หน้าแรก ในประเทศ ศาสนา บุกจับพระฉาว ...

บุกจับพระฉาว ปมจ้างสีกาหลับนอน สำนึกผิด ขอลาสิกขาเอง (คลิป)

12.06.18 | 14:35 น.

กรณีที่ได้มีการเผยแพร่คลิปวิดีโอพระภิกษุรูปหนึ่งกำลังสนทนากับสีกาผ่านวิดีโอคอล พร้อมข้อมูลการสนทนาทางแอพพลิเคชั่นไลน์และเฟซบุ๊ก โดยพระรูปดังกล่าวได้ว่าจ้างสีกาให้มาร่วมหลับนอน ภายในวัดแห่งหนึ่งในพื้นที่ ต.ไชยมนตรี อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช จนเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์นั้น (คลิกอ่านข่าว : มารศาสนาโผล่วัดเมืองคอน แชตไลน์จ้างสีกาหลับนอน วิดีโอคอลโชว์ของลับ)

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 21.00 น. คืนวันที่ 11 มิ.ย. ร.ต.เฉลิมพล ทองดีเพ็ง พร้อมเจ้าหน้าที่ ชป.รส.มทบ.41 (ชป.รส.พัน.สห.41) และสารวัตรทหาร สังกัดกองทัพภาคที่ 4 ค่ายวชิราวุธ กว่า 10 นาย นำกำลังบุกเข้าไปภายในวัด เพื่อขอเข้าพบและพูดคุยกับพระภิกษุที่ตกเป็นข่าว พร้อมแจ้งข้อกล่าวหาการกระทำความผิด และให้พระภิกษุรูปดังกล่าวทำการลาสิกขาเป็นฆราวาสในทันที

ร.ต.เฉลิมพลเปิดเผยว่า หลังได้รับทราบข้อมูลการกระทำความผิดของพระภิกษุดังกล่าว ได้รายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ และรับคำสั่งให้เข้าทำการตรวจสอบข้อเท็จจริงทันที โดยนำกำลังเจ้าหน้าที่ทหารบุกเข้าขอตรวจสอบและตรวจค้นภายในวัด จากการตรวจสอบพบว่าพระภิกษุที่ตกเป็นข่าวอยู่ภายในกุฏิวัด จึงขอตรวจค้น แต่ไม่พบสิ่งผิดกฎหมาย จึงเชิญพระภิกษุดังกล่าว ทราบชื่อคือ พระบุญชิต ฐานิสสโร ชื่อเดิมคือ นายบุญชิต จิตนุกูล อายุ 57 ปี ชาวนครศรีธรรมราช มารับฟังและแจ้งข้อกล่าวหาให้ทราบ ฐานกระทำความผิดในการเผยแพร่ภาพอนาจารลามกขณะเป็นพระภิกษุ พร้อมแจ้งให้พระสมุห์มงคล อุตตโม รักษาการแทนเจ้าอาวาสวัด รับทราบถึงพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมของพระลูกวัด

พระสมุห์มงคล อุตตโม กล่าวว่า ทางคณะสงฆ์ของวัดได้ทราบข้อมูลรวมถึงภาพถ่ายดังกล่าวเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยเรียกพระบุญชิตมาสอบถามเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ซึ่งพระบุญชิตไม่ได้ปฏิเสธการกระทำของตนเองแต่อย่างใด และยังแสดงเจตนาดีของตนเองโดยการขอลาสิกขา เนื่องจากสำนึกผิดต่อการกระทำของตนที่ผ่านมา โดยจะขอลาสิกขาในเช้าวันรุ่งขึ้น แต่เนื่องด้วยมีเจ้าหน้าที่ทหารเข้ามาตรวจสอบ และไม่ต้องการให้เรื่องราวบานปลาย จึงทำพิธีลาสิกขาให้กับบุญชิตทันที โดยทางเจ้าตัวก็ยินยอม

“หลังกระแสข่าวเผยแพร่ออกไป ก่อให้เกิดความเสื่อมเสียเกิดขึ้นกับวัดอย่างมากมาย เนื่องจากที่ผ่านมาทางวัดได้พยายามสร้างแต่สิ่งดีๆ เพื่อให้พุทธศาสนิกชนชาวพุทธได้ศรัทธาเลื่อมใสวัด เพื่อเป็นการช่วยกันส่งเสริมทำนุบำรุงศาสนา อยากวอนขอให้พุทศาสนิกชนได้เข้าใจและอย่าตัดสินวัดโดยการเหมารวม โดยเฉพาะอย่างยิ่งสิ่งที่น่าเป็นห่วงอย่างมากในตอนนี้คือ สภาพจิตใจของท่านเจ้าอาวาสวัด ซึ่งมีความวิตกกังวลเป็นอย่างมากกับเรื่องที่เกิดขึ้น อีกทั้งด้วยวัยที่ชราภาพ ร่างกายอ่อนแอ หลังทราบข่าวทำให้อาการทรุดลงอย่างเห็นได้ชัด อยากให้ทุกคนเห็นใจ”

Advertisement