เมื่อวันที่ 13 มิถุนายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายปราโมทย์ ธัญญพืช รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี เดินทางเป็นประธานในพิธีบวงสรวงหลักศิลาจารึก ที่ตั้งอยู่ในฟาร์มไก่ (สัมฤทธิ์ฟาร์ม) มานานกว่า 30 ปีหลังจากกรมศิลปากร พบเป็นหลักศิลาจารึกโบราณ สมัยพระเจ้ามเหนทรวรมัน ที่บ้านตุงลุง หมู่ที่ 5 ต.โขงเจียม อ.โขงเจียม จ.อุบลราชธานี ซึ่งเป็นบ้านของนายสัมฤทธิ์ ผาดี แพทย์ประจำตำบลโขงจียม
นายสัมฤทธิ์ กล่าวว่า มีชาวลาวนำมาทิ้งไว้ ตนเองก็ไม่ทราบว่ามีความสำคัญอะไร ก็นำไปตั้งอยู่ในฟาร์มไก่ มานานกว่า 30 ปีแล้ว ชาวลาวที่นำมาให้ก็ตายแล้ว ซึ่งก็คิดว่าเป็นหินทั่วๆไป แต่ก็เห็นเหมือนภาษาขอม สลักในหินก็ไม่ได้สนใจอะไร ซึ่งต่อมาเมื่อเร็วๆนี้เพื่อนลูกชายได้มาเห็นพร้อมแจ้งว่าหินดังกล่าวน่าจะเป็นหลักศิลาจารึกโบราณ จึงได้แจ้งให้เจ้าหน้าที่จากสำนักศิลปากรที่ 11 จ.อุบลราชธานี เดินทางมาตรวจสอบ พบว่าเป็นหลักศิลาจารึกโบราณสมัยพระเจ้ามเหนทรวรมัน(จิตรเสน) ที่มีคุณค่าอย่างยิ่งในทางประวัติศาสตร์ กรมศิลปากรจึงได้จัดทำพิธีบวงสรวงหลักศิลาจารึกโบราณ ขึ้นในวันนี้โดยมีหัวหน้าส่วนราชการและชาวบ้านที่ทราบข่าวเดินทางมาดูและกราบไหว้เป็นจำนวนมาก

รายงานข่าวแจ้งว่า หลักศิลาจารึกโบราณนี้ จากประวัติศาสตร์คาดว่าน่าจะเป็นหลักศิลาในสมัยพระเจ้ามเหนทรวรมัน หรือพระเจ้าจิตรเสน เป็นพระโอรสของพระเจ้าวีรวรมัน เป็นพระอนันดาของพระเจ้าสารวะเกามะ ซึ่งเป็นพระโอรสในพระเจ้าโกณฑิณยะวรมัน พระราชาแห่งอาณาจักรฟูนัน ซึ่งพระองค์ทรงครองราชย์ในราว พ.ศ.1150 – พ.ศ.1159 ต่อจากพระเจ้าวรมันที่ 1 ซึ่งหลักศิลาจารึกนี้มีคุณค่าอย่างยิ่งในทางประวัติศาสตร์ จารึกของพระเจ้ามเหนทรวรมัน (จิตรเสน) ปัจจุบันพบทั้งหมด 16 สถานที่ แบ่งเป็นที่ กัมพูชา 3 ที่ ลาวใต้ 3 ที่ ภาคอีสานของไทย 9 ที่ และที่ จ.สระแก้ว (ช่องสระแจง) อีก 1 ที่ กระจายอยู่บริเวณลำโขง ลำมูน และลำชี จารึกล่าสุดพบที่วัดธรรมประสิทธิ์สุทธาราม บ้านเขว้า ต.ปะเคียบ อ.คูเมือง จ.บุรีรัมย์ จารึกหลักนี้น่าจะเขียนด้วยอักษรแบบราชวงศ์ปัลลวะ ภาษาสันสกฤต อายุประมาณ 1,400 ปีมาแล้ว ซึ่งทำให้เชื่อกันว่า ในช่วงเวลานั้น อาณาจักรเจนละ ซึ่งอยู่ในลุ่มน้ำโขงตอนกลาง เขตเมืองจำปาสักประเทศลาวปัจจุบัน มีเศรษฐปุระเป็นศูนย์กลาง ศาสนสถานหลักของชุมชนแห่งนี้คือ วัดพู กับดินแดนประเทศไทย น่าจะมีความเกี่ยวข้องสัมพันธ์กัน ตั้งแต่ราวต้นพุทธศตวรรษที่ 12

