หน้าแรก ภูมิภาค ผู้ว่าสุราษฎร...

ผู้ว่าสุราษฎร์สั่งต้นสังกัดสอบผอ.ขนมจีนคลุกน้ำปลาใน7วัน-ผู้ปกครองอึ้งร้องตั้งแต่ปี59ไหงเพิ่งมาทำ

6.06.18 | 16:46 น.

เมื่อวันที่ 6 มิถุนายน นายวิชวุทย์ จินโต ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี เปิดเผยกรณีการร้องเรียนโรงเรียนบ้านท่าใหม่ หมู่ 17 ต.ประสงค์ อ.ท่าชนะ จัดอาหารกลางวันให้นักเรียนชั้นอนุบาลกินขนมจีนคลุกน้ำปลาที่มีการเผยแพร่ทางสื่อโซเชียลและต้นสังกัดมีคำสั่งให้นายสมเชาว์ สิทธิเชนทร์ ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านท่าใหม่ ไปปฎิบัติหน้าที่ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุราษฎร์ธานี เขต 2 แล้ว ว่า ขณะนี้ได้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้วโดยให้ดำเนินการตรวจสอบทันทีภายใน 7 วัน และให้แล้วเสร็จภายใน 30 วัน และหากพบว่ามีหลักฐานชัดเจนจนสามารถชี้มูลความผิดได้ ให้หัวหน้าส่วนราชการดำเนินการทางวินัยทันที โดยไม่ต้องรอผลคดีอาญา

นายชุมพล ศรีสังข์ ศึกษาธิการจังหวัดสุราษฎร์ธานี เปิดเผยว่า หลังจาก พล.อ.ประยุทธ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้สั่งการในที่ประชุมคณะรัฐมนตรีให้ดำเนินการแก้ไขปัญหาการจัดอาหารกลางวันของโรงเรียนบ้านท่าใหม่ ต.ประสงค์ อ.ท่าชนะ ที่ให้ดำเนินการขั้นเด็ดขาด ทั้งในส่วนของผู้อำนวยการโรงเรียน และ ผู้อำนวยการเขตพื้นที่การศึกษาต้นสังกัดที่ปล่อยปละให้เกิดปัญหาที่ส่อไปในทางทุจริตเงินค่าอาหารกลางวันเด็ก ซึ่งนายวิชวุทย์ จินโต ผวจ.สุราษฎร์ธานี ในฐานะประธานคณะกรรมการการศึกษาธิการจังหวัด ได้มีคำสั่งด่วนถึงนายประทีป ทองด้วง ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาการประถมศึกษา สุราษฎร์ธานี เขต 2 ให้ทำหนังสือรายงานข้อเท็จจริงเป็นลายลักษณ์อักษร ถึงมาตรการการควบคุมดูแลโครงการอาหารกลางวัน โดยให้รายงานผลให้ทราบทันทีเพื่อพิจารณาความบกพร่อง

นายชุมพล กล่าวว่า ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี ได้มีมาตรการเร่งด่วนแจ้งถึงผู้อำนวยการเขตพื้นที่การศึกษาการประถมศึกษา ทั้ง 3 เขตให้ควบคุมดูแลโรงเรียนในสังกัดอย่างใกล้ชิด หากมีเรื่องร้องเรียนหรือตรวจสอบพบว่ามีโรงเรียนในสังกัดมีพฤติกรรมที่คล้ายกัน หรือ จัดอาหารไม่เหมาะสมตามหลักโภชนาการจะดำเนินการทางวินัยขั้นเด็ดขาดทันที

” นอกจากนี้ได้ขอความร่วมมือไปยังองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ในการควบคุมแลดูการจ่ายเงินงบประมาณ ให้ถูกต้องและเป็นไปตามระเบียบราชการ พร้อมได้แจ้งผู้บริหารโรงเรียนระดับประถมทุกโรงในพื้นที่ จ.สุราษฎร์ธานี ถึงการจัดอาหารกลางวันให้กับเด็กนักเรียน จะต้องปฎิบัติอย่างเคร่งครัด จำนวน 4 ข้อ คือ 1.โรงเรียนจะต้องจัดอาหารให้ถูกหลักโภชนาการและสารอาหารครบ 5 หมู่ 2.ต้องจัดให้มีคณะกรรมการดำเนินการภาคประชาชน และ คณะกรรมการสถานศึกษา เข้าร่วมในกิจกรรม 3.การจัดซื้อจัดจ้างต้องเป็นไปตามระเบียบพัสดุ และ 4.ต้องหมุนเวียนเมนูอาหารไม่ให้จำเจ โดยทุกโรงเรียนจะต้องปฎิบัติอย่างเคร่งครัด หากตรวจสอบพบจะดำเนินการทางวินัย ” นายชุมพล กล่าว

นายประทีป ทองด้วง ผู้อำนวยการสำนักงานพื้นที่การศึกษาสุราษฎร์ธานี เขต 2 กล่าวว่า ที่ผ่านมาในการประชุมประจำเดือนทุกครั้งได้ให้นโยบายกับผู้อำนวยการโรงเรียนและครูอาจารย์ที่ดำเนินการเกี่ยวกับโครงการอาหารกลางวันที่จัดให้กับนักเรียนในสังกัด โดยให้ดูเจตนาในการดำเนินการโครงการอาหารกลางวัน เนื่องจากแต่ละโรงเรียนมีจำนวนนักเรียนไม่เท่ากัน ดังนั้นการดำเนินการโครงการอาหารกลางวันเด็กนักเรียนต้องทำอย่างโปร่งใส

Advertisement

” และไม่คาดคิดว่าจะมีเรื่องดังกล่าวเกิดขึ้น ซึ่งโรงเรียนระดับประถมศึกษาในสังกัดมีทั้งหมด 224 โรงเรียน โดยแยกเป็นเขตปฎิบัตการที่ 1 จำนวน 66 โรงเรียน เขตปฎิบัติการที่ 2 จำนวน 64 โรงเรียน เขตปฎิบัติการที่ 3 จำนวน 72 โรงเรียนและเขตปฎิบัติการที่ 4 ซึ่งเป็นโรงเรียนเอกชน จำนวน 22 โรงเรียน”นายประทีป กล่าว

ด้านนางพร (นามสมมุติ) ผู้ปกครองนักเรียนโรงเรียนบ้านท่าใหม่ กล่าวว่า เครือข่ายผู้ปกครองไม่มีความเชื่อมั่นคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงที่ต้นสังกัดแต่งตั้งมา เนื่องจากปลายปี 2559 เคยทำหนังสือร้องเรียนพฤติกรรมผู้อำนวยการโรงเรียนเกี่ยวกับการบริหารงานไม่โปร่งใส ไปที่ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดมาแล้วที่มีการให้ขายขนมและน้ำอัดลมในโรงเรียน รวมถึงการจัดอาหารกลางวันไม่มีคุณภาพ

” พบว่าทางเขตต้นสังกัดได้ส่งคณะกรรมการมาตรวจสอบ และทิ้งระยะนานกว่า 1 ปี จนมีหนังสือแจ้งผลจากศูนย์ดำรงธรรมจังหวัด ลงวันที่ 7 พ.ค.61 แต่เพิ่งได้รับเมื่อวันที่ 3 มิ.ย.ที่ผ่านมาว่าเรื่องที่ผู้ปกครองร้องเรียนไม่พบว่า ผอ.โรงเรียนมีความผิด โดยเฉพาะเรื่องการจัดการอาหารกลางวัน “นางพร กล่าว