีสานใต้

เมื่อวันที่ 4 มิถุนายน ที่บริเวณจุดชมวิวหน้าผาพญากูปรี ต.ไพรพัฒนา อ.ภูสิงห์ จ.ศรีสะเกษ พระครูโกศลสิกขกิจ หรือ หลวงพ่อพุฒ วายาโม ประธานมูลนิธิหลวงปู่สรวง และเจ้าคณะอำเภอภูสิงห์ ฝ่ายธรรมยุต พร้อม พ.อ.บุญเสริม บุญบำรุง รอง ผบ.หน่วยเฉพาะกิจที่ 3 นายสุปัญญ์ เทียนดำ ผู้อำนวยการสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 7 สาขาอุบลราชธานี นายพิศฐ์ศักดิ์ รัตนวรรณี โยธาธิการและผังเมืองและผังเมือง จ.ศรีสะเกษ นายประหยัด ถิลา วัฒนธรรมจังหวัดศรีสะเกษ นายสุรชัย สินประกอบ พลังงาน จ.ศรีสะเกษ ดร.กัลยาณี ธรรมจารีย์ ประธานเครือข่ายการท่องเที่ยวโดยชุมชน จ.ศรีสะเกษ และคณะ เดินทางไปตรวจสภาพพื้นที่บริเวณหน้าผาพญากูปรี เพื่อเตรียมก่อสร้างสกายวอล์ก ซึ่งจะสร้างยื่นห่างออกจากบริเวณหน้าผาออกไปยาวประมาณ 30 เมตร กว้าง 5 เมตร เพื่อให้นักท่องเที่ยวสามารถเดินผ่านยอดไม้เข้าไปชมวิวทิวทัศน์เทือกเขาพนมดงรักและชมอ่างเก็บน้ำห้วยสำราญ ต้นกำเนิดของลำห้วยสำราญที่สวยงามได้อย่างสะดวก พร้อมสามารถมองเห็นวิวใต้หน้าผาพญากูปรีได้อีกด้วย โดยคณะที่มาสำรวจได้ทำการร่างแบบสกายวอล์กที่จะก่อสร้าง ซึ่งมอบให้โยธาธิการและผังเมือง จ.ศรีสะเกษ ดำเนินการออกแบบสกายวอล์กเพื่อเร่งก่อสร้างในเร็วๆ นี้พระครูโกศลสิกขกิจกล่าวว่า มูลนิธิหลวงปู่สรวงได้ร่วมกับหน่วยเฉพาะกิจที่ 3 กองกำลังสุรนารี กองทัพภาคที่ 2 กองทัพน้อยที่ 2 สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 7 สาขาอุบลราชธานี และทุกส่วนราชการของ จ.ศรีสะเกษ จะทำการก่อสร้างสกายวอล์กที่บริเวณหน้าผาพญากูปรี เนื่องจากว่าต้องการให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญอีกแห่งของศรีสะเกษ ซึ่งอยู่ติดแนวชายแดนไทย – กัมพูชา ด้าน อ.ภูสิงห์ โดยจะก่อสร้างอย่างยิ่งใหญ่และสวยงาม เพื่อเป็นหน้าเป็นตาของจังหวัด จะได้รองรับนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างประเทศที่จะเข้ามากราบไหว้ขอพรจากหลวงปู่สรวงที่วัดไพรพัฒนา จากนั้นจะได้มาเที่ยวชมบริเวณผาพญากูปรีและเดินเข้าไปเที่ยวชมวิวทิวทัศน์บริเวณสกายวอล์ก “สกายวอล์กที่จะจัดสร้างขึ้นนี้จะเป็นแห่งแรกของอีสานใต้ จะดึงดูดให้นักท่องเที่ยวเข้าเที่ยวชมในเขตพื้นที่ จ.ศรีสะเกษ ช่วยให้เศรษฐกิจด้านการท่องเที่ยวของศรีสะเกษดีขึ้น เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของมูลนิธิหลวงปู่สรวง ที่ต้องการส่งเสริมชีวิตและความเป็นอยู่ของประชาชนให้ดียิ่งขึ้นกว่าเดิม” หลวงพ่อพุฒกล่าว
