เมื่อวันที่ 15 มิถุนายน นายวรรณ ชาตรี ผู้อำนวยการส่วนอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเล สำนักงานบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) ที่ 4 จ.ประจวบคีรีขันธ์ เปิดเผยว่า จากกรณีนายเวอร์เนอร์ ดาเนี่ยลเซ่น อายุ 54 ปี นักท่องเที่ยวชาวนอร์เวย์ ถูกฉลามกัดเข้าที่ข้อเท้าซ้ายได้รับบาดเจ็บสาหัสขณะว่ายเล่นน้ำทะเลที่บริเวณหาดทรายน้อย ชุมชนเขาเต่า เขตเทศบาลเมืองหัวหิน เมื่อวันที่ 15 เมษายน ที่ผ่านมา ก่อนถูกนำตัวส่งรักษาที่โรงพยาบาลกรุงเทพ หัวหิน จากนั้นหน่วยหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมีแนวทางการป้องกันเร่วงด่วน และหลังเกิดเหตุช่วงแรก ทช.ได้นำทุ่นลอยน้ำหรือหรือทุ่นไข่ปลา ผูกติดกับเชือกไนลอนวางเป็นแนวยาวป้องกันฉลามแห่งแรกของประเทศในทะเลด้านหน้าหาดทรายน้อย ห่างจากชายฝั่ง 50 เมตร ที่ระดับน้ำลึกไม่เกิน 3 เมตร ระยะทางยาว 300 เมตรเพื่อไม่ให้นักท่องเที่ยวได้รับอันตรายจากฉลาม
นายวรรณ กล่าวอีกว่า สำหรับการจัดทำตาข่ายกันฉลามวางแนวชายฝั่งทะเลหาดทรายน้อย ใช้งบประมาณจากเทศบาลเมืองหัวหิน 5 แสนบาท ที่ผ่านมามีการออกแบบเรียบร้อยแล้ว บริษัทเอกชนผู้รับจ้างพร้อมติดตั้ง แต่ยังไม่สามารถเบิกจ่ายงบประมาณได้ ทำให้ขณะนี้ยังไมมีการติดตั้งอวนตาข่ายในบริเวณดังกล่าวแต่อย่างใด เนื่องจากเทศบาลหัวหินได้ทำหนังสือถึงกรมเจ้าท่า เพื่อขออนุญาตก่อสร้างสิ่งล่วงล้ำลำน้ำ ตาม พ.ร.บ.การเดินเรือในน่านน้ำไทย 2457 และก่อนดำเนินการจะต้องได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการพิจารณาสิ่งล่วงล้ำลำน้ำจังหวัด ซึ่งที่ผ่านมายังไม่บรรจุเข้าวาระการประชุม ทำให้การติดตั้งอวนตาขายล่าช้าพอสมควร ขณะเดียวกัน ทช.ที่ 4 ได้ร่วมกับเจ้าหน้าที่เทศกิจ เทศบาลหัวหินเฝ้าระวังความปลอดภัยตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อป้องกันท่องเที่ยวลงไปเล่นน้ำในพื้นที่ดังกล่าว ส่วนฉลามหัวบาตรพบว่าปัจจุบันเข้ามาหากินในแนวชายฝั่งโดยมีจำนวนลดลง
น.ส.อมรรัตน์ แพงงา ภรรยานายเวอร์เนอร์ กล่าวว่า หลังจากย้ายสามีจากโรงพยาบาลกรุงเทพ หัวหิน ไปรักษาต่อที่โรงพยาบาลศรีนครินทร์ จ.ขอนแก่น เนื่องจากมีภาระค่าใช้จ่ายสูง หมดค่ารักษาพยาบาลไปร่วม 3 แสนบาท โดยช่วงแรกขณะเข้าทำการรักษา บริษัทประกันที่ประเทศนอร์เวย์ยืนยันว่าจะจ่ายค่ารักษาพยาบาลให้ทั้งหมด แต่ภายหลังบ่ายเบี่ยง ไม่จ่ายให้อ้างว่าผิดเงื่อนไข ทำให้สามีต้องรับภาระค่าใช้จ่ายทั้งหมด ขณะเดียวกันได้รับแจ้งว่ากระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาจะมอบเงินช่วยเหลือค่ารักษาพยาบาล แต่อยู่ระหว่างการดำเนินการพิจารณาตามขั้นตอนในระดับกระทรวง



