เมื่อเวลา 11.30 น.วันที่ 11 มิถุนายน ที่ศาลากลางจังหวัดแพร่ นายพิพัฒน์ ซื่อทรงธรรม ส.อบจ.เขตอำเภอร้องกวาง นายประดิษฐ์ ภัทรศศิกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดแพร่ นายมรกต กาบบัว กำนันตำบลร้องกวาง นายไพรัช สุวรรณกรินทร์ ตัวแทนผู้ประกอบการในพื้นที่ และผู้นำหมู่บ้านที่ได้รับผลกระทบจากการสร้างถนนสี่เลน ยื่นหนังสือแก่นายพงษ์รัตน์ ภิรมย์รัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่ เพื่อขอความช่วยเหลือ และจัดเวทีให้แสดงความคิดเห็นที่ชัดเจนอีกครั้ง โดยถนนที่ทางกรมทางหลวงต้องการนั้นความยาวประมาณ 15.6 กม. ส่วนที่ชาวบ้านต้องการมีความยาวประมาณ 9.5 กม.เท่านั้น คือแนวทางเลือกที่ 4 เริ่มจากแยกร้องเข็มไปประมาณ 1.5 กม.เลี้ยวซ้ายใกล้สถานีพัฒนาที่ดิน โค้งไปทางทิศเหนือผ่านป่าละเมาะซึ่งเป็นที่ดินของทางราชการหลบตัวอำเภอและผ่านด้านเหนือตำบลแม่ทรายและมหาวิทยาลัยแม่โจ้-แพร่ ไปโผล่ที่ถนนร้องกวาง-น่าน (สาย101) ความยาวจากจุดเริ่มต้นตามที่ระบุนี้จนสุดทางตามที่ชาวบ้านต้องการจะประหยัดงบประมาณกว่าแนวทางที่ 1 ของกรมทางหลวงตั้งมากมาย และสนองเจตนาของประชาชน 4 ตำบล คือ ตำบลแม่ทราย ตำบลร้องกวาง ตำบลทุ่งศรี ตำบลร้องเข็ม รวมทั้งประชาชนตำบลน้ำเลาจะได้รับประโยชน์ด้วย
ขณะที่กรมทางหลวงเห็นว่า เส้นทางเลือกที่ 1 คือเริ่มจากทางหลวงหมายเลข 101 เลยโรงเรียนบ้านแม่ยางกาดไปเล็กน้อยเบี่ยงไปด้านซ้ายทางทิศเหนือ อ้อมผ่านวัดแม่ยางใหม่ บ้านแม่ยางเปรี้ยว ตัดผ่านทางหลวงหมายเลข 103 อ้อมบ้านแม่ยางโพธิ์ ผ่านพื้นที่มหาวิทยาลัยแม่โจ้-แพร่ เฉลิมพระเกียรติ ก่อนจะวกกลับมาบรรจบกับทางหลวงหมายเลข 101 บริเวณบ้านผาหมู รวมระยะทางประมาณ 15.64 กิโลเมตร โครงการดังกล่าวมีบริษัท โชติจินดา คอนซัลแตนท์ จำกัด บริษัท เดอะเบสท์ คอนซัลท์ติ้ง เอ็นจิเนียร์ จำกัด และบริษัท เอ็นทิค จำกัด ที่ดำเนินการศึกษาความเหมาะสมทางด้านเศรษฐกิจวิศวกรรมและผลกระทบสิ่งแวดล้อม กล่าวสรุปถึงข้อมูลเกี่ยวกับการเวนคืนที่ดินว่าจะต้องใช้พื้นที่เท่าไร ต้องเวนคืนอะไรบ้าง มีความเห็นว่าการสร้างถนนสายที่มีความเหมาะสมคือเส้นทางที่ 1
โดยทางตัวแทนได้ยื่นหนังสือให้นายพงษ์รัตน์ได้รับทราบและหาแนวทางแก้ไข ขณะที่พ่อเมืองแพร่กล่าวว่า โครงการดังกล่าวอยู่ระหว่างการศึกษาผลกระทบ และทางเลือกที่ดีที่สุด ยังไม่ได้มีการอนุมัติ หรือเลือกเส้นทางไหน แต่ถ้าหากว่ามีผลกระทบจริงๆ ก็คงต้องมีการเปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นของฝ่ายเกี่ยวข้องอีกครั้งหนึ่งและจะเป็นตัวกลางในการประสานในเรื่องดังกล่าว เพื่อให้ประโยชน์สูงสุดแก่ทุกฝ่ายและทางออกที่ดีร่วมกัน
โดยพ่อเมืองแพร่ให้ข้อคิดว่า การพัฒนาใดๆ ก็ตามจะมีผลต่ออนาคตอันยาวไกล สำหรับการสร้างถนนสี่เลนดังกล่าวถือเป็นผลดี แต่ก็ต้องมองถึงอนาคตการเติบโตด้วย โดยพ่อเมืองยกตัวอย่างเรื่องโรงเรียน และโรงพยาบาล ในเขตอำเภอร้องกวาง ซึ่งถ้าหากมีการสร้างถนนดังกล่าว ถ้าหากเป็นเส้นทางที่ต้องผ่านโรงเรียน โรงพยาบาล พูดง่ายๆ เป็นไข่แดงตรงการคมนาคมหลัก จะมีผลกระทบทางลบหรือไม่ คงต้องมาหาแนวทางร่วมกันในเวทีหน้าที่จะเกิดขึ้น

