‘นายก อบต.’ลั่นรพ.ต้องรับผิดชอบกรณีหญิงท้องแก่ผ่าคลอดแต่เสียชีวิตขอให้นำศพผ่าพิสูจน์ที่กทม.

4.06.18 | 18:34 น.

ความคืบหน้า กรณีสาวท้องแก่ไปผ่าตัดคลอดลูกที่โรงพยาบาลจังหวัดอำนาจเจริญ แล้วเสียชีวิตแต่ลูกรอดชีวิต คามือหมอที่ทำการผ่าตัด คุณแม่ที่เสียชีวิต คือ น.ส.เกษรินทร์ สุวะมาตย์ (น้องเกษ) อายุ 30 ปี ญาตินำศพมาตั้งบำเพ็ญกุศลที่บ้านเลขที่ 5 หมู่ 1 บ้านแมด ตำบลแมด อำเภอลืออำนาจ จังหวัดอำนาจเจริญ แต่ไม่ยอมฌาปนกิจจนกว่าจะได้รับการเยียวยาเป็นที่พอใจจากทาง รพ.

นายจักศิลป์ สุวะมาตย์ บิดาผู้เคราะห์ร้าย กล่าวว่า เสียใจมากที่ลูกสาวมาเสียชีวิตก่อนวัยอันสมควร ส่วนความช่ายเหลือค่าเยียวยาจากทางโรงพยาบาล ยังไม่ได้ข้อสรุป ตนและญาติๆ ได้ปรึกษาหารือกันแล้วว่าจะยังไม่ยอมเผาศพลูกสาวอย่างเด็ดขาดจนกว่าจะได้รับการเยียวช่วยเหลือจากทางโรงพยาบาลพอได้เป็นค่าเล่าเรียนและค่านมให้บุตรผู้เคราะห์ร้ายที่ 2 คน วันนี้ 4 มิถุนายน 2561 นายสุทัศน์ เงินหมื่น อดีตรัฐมนตรีช่วยกระทรวงสาธารณสุข นำพ่อแม่และญาติๆ ผู้เสียชีวิตมารับฟังการเจรจาและรับเงินจากสำนักงานประกันสังคมจังหวัดอำนาจเจริญ และมีคณะผู้บริหารของทางโรงพยาบาลอำนาจเจริญ เข้าร่วม เจรจาแต่ยังไม่ได้มีข้อสรุป

นายเตชินชัย ผาลีบุตร นายกองค์การบริหารส่วนตำบลแมด อ.ลืออำนาจเจริญ จ.อำนาจเจริญ กล่าวว่า เมื่อทราบข่าวว่าพี่น้องประชาชนที่อยู่ในเขตปกครองของตน ในพื้นที่ตำบลแมด อำเภอลืออำนาจ จังหวัดอำนาจเจริญ เสียชีวิตจากการผ่าตัดคลอดที่ รพ.อำนาจเจริญ ขณะที่ทางโรงพยาบาลชี้แจงสาเหตุการตายเกิดจากภาวะน้ำคร่ำอุดหลอดเส้นเลือดไปสู่ปอด จึงเป็นเหตุให้ถึงแก่ชีวิต ตนจึงเกิดความสงสัยในการตายว่าเป็นจริงขนาดไหน เพื่อให้เกิความกระจ่างและชัดเจนตนเห็นว่าควรนำศพ “น้องเกษ” ไปให้หน่วยงานที่เป็นกลางผ่าพิสูจน์ศพอีกครั้งหนึ่งที่ กทม. เพื่อให้ได้ความชัดเจนว่าสาเหตุการตายมาจากสาเหตุไหนกันแน่ และเพื่อเป็นการตอบคำถามของสังคมให้กระจ่าง ถึงแม้ทาง รพ.จ่ายเงินค่าเยียวยาแล้วเราก็สามารถนำศพไปผ่าพิสูจน์หาสาเหตุการตายของน้องเกษได้ ตนว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่และสำคัญชีวิตคนคนหนึ่งนะ ไม่ใช่จะทำกันง่ายๆ เพราะการตายของคนจะไปเชื่อคำให้การฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่ได้ควรมีแพทย์กลางผ่าพิสูจน์สาเหตุการตายอีกครั้ง

