เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 12 มิถุนายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่านายสกุล คงปันนา อายุ 57 ปี อดีตผู้ใหญ่บ้านและตัวแทนชาวบ้านป่าคาย หมู่ 2 ต.ห้วยเฮี้ย อ.นครไทย จ.พิษณุโลก กว่า 100 คนได้เดินทางไปที่ที่ว่าการอำเภอนครไทย เพื่อยื่นหนังสือร้องเรียนกับเจ้าคณะอำเภอนครไทย ผ่านนายนิสิต สวัสดิเทพ นายอำเภอนครไทย เพื่อขับไล่ พระครูอนุกูลบุญสาร (ประเสริฐ ปุญญผโล) เจ้าคณะตำบลห้วยเฮี้ย เขต 1 เจ้าอาวาสวัดป่าคาย ให้พ้นไปจากวัดป่าคายภายในวันนี้ อ้างว่ามีพฤติกรรมไม่เหมาะสมต่อการครองสมณพระภิกษุ ไปทำกิจของสงฆ์นอกวัด ไปกับสีกาสองต่อสองเป็นประจำ มีการพูดว่าส่งค่าผ่อนรถเก๋งให้กับสีกา อีกทั้งยังได้บอกให้หยุดสร้างศาลาการเปรียญหลังใหม่ที่กำลังก่อสร้าง แต่ชาวบ้านลงความเห็นว่าศาลาสร้างแล้วต้องสร้างต่อไป เพราะเงินผ้าป่าก็มีแล้ว แต่ชาวบ้านเก็บไว้เองไม่ได้นำไปเข้าบัญชีของวัดที่ธนาคาร เพราะชาวบ้านไม่ไว้วางใจพระรูป ต่อมา พระมหาเก่ง เป็นเลขานุการของ พระครูพิบูลธรรมวงศ์ เจ้าคณะอำเภอนครไทยเจ้าอาวาสวัดบ้านพร้าว ต.บ้านพร้าว ได้มาพบกับนายอำเภอนครไทย และแกนนำชาวบ้านเพื่อขอรับหนังสือร้องเรียนนำไปมอบให้กับเจ้าคณะอำเภอนครไทยที่เดินทางไปประชุมที่วิทยาลัยสงฆ์พระพุทธชินราช อ.เมืองพิษณุโลก ขณะเดียวกัน นายนิสิต สวัสดิเทพ นายอำเภอนครไทย ได้ขอให้ชาวบ้านรอที่ห้องประชุมของที่ว่าการอำเภอก่อน เนื่องจากได้นัดหมายพระครูอนุกูลบุญสาร มาพบเพื่อเจรจากับแกนนำชาวบ้านแล้ว เพราะก่อนหน้านี้พระครูอนุกูลบุญสารเคยร้องเรียนที่ศูนย์ดำรงธรรมว่า มีคณะกรรมการวัดเอาเงินผ้าป่าของวัดไปโดยมิชอบด้วย จึงอยากให้คุยกันให้เข้าใจก่อนว่า เงินดังกล่าวยังอยู่ครบกับชาวบ้านผู้ดูแลเงินวัด และจะได้ให้ท่านรับทราบว่าชาวบ้านไม่ต้องการให้ท่านอยู่ที่วัดป่าคายต่อไปอีกแล้ว
ด้าน พระครูอนุกูลบุญสาร เจ้าคณะตำบลห้วยเฮี้ย เขต 1 เจ้าอาวาสวัดป่าคาย ม.2 ต.ห้วยเฮี้ย อ.นครไทย จ.พิษณุโลก กล่าวว่าขณะนี้ได้สั่งระงับการก่อสร้างศาลาการเปรียญ หลังจากตรวจสอบพบว่า มีปัญหาเรื่องการเงิน ซึ่งผู้ที่เก็บเงินวัดไปดำเนินการเอง และยังไม่สามารถชี้แจงเงินทั้งหมดได้ เมื่อวันที่ 8 ตุลาคม 2560 ที่วัดได้จัดให้มีการทอดกฐิน ได้เงินทั้งหมด 631,200 บาท ทางเจ้าภาพได้ให้เปิดบัญชีขึ้นใหม่กับธนาคารไทยพาณิชย์ ซึ่งมีชื่อลูกบ้าน จำนวน 2 คน เป็นผู้นำเงินทั้งหมดไปเข้าบัญชีไว้ และมีสิทธิในการเบิกถอน ซึ่งไม่ได้นำบัญชีกลับมาให้ทางวัดเก็บแต่อย่างใด ต่อมามีการสร้างศาลาการเปรียญหลังใหม่ โดยทางผู้ที่เก็บเงินวัดไปเป็นผู้ดำเนินการเรื่องเงินทั้งหมด ทางวัดจึงทำหนังสือถามเงินดังกล่าว เพื่อจะนำมาเข้าบัญชีวัดให้ถูกต้อง แต่กลับไม่ได้รับความร่วมมือ หลังจากนั้นได้ตรวจสอบัญชีเงินฝาก ปรากฏว่าเหลือเงินติดบัญชีเพียง 892 บาทเท่านั้น โดยทางผู้เก็บเงินวัดเอาไว้อ้างว่าเงินทั้งหมดนำมาสร้างศาลการเปรียญหลังใหม่ จึงได้ให้ชี้แจ้งและนำหลักฐานมาแสดง แต่สามารถนำหลักฐานมาแสดงได้ประมาณ 300,000 บาท ส่วนที่หายไปไม่สามารถนำหลักฐานมาแสดงได้ และไม่มีการชี้แจงแต่อย่างใด
พระครูอนุกูลบุญสาร กล่าวว่ายังมีเงินอีกประมาณ 90,000 บาท ที่มีชาวบ้านทำบุญกับทางวัด โดยเปิดบัญชี 2 ชื่อ ซึ่งมีชื่ออาตมากับชาวบ้านคนหนึ่ง ซึ่งเป็นคนเดียวกับที่เปิดบัญชีครั้งแรก โดยนำไปฝากธนาคาร ธกส.เอาไว้ แต่ปรากฏว่าคนที่มีชื่อฝากร่วมกับอาตมา ได้ถอนเงินทั้งหมด โดยไม่ได้แจ้งให้ทราบเหลือติดบัญชีเพียง 500 บาท และไม่รู้นำเงินไปทำอะไร ล่าสุดยังมีเงินผ้าป่าอีกประมาณ 110,000 บาท ชาวบ้านคนเดียวกันได้มายึดเงินผ้าป่าไปต่อหน้าต่อหน้าต่อตา ทั้งที่งานผ้าป่ายังไม่เสร็จสิ้น ชาวบ้านและเจ้าภาพที่นำมาถวายต่างเห็นเหตุการณ์ โดยผู้ชายดังกล่าวอ้างจะนำไปเก็บไว้เอง ต่อมาได้สอบถามได้รับคำตอบว่านำไปให้เจ๊คนหนึ่ง อาตมาก็ยังสงสัยว่าเอาไปให้ทำไม ทั้งที่เป็นเงินของวัดคนมาทำบุญ ตอนนี้อาตมาได้ไปแจ้งลงบันทึกประจำวันเอาไว้เป็นหลักฐานที่ สภ.บ้านแยง เอาไว้แล้ว


