ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 7 มิุนายนที่ผ่านมา ชุดปฏิบัติการได้แบ่งกำลังออกปฏิบัติการลงพื้นที่ เกาะพีพี จังหวัดกระบี่ ตามที่ได้รับเรื่องร้องเรียน พบว่าบางจุดมีการยื่นขออนุญาตก่อสร้างหลายสิบหลัง และได้สร้างไปแล้วประมาณ 20 % ซึ่งพบว่ามีการก่อสร้างอาคาร และที่พัก บนที่ดินที่มีความลาดชันเกินกว่า 35 องศา จึงแจ้งให้ผู้ครอบครองเร่งนำเอกสารหลักฐานไปแสดงต่อเจ้าหน้าที่ที่ดินจังหวัด เพื่อตรวจสอบต้นทางของเอกสาร หากพบว่าไม่ถูกต้องก็จะได้ดำเนินคดีและเสนอเพิกถอนเอกสารสิทธิต่อไป
โดยเจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจผู้ประกอบการจำนวน 7 แห่ง ยังคงพบความผิดลักษณะเดิมคือ ไม่มีการขออนุญาตดำเนินการอย่างถูกต้อง มีความผิดดัดแหลงอาคารพาณิชย์ผิดประเภทมาทำโรงแรม ประกอบกิจการโดยไม่ได้รับอนุญาต และรับคนต่างด้าวเข้าพักอาศัยโดยไม่แจ้งพนักงานภายใน 24 ชม ตาม พรบ.คนเข้าเมือง พ.ศ.2522 มาตรา 38
ในส่วนของธุรกิจดำน้ำ เจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจสอบ 9 ราย พบว่ามีการประกอบการไม่ตรงตามที่ได้รับอนุญาต ขออนุญาตดำเนินธุรกิจมีสำนักงานหลายสำนักงาน มีการจดทะเบียนซ้ำซ้อนเพื่อเพิ่มจำนวนคนต่างด้าวเข้ามาทำงาน รับคนต่างด้าวเข้าทำงานโดยไม่มีใบอนุญาต ไม่แจ้งการทำประกันสังคมลูกจ้าง ไม่แจ้งการเข้าพักอาศัยของคนต่างด้าว ในจำนวนนี้ พบว่ามีธุรกิจดำน้ำที่ดำเนินการโดยชาวอังกฤษและสก๊อตแลนด์ จึงได้ประสานให้ตรวจสอบการจดทะเบียนบริษัท, การถือหุ้นของหุ้นส่วนบริษัท, การชำระภาษี การจ้างงาน ฯ หากพบการกระทำผิดให้ดำเนินคดีตามกฎหมาย ซึ่งการเข้าปฏิบัติการครั้งนี้มีเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องจากหลากหลายภาคส่วนร่วมคณะไปด้วย
อย่างไรก็ตามการดำเนินงานของชุดปฏิบัติการเฉพาะกิจจังหวัดกระบี่ ได้รับการติดตามจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาอย่างใกล้ชิดทุกวัน