นายสังวาล ฤาหาญ ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 1 บ้านแมด ตำบลแมด อำเภอลืออำนาจ จังหวัดอำนาจเจริญ กล่าวว่า ตนเห็นด้วยเรื่องการนำศพนางสาวเกษรินทร์ สุวะมาตย์ (น้องเกษ) คุณแม่ท้องแก่ที่ผ่าคลอดบุตรคนที่ 2 แล้วเสียชีวิต รอดเพียงบุตรเท่านั้น ให้นำศพไปให้หน่วยงานที่เป็นกลางผ่าพิสูจน์อีกครั้ง เพื่อให้กระจ่างชัดเจนว่าสาเหตุการตายมาจากสาเหตุไหนกันแน่ อีกอย่างประชาชนจะได้สบายใจ เพราะข่าวนี้เป็นข่าวที่ประชาชนกำลังให้ความสนใจมาก

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ล่าสุด นายสุทัศน์ เงินหมื่น อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข เป็นตัวแทน นำนายจักศิลป์ สุวะมาตย์ บิดาผู้เสียชีวิต ไปติดต่อสอบถามเรื่องเงินทดแทนตนที่ผู้เสียชีวิตได้ทำประกันตนกองทุนเงินทดแทนไว้กับสำนักงานประกันสังคม ซึ่งลูกจ้างและนายจ้างได้สมทบเงินเข้ากองทุนเงินทดแทนคนละครึ่งเป็นรายเดือน วันนี้ 4 มิถุนายน 2561 สนง.ประกันสังคมจังหวัดอำนาจเจริญ ได้เชิญนายวิชยันต์ บูรณะภิญโญ รองผู้ว่าราชการจังหวัดอำนาจเจริญเป็นตัวแทนมอบเงินประโยชน์ทดแทนกรณีผู้ประกันตนเสียชีวิต จำนวนเงิน 128,896.08 บาท (หนึ่งแสนสองหมื่นแปดพันแปดร้อยเก้าสิบหกบาทแปดสตางค์)

Advertisement

นางมะลิจันทร์ ทองหอม นักวิชาการแรงงานชำนาญการ รักษาราชการแทนประกันสังคมจังหวัดอำนาจเจริญ กล่าวว่า ตามสิทธิที่ผู้ประกันตนจะได้รับตาม พ.ร.บ.ประกันสังคม สิทธิประโยชน์ที่ควรจะได้คือ ค่าทำศพ จ่ายสงเคราะห์กรณีตาย ค่าคลอดบุตร ค่าบำเหน็จ ค่าชรา และวันนี้ในส่วนของ สนง..ประกันสังคมจังหวัดอำนาจเจริญ มอบเงินประโยชน์ทดแทน จำนวน 128,896.08 บาท ยังเหลือเงินชดเชยค่าเสียหายกรณีผู้ประกันตนเสียชีวิตขณะทำการรักษาตัว จำนวน 390,000-400,000 ญาติผู้เสียชีวิตต้องนำเอกสารการเสียชีวิตและเอกสารการเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลเข้าหารือคณะกรรมการการแพทย์ที่กรุงเทพมหานครก่อนจ่ายเงิน และหากญาติผู้เสียชีวิตไม่พอใจในจำนวนเงินทดแทน ก็สามารถทำหนังสือร้องทุกข์ขอความเป็นธรรมต่อคณะกรรมการการแพทย์ได้อีก

นายจักศิลป์ สุวะมาตย์ บิดาผู้เสียชีวิตกล่าวว่า ตนยังยืนยันไม่เผาศพลูกสาวจนกว่าจะได้รับการเยียวยาจากทางโรงพยาบาลอำนาจเจริญเป็นที่พอใจ เพราะขณะนี้ตนและครอบครัวเป็นทุกข์มาก ที่เสียลูกสาวไปอย่างกะทันหันโดยไม่คาดฝันมาก่อน ตนนอนไม่หลับทั้งคืนเมื่อคืนที่ผ่านมา และตนต้องขอขอบคุณสื่อต่างๆ และท่านสุทัศน์ เงินหมื่น ที่ยื่นมือเข้ามาให้คำแนะนำและช่วยเหลือ จะไม่ลืมพระคุณในที่นี้