หน้าแรก ภูมิภาค พิจารณาที่ &#...

พิจารณาที่ ‘ศาลาวัด’! ศาลปกครองกลางเปิดการไต่สวนชาวบ้านฟ้องกรมควบคุมมลพิษปม ‘ห้วยคลิตี้’

9.06.18 | 17:14 น.

ใช้ศาลาวัดแทนห้องพิจารณา ศาลปกครองกลางลงพื้นที่บ้านคลิตี้ เปิดการไต่สวนคดีที่ชาวบ้านคลิตี้ฟ้องกรมควบคุมมลพิษให้ฟื้นฟูลำห้วยคลิตี้ หลังคำตัดสินของคาลปกครองสูงสุด

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 8 มิ.ย. ที่ผ่านมา ที่ศาลาวัดคลิตี้ผลธรรมาราม หมู่4 ตำบลชะแล อำเภอทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี ศาลปกครองกลาง โดยนายฉัตรชัย นิติภักดิ์ ตุลาการหัวหน้าคณะศาลปกครองกลาง นายพงศกร เส็งประเสริฐ ตุลาการศาลปกครองกลาง ได้เปิดการไต่สวนคดีที่ชาวบ้านคลิตี้ได้ยื่นฟ้องให้กรมควบคุมมลพิษเร่งทำการฟื้นฟูลำห้วยคลิตี้ต่อศาลปกครองกลาง ตามคำสั่งศาลปกครองสูงสุด ซึ่งนับเป็นครั้งแรกในการใช้ศาลาวัดแทนห้องพิจารณาคดีของศาล


โดยฝ่ายผู้ฟ้องประกอบด้วย นายกำธร ศรีสุวรรณมาลา ตัวแทนชาวบ้านคลิตี้ และ นางจิตผ่อง อภัยสันติพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักบังคับคดี ส่วนฝ่ายผู้ถูกฟ้องมี นายสมชาย ทรงประกอบ รองอธิบดีกรมควบคุมมลพิษ เป็นตัวแทน โดยระหว่างการพิจารณาไต่สวน ศาลได้สั่งห้ามมิให้มีการบันทึกภาพอย่างเด็ดขาด

เมื่อถึงเวลาผู้พิพากษาได้ขึ้นบัลลังก์ ได้มีการบรรยายให้ผู้ฟ้องและผู้ถูกฟ้องทราบถึงที่มาของการเดินทางมาเปิดการพิจารณาการไต่สวนในครั้งนี้ ก่อนดำเนินการไต่สวนผู้ถูกฟ้อง โดยมี นายสมชาย ทรงประกอบ รองอธิบดีกรมควบคุมมลพิษ ได้ชี้แจงถึงการดำเนินงานของกรมควบคุมมลพิษหลังคำตัดสินของศาลปกครองสูงสุดว่า ทางกรมฯ ได้มีการจ่ายเงินชดเชยให้แก่ผู้ฟ้องคดี 22 คน รายละ 117,199.55 บาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 3,898,390.10 บาท ต่อมาได้มีการกำหนดแผนและดำเนินการวิเคราะห์คุณภาพสิ่งแวดล้อมของพื้นที่ โดยการเก็บตัวอย่างน้ำ ดิน พืชผัก และสัตว์น้ำจำนวน 4 ครั้งต่อปี รวมทั้งทำโปสเตอร์แสดงผลการติดตามตรวจสอบคุณภาพสิ่งแวดล้อมบริเวณลำห้วยคลิตี้ติดในที่สาธารณะเพื่อให้ประชาชนได้ทราบ ส่วนการฟื้นฟูลำห้วยคลิตี้จากการปนเปื้อนของสารตะกั่ว ได้ว่าจ้างให้มหาวิทยาลัยขอนแก่นดำเนินโครงการกำหนดแนวทางการฟื้นฟูลำห้วยคลิตี้จากการปนเปื้อนสารตะกั่วโดยมีขอบเขตการดำเนินการศึกษาประกอบด้วย การกำหนดแนวทางการฟื้นฟูลำห้วยคลิตี้ การสำรวจและออกแบบหลุมฝังกลบแบบปลอดภัย การจัดทำแผนปฏิบัติการเพื่อการแก้ไขปัญหาการปนเปื้อนสารตะกั่วในสิ่งแวดล้อมลำห้วยคลิตี้ ส่วนแนวทางการป้องกันปนเปื้อนสารตะกั่วลงสู่ลำห้วยคลิตี้จากพื้นที่เสี่ยงได้ศึกษาลักษณะการปนเปื้อนสารตะกั่วโรงแต่งแร่คลิตี้และพื้นที่ใกล้เคียงแล้วเสร็จ โดยได้ผนวกแผนการจัดการร่วมกับโครงการฟื้นฟูลำห้วยคลิตี้

