วันที่ 8 เมษายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากสถานการณ์ภัยแล้งของ จ.นครราชสีมา เริ่มขยายเป็นวงกว้าง หลายพื้นที่เริ่มขาดแคลนน้ำอุปโภคบริโภค เนื่องจากน้ำดิบที่มีอยู่แห้งขอด บางพื้นที่ชาวบ้านต้องมีการซื้อน้ำ เพื่อนำมาใช้อุปโภค บริโภคแก้ปัญหาเบื้องต้น ซึ่งจากการตรวจสอบพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากการขาดแคลนน้ำอุปโภคบริโภค ค่อนข้างจะรุนแรง อาทิ ในเขต บ้านยุ้ง ม.1 ต.บ้านโพธิ์ อ.เมืองนครราชสีมา พบว่า ชาวบ้านกว่า 100 หลังคาเรือน กำลังประสบปัญหาขาดแคลนน้ำประปามานานเกือบสัปดาห์แล้ว โดยชาวบ้านบางรายต้องซื้อถังน้ำ และเครื่องปั๊มน้ำขนาดเล็ก ไว้บนรถกระบะ หรือรถจักรยานยนต์พ่วง เพื่อออกไปสูบน้ำตามบ่อน้ำสาธารณะในพื้นที่ใกล้เคียง
จากการสอบถาม นายไพทูล พิทักษ์ อายุ 52 ปี กล่าวว่า ขณะนี้พี่น้องประชาชนในเขต ต.บ้านโพธิ์ และพื้นที่ใกล้เคียง ได้รับผลกระทบจากปัญหาน้ำประปาไม่ไหลมานานกว่า 3 วันแล้ว โดยตนได้มีการสอบถามไปยังการประปาส่วนภูมิภาคจอหอ ก็ได้รับคำตอบว่าน้ำดิบที่จะนำมาผลิตน้ำประปาไม่เพียงพอ ทำให้ไม่มีน้ำประปาส่งไปให้ชาวบ้าน ซึ่งตนได้รับความเดือดร้อนอย่างหนัก จนต้องหาวิธีแก้ปัญหาเบื้องต้นด้วยการซื้อถังน้ำขนาดความจุ 1,000 ลิตร และเครื่องปั๊มน้ำขนาดเล็ก บรรทุกไว้บนรถกระบะ และได้ออกตระเวนหาบ่อน้ำ หรือคลองน้ำสาธารณะที่พอจะมีน้ำสะอาด เพื่อที่จะสูบน้ำมาเก็บไว้ใช้ภายในบ้าน ซึ่งทุกวันนี้ ตนจะต้องออกไปสูบน้ำเก็บไว้ใช้ทุกวัน โดยบางครั้ง ต้องขับรถกระบะตระเวนหาบ่อน้ำสาธารณะไกลเกือบ 10 กิโลเมตร ดังนั้น จึงอยากวอนให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาให้ความช่วยเหลือชาวบ้านบ้าง

ด้านนายธูป รอดจอหอ อายุ 70 ปี เจ้าของร้านขายของชำในหมู่บ้าน บ้านสระธรรมขันธ์ ม.1 ต.จอหอ อ.เมืองนครราชสีมา กล่าวเพิ่มเติมว่า จากปัญหาการขาดแคลนน้ำประปาระยะนี้ ส่งผลให้ยอดการจำหน่ายน้ำดื่มที่บรรจุถังใหญ่ ขายดีมากกว่าเดิม 3-4 เท่าตัว เนื่องจากชาวบ้านในละแวกใกล้เคียงไม่มีน้ำประปาใช้ ประกอบกับบางรายไม่มีเงินมากที่จะซื้อถังน้ำ และเครื่องปั๊มน้ำ ไปตระเวนสูบน้ำ จึงต้องหันมาซื้อน้ำดื่มบรรจุถัง เพื่อไว้ใช้อุปโภค บริโภค ภายในครอบครัว ซึ่งที่ผ่านมา ตนมีน้ำดื่มบรรจุถังไว้จำหน่ายประมาณ 20 ถัง ก็จะขายได้ทันที ไม่เพียงพอกับความต้องการ เนื่องจากทางโรงงานผลิตน้ำดื่ม ก็ผลิตและนำมาส่งให้ไม่ทันเช่นเดียวกัน ซึ่งถือว่าภัยแล้งปีนี้รุนแรงมากที่สุดก็ว่าได้

