วันที่ 7 เมษายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ จ.สุราษฎร์ธานี หลังมีกระแสข่าวชาวอุยกูร์และชาวเชเชน เดินทางเข้ามายังประเทศไทย นายวงศศิริ พรหมชนะ ผวจ.สุราษฎร์ธานี ได้มีหนังสือด่วนที่สุดที่สฎ 0018 ถึง ผบก.ภ.จว. สุราษฎร์ธานี นอภ.เมืองสุราษฎร์ธานี นอภ.พุนพิน นอภ.ดอนสัก นอภ.เกาะสมุยและนอภ. เกาะพะงัน ให้ติดตามและตรวจสอบชาวอุยกูร์ 2 คนเดินทางเข้าประเทศไทยระหว่างวันที่ 23-28 มี.ค.59 เพื่อป้องกันชาวอุยกูร์ที่อาจก่อเหตุโจมตีเป้าหมายและผลประโยชน์ชาวจีนในภูมิภาคเอเชียและตะวันออกเฉียงใต้ และชาวเชเชน 2 คนที่อาจก่อเหตุโจมตีเป้าหมายและผลประโยชน์ชาวรัสเซียในพื้นที่ภูเก็ตและเกาะสมุย
ทั้งนี้ จากการตรวจสอบชาวอุยกูร์ทั้ง 2 เดินทางไป จ.ภูเก็ต เมื่อวันที่ 23 มี.ค. ส่วนชาวเชเชน 2 คน คาดว่าอาจอยู่พื้นที่ภูเก็ตหรือเกาะสมุย
นายวงศศิริกล่าวยอมรับว่า มีคำสั่งจากส่วนกลางลงมาจริง แต่เพื่อเป็นการเตรียมการและป้องกันเข้มข้นในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ซึ่งทางจังหวัดเองก็มีมารตรการในการป้องกัน และรักษาความปลอดภัยในแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ เป็นพิเศษอยู่แล้ว ไม่อยากให้ประชาชนหรือนักท่องเที่ยวตื่นตระหนก
ด้าน พล.ต.ต.อภิชาติ บุญศรีโรจน์ ผบก.ภ.จว.สุราษฎร์ธานี กล่าวว่า หลังจากได้รับหนังสือด่วนจาก ผวจ.ได้ประชุม ร่วมกับ ตม. ตำรวจท่องเที่ยว ฝ่ายปกครอง ทหาร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อตรวจสอบติดตามสถานการณ์เบื้องต้นประสานให้ ตม.สุราษฎร์ธานี ตรวจสอบรายชื่อชาวเชเชนทั้ง 2 คน ที่คาดว่าจะเดินทางมายังพื้นที่ จ.สุราษฎร์ธานี ปรากฏว่ายังไม่พบฐานข้อมูล
” และให้ตรวจสอบทั้งหมดเกี่ยวกับกลุ่มบุคคลดังกล่าวทั้ง ชาวรัสเซีย เชเชน และตุรกี ในรอบ 3 เดือนที่ผ่านมามีการเดินทางเข้ามาหรือไม่ และเพื่อตรวจสอบติดตามสถานการณ์ได้สั่งการให้ สภ.ทุกพื้นที่ เพิ่มควงามเข้มงวดในพื้นที่ตามสถานที่สำคัญ และบุคคลสำคัญเน้นแหล่งท่องเที่ยวที่อาจเป็นเป้าหมาย ” พล.ต.ต.อภิชาติกล่าว
พล.ต.ต.อภิชาติกล่าวอีกว่า ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี ได้กำชับให้ฝ่ายปกครอง ทหาร ตำรวจ ร่วมกันบูรณาการ ติดตามสถานการณ์ทุกวันเพื่อเป็นการสร้างความมั่นใจให้ประชาชน และนักท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลสงกรานต์
รายงานข่าวแจ้งว่า จากการตรวจสอบของหมวดบินเฉพาะกิจกองปฎิบัติการทัพเรือภาคที่ 3 (มวบ.กปก.ทรภ.3) พบว่าชาวอุยกูร์ 2 คน ได้เดินทางเข้าประเทศไทย เมื่อวันที่ 24 มี.ค. และเดินทางออกเมื่อ 28 มี.ค.59 ไปกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซียแล้ว