Advertisement

ปัจจุบันกรมควบคุมมลพิษได้ดำเนินการว่าจ้างบริษัท เบตเตอร์ เวิลด์ กรีน จำกัด (มหาชน) เป็นผู้ดำเนินการฟื้นฟูลำห้วยคลิตี้ ภายใต้งบประมาณ 454,000,000 บาท (454ล้านบาท) ซึ่งเป็นงบประมาณผูกพัน4ปี ระหว่างปีงบประมาณ พ.ศ.2559-2562 โดยกระบวนการฟื้นฟูได้เริ่มในปี พ.ศ.2560 และสิ้นสุดโครงการในปี พ.ศ.2563 โดยแผนการดำเนินงานในปี2561นี้จากบริษัทฯได้ดำเนินการขุดหลุมฝังกลบแบบปลอดภัย หลังจากที่กรมควบคุมมลพิษ ได้รับอนุญาตการขอใช้พื้นที่จากกรมอุทยานสัตว์ป่าและพันธุ์พืช ให้ใช้พื้นที่22ไร่ ในเขตอุทยานแห่งชาติลำคลองงู ซึ่งเป็นพื้นที่ภูเขาหินผุ ซึ่งตั้งอยู่ห่างจากหมู่บ้านคลิตี้บนประมาณ 6 กิโลเมตร โดยต้องมีการขุดเจาะพื้นที่ให้เป็นหลุมลึกประมาณ 3เมตร เพื่อรองรับตะกอนที่จะดำเนินการดูดจากลำห้วยคลิตี้ เพื่อนำมาฝังกลบใน หลุมที่เตรียมไว้ ซึ่งจากการคำนวณคาดว่าตะกอนทั้งหมดที่จะนำมาฝังกลบมีจำนวนทั้งหมด 45,000 ตัน ใต้หลุมฝังกลบที่เตรียมไว้สามารถรองรับได้ถึง 90,000 ตัน โดยหินลูกรังที่ขุดจากพื้นที่ ทางบริษัทได้นำไปปรับปรุงถนนภายในชุมชนบ้านคลิตี้บนและบ้านคลิตี้ล่าง รวมทั้งถนนที่เชื่อมระหว่างหมู่บ้านทั้ง2แห่ง และนำไปกลบพื้นที่โรงแต่งแร่และพื้นที่รอบๆ

ส่วนการฟื้นฟูลำห้วยคลิตี้ กรมควบคุมมลพิษได้ดำเนินการสร้างฝายชะลอน้ำในลำห้วยคลิตี้ โดยชิ้นหินบรรลุในกล่องแกลเบี้ยนวางขวางลำห้วย เพื่อดักตะกอน โดยมีแผนก่อสร้างทั้งหมด 4 ฝายตั้งแต่บริเวณพื้นที่ใต้โรงแต่แร่เดิมจนถึงบ้านคลิตี้ล่าง ปัจจุบันสร้างเสร็จไปแล้ว2แห่ง ซึ่งเมื่อแล้วเสร็จจะดำเนินการดูดตะกอนบริเวณด้านหน้าและด้านหลังฝาย บรรจุในถุง textile ก่อนนำไปฝังกลบในหลุมที่เตรียมไว้
ซึ่งจากการดำเนินการที่ผ่านมาพบว่ามีอุปสรรคในการทำงาน เป็นสาเหตุให้ล่าช้าเนื่องจากในพื้นที่มีฝนตกชุก ประกอบกับลำห้วยคลิตี้เป็นลำห้วยธรรมชาติ ที่มีการขึ้นลงของน้ำตามฤดูกาล ทำให้การทำงานในฤดูฝนเป็นไปด้วยความยากลำบากอีกทั้งพื้นที่อยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติซึ่งเป็นพื้นที่อุดมสมบูรณ์ ในการดำเนินงานต้องมีการระมัดระวังไม่ให้กระทบกับต้นไม้ที่ขึ้นอย่างหนาแน่นบริเวณลำห้วย

ด้านการเฝ้าติดตามเรื่องสุขภาพของประชาชนในพื้นที่ได้ทำงานร่วมกับกรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ในการเฝ้าติดตามปริมาณค่าตะกั่วในเลือดของประชาชนที่เป็นกลุ่มเสียง โดยดำเนินการปีละ2ครั้ง เพื่อเก็บสถิติและเป็นข้อมูลในการติดตามเฝ้าระวัง
โดยการดำเนินการของกรมควบคุมมลพิษที่ผ่านมาได้รายงานการทำงานร่วมกับสำนักบังคับคดีปกครองและได้ทำรายงานให้ทราบเป็นระยะๆ

ต่อมา นายกำธร ศรีสุวรรณมาลา ตัวแทนผู้ฟ้องได้เบิกความว่า ที่ผ่านมาการนำหินลูกรังมาถมบริเวณบ่อบำบัดเก่าเหมืองและบริเวณพื้นที่รอบๆ โรงแต่งแร่ โดยไม่ได้มีการดำเนินการขุดเอาตะกอนแร่ออกไปก่อนนั้น ไม่เป็นไปตามมติที่เคยประชุมกันไว้ ข้อนี้ขอให้เป็นข้อกรมควบคุมมลพิษดำเนินการแก้ไข เพื่อให้เป็นไปตามแผนการฟื้นฟูลำห้วยคลิตี้ตามที่ศาลปกครองสูงสุดได้ตัดสินไว้

ภายหลังเสร็จสิ้นการชี้แจงของผู้ฟ้องและผู้ถูกฟ้องแล้ว ผู้พิพากษาได้สั่งให้กรมควบคุมมลพิษยื่นเอกสารที่ชี้แจงในวันนี้ทั้งหมดต่อสำนักบังคับคดีภายใน 30 วัน นับแต่วันนี้และให้สำนักบังคับคดีนำเสนอข้อเท็จจริงต่อศาลภายใน 15 วันนับแต่วันนี้ที่ได้รับเอกสาร

ต่อมาคณะผู้พิพากษาศาลปกครองกลาง ได้เดินทางลงดูพื้นที่การสร้างฝายดักตะกอนบริเวณลำห้วยคลิตี้ พื้นที่โรงแต่งแร่เดิมที่ได้ดำเนินการนำหินลูกรังมาถมทับและพื้นที่การก่อสร้างหลุมฝังกลบแบบปลอดภัย พร้อมทั้งพูดคุยกับชาวบ้านก่อนเดินทางกลับ