หน้าแรก ภูมิภาค บุกจับผับชื่อ...

บุกจับผับชื่อดังสงขลา ชายแดนไทย-มาเลย์ ยาเสพติดทิ้งเกลื่อน ฉี่ม่วง40คน สั่งปิด5ปี

8.06.18 | 12:05 น.

ฝ่ายปกครองสงขลาบุกค้นสถานบันเทิงชื่อดังชายแดนไทยมาเลเซีย พบยาเสพติดเกือบทุกชนิด “ยาไอซ์ ยาเค ยาอี ยากล่อมประสาน และกัญชา” ถูกทิ้งเกลื่อนล็อกตัวนักท่องเที่ยว 400 คน ตรวจปัสสาวะอย่างละเอียด พบมีสีม่วง 40 คน เกือบทั้งหมดเป็นชาวต่างชาติทั้งมาเลเซีย เมียนมา และจีนฮ่อ สั่งปิดทันที 5 ปี เนื่องจากไม่มีใบอนุญาต

เมื่อเวลา 01.30 น.วันที่ 8 มิถุนายน รายงานข่าวว่า นายณรงค์พร ณ พัทลุง ปลัดจังหวัดสงขลา นำกำลังเจ้าหน้าที่ อส.และเจ้าหน้าที่สาธารณสุข จ.สงขลา ประมาณ 50 นาย ปฏิบัติการจู่โจมเข้าตรวจค้นดิสโก้เธค “นิวเลิฟมี” ซึ่งตั้งอยู่ชั้นล่างของโรงแรมเหอเจีย แกรนด์โฮเต็ล สถานบันเทิงชื่อดังชายแดนไทย-มาเลเซีย บ้านด่านนอก เขตเทศบาลตำบลสำนักขาม อ.สะเดา จ.สงขลา เนื่องจากได้รับการร้องเรียนมีการจำหน่ายยาเสพติดให้กับนักท่องเที่ยว


รายงานข่าวว่า ขณะเข้าตรวจค้นมีนักท่องเที่ยวซึ่งส่วนใหญ่เป็นชาวมาเลเซียเต็มและอัดแน่นอยู่ในสถานบันเทิงแห่ง ซึ่งมี 2 ชั้นและมีห้องวีไอพี 2 แห่ง ทันทีที่รู้ว่าถูกเจ้าหน้าที่เข้าตรวค้นนักท่องเที่ยวต่างพยายามหนีออกมาด้านนอกทั้งประตูลับและประตูด้านหน้า มีการดันกับเจ้าหน้าที่และสามารถออกไปได้ 100 คน แต่ในที่สุดเจ้าหน้าที่สามารถกักตัวเอาไว้ได้ประมาณ 400 คน

จากการตรวจค้นภายในสถานบันเทิง พบยาเสพติดหลายชนิดถูกนักท่องเที่ยวแอบทิ้งไว้เกลื่อนทั้งใต้โต๊ะในถังขยะ ในซอกโซฟา และในห้องน้ำ มี ยาไอซ์ 40 ถุง ยาเค 50 ถุง ยาอี แอมเฟตามีนหรือยากล่อมประสาทและกัญชาที่ผสมในมวลบุหรี่ เจ้าหน้าที่ปิดล็อกประตูทั้งหมดเอาไว้ เพื่อคัดแยกนักท่องเที่ยวทุกคนอย่างละเอียดตั้งแต่ประมาณ 01.00-05.00 น.

“พบนักท่องเที่ยวมีปัสสาวะสีม่วง 40 คน เป็นชาย 9 คน ส่วนใหญ่เป็นชาวมาเลเซีย ผู้หญิง 31 คน มีทั้งชาวเมียนมาและชาวจีนฮ่อ แต่มีหนังสือเดินทางถูกต้อง ในจำนวนนี้มีเด็กอายุต่ำกว่า 20 ปี 1 คน ได้ควบคุมตัว นายแสงทอง นวลขนาย อายุ 40 ปี ซึ่งเป็นผู้ดูแลไปสอบสวน”

Advertisement

ข่าวแจ้งว่าระหว่างที่เจ้าหน้าที่กำลังเข้าตรวจค้นอยู่นั้นได้มีผู้กว้างขวางคนหนึ่งได้พยายามติดต่อผ่านทางโทรศัพท์มาขอเคลียร์กับชุดจับกุม โดยเสนอเงินให้ 2 ล้านบาท เพื่อแลกกับการไม่ถูกดำเนินคดี รวมทั้งยังเสนอเงินให้ผู้สื่อข่าวอีกด้วยเพื่อปิดข่าวและพร้อมจ่ายไม่อั้น เจ้าหน้าที่ปฏิเสธและได้ควบคุมตัวนักท่องเที่ยวทั้งหมดไปทำบันทึกที่ฝ่ายปกครองอำเภอสะเดา ก่อนที่จะส่งตัวดำเนินคดีในข้อหาเสพยาเสพติด

นายณรงค์พรเปิดเผยว่า จากการตรวจสอบสถานบันเทิงแห่งนี้พบว่าเปิดมานานและไม่มีใบอนุญาตที่สำคัญได้รับการร้องเรียนมาตลอดว่ามีการขายยาเสพติดและเสพยากันในสถานบันเทิงแบบไม่เกรงกลัวกฎหมาย จึงได้วางแผนเข้าจับกุมและมีคำสั่งให้ปิดสถานบันเทิงแห่งนี้เป็นเวลา 5 ปี

“มีการตั้งกรรมการสอบสวนว่ามีเจ้าหน้าที่เข้าไปมีผลประโยชน์หรือไม่ เนื่องจากเปิดโดยไม่ได้รับอนุญาตและขายยาเสพติดแบบไม่เกรงกลัวกฎหมาย จะเรียกตัวผู้ที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะเจ้าของและผู้ที่เป็นหุ้นส่วนซึ่งทราบว่ามีกลุ่มนักการเมืองท้องถิ่นร่วมด้วยมาสอบสวนอีกครั้งหนึ่ง” นายณรงค์พรกล่าว