ด้านนายสุปัญญ์กล่าวว่า การจัดสร้างสกายวอล์กบริเวณหน้าผาพญากูปรี ดำเนินการตามนโยบายของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่ต้องการให้มีป่าในเมือง เพื่อให้ประชาชนทุกจังหวัดใช้เป็นแหล่งท่องเที่ยว โดยป่าบริเวณนี้เป็นป่าถาวรตามมติ ครม.ป่าฝั่งซ้ายห้วยศาลา ซึ่งขั้นตอนในดำเนินการขออนุญาต สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 7 สาขาอุบลราชธานี จะเป็นเจ้าของเรื่องดำเนินการเสนอเรื่องไปยังกรมป่าไม้ เพื่อเสนอให้ รมว.กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พิจารณาอนุญาตให้ใช้สถานที่บริเวณนี้ก่อสร้าง ขอฝากถึงชาวศรีสะเกษว่า ขอให้ช่วยกันรักษาป่า และช่วงนี้เป็นหน้าฝนขอให้ช่วยกันปลูกป่าเพื่อทำให้ผืนแผ่นดินไทยมีความชุ่มชื้นอุดมสมบูรณ์มากยิ่งขึ้นกว่าเดิมนายพิศฐ์ศักดิ์กล่าวว่า จะออกแบบก่อสร้างสกายวอล์ก ให้มีความแข็งแรงทนทานและสวยงาม เป็นแบบครึ่งวงกลมยื่นห่างจากหน้าผาออกไปประมาณ 30 เมตร กว้างประมาณ 6 เมตร สามารถให้นักท่องเที่ยวเข้าไปชมได้ครั้งละประมาณ 200 คน คาดว่าใช้งบประมาณก่อสร้างประมาณ 30 ล้านบาท
ดร.กัลยาณีกล่าวว่า สกายวอล์ก (Sky Walk) บริเวณผาพญากูปรี จะเป็นแลนด์มาร์กแห่งใหม่ของอีสานใต้ ที่หลวงพ่อพุฒ เตรียมพัฒนาพื้นที่ร่วมกับ พล.ท.ธรากร ธรรมวินทร แม่ทัพภาคที่ 2 พล.ท.สนธยา ศรีเจริญ แม่ทัพน้อยภาคที่ 2 และ ทหารกองกำลังสุรนารี เพื่อสร้างความสุขให้ประชาชนทั้งประเทศไทยและประเทศกัมพูชาที่ใช้เส้นทางนี้เดินทาง จะเป็นจุดชมวิวที่สามารถมองเห็นทัศนียภาพแบบพาโนรามาของทิวทัศน์ เห็นต้นน้ำห้วยสำราญ หน้าผาที่สวยงามบนเทือกเขาพนมดงรัก โดยเฉพาะช่วงตะวันตกดิน และช่วงที่มีหมอกยามเช้า สวยมาก
“ที่สำคัญ คือ จุดชมวิวผาพญากูปรีที่ได้เปิดเป็นจุดชมวิวให้นักท่องเที่ยวชมได้ไม่นานนัก มีผู้เชี่ยวชาญการดูฮวงจุ้ยบอกว่าได้เดินทางมาชมบริเวณนี้แล้ว สัมผัสได้ว่ามีจุดมหัศจรรย์คล้ายดินแดนพิศวง ถ้าสามารถเดินจากหน้าผาไปถึงจุดนั้น จะได้รับพลังของแสงอาทิตย์ที่สาดมาจากสองแผ่นดิน ตรงกับจุดกึ่งกลางวงเสี้ยวพระจันทร์สกายวอล์ก (Sky Walk) ที่หลวงพ่อพุฒเตรียมจะสร้าง จึงรอคอยให้การก่อสร้างสำเร็จในเร็ววัน เพื่อเป็นแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ที่สำคัญ ให้นักท่องเที่ยวได้ไปสูดบรรยากาศ ดื่มด่ำรับพลังจากธรรมชาติเสริมพลังชีวิตต่อไป

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้หมอพรทิพย์แนะญาติเก็บศพ ‘น้องกิ๊ฟ’ ไว้ในห้องเย็น-ใช้สิทธิถามสาเหตุตายจากหมอ
บทความถัดไป‘กสทช.-อย.’โชว์ผลสอบโฆษณาผิดกม.ส่อดีขึ้น-แต่สื่อวิทยุและเว็บไซต์ยังน่าห่วง(มีคลิป)