เปิดม่าน โขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ ตอน ‘พระจักราวตาร’ สนุกประทับใจ ฉากตระการตา

4.11.24 | 14:26 น.

เปิดม่าน โขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ ตอน ‘พระจักราวตาร’ สนุกประทับใจ ฉากตระการตา

เปิดม่านขึ้นแล้วอย่างยิ่งใหญ่ตระการตา สำหรับ “โขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ” เรื่องรามเกียรติ์ ตอน “พระจักราวตาร” ณ หอประชุมใหญ่ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย

สำหรับปี 2567 นี้ นับเป็นปีมหามงคลของปวงชนชาวไทยอีกวาระหนึ่ง เพื่อเฉลิมฉลอง 2 โอกาสมหามงคลของปวงชนชาวไทย ได้แก่ เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 92 พรรษา 12 สิงหาคม 2567 และเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567

Advertisement

มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง จึงร่วมเฉลิมฉลองโอกาสมหามงคลนี้ คัดเลือกตอน “พระจักราวตาร” อันเป็นตอนที่แสดงกฤษฎาภินิหารของพระจักราหรือพระนารายณ์ ที่อวตารลงมาเป็นพระราม โอรสของท้าวทศรถ กษัตริย์แห่งกรุงอโยธยาเพื่อปราบฝ่ายอธรรม เปรียบประดุจพระราชวงศ์จักรีที่ผดุงความสุขความสงบให้กับพสกนิกรชาวไทยตลอดมา

“พระจักราวตาร” จับตอนตั้งแต่พระอินทร์และเหล่าเทพนิกรพากันไปอัญเชิญพระนารายณ์ ขณะที่ประทับอยู่บนบัลลังก์อนันตนาคราชพร้อมพระลักษมีพระชายา ให้เสด็จลงมาปราบยุคเข็ญ พระนารายณ์จุติลงมาเป็นพระรามและพระลักษมีลงมาเป็นนางสีดา

ปฐมเหตุแห่งการต่อสู้ปราบอธรรม คือทศกัณฐ์และพระญาติวงศ์ จากนั้นได้ดำเนินเรื่องเป็นลำดับตั้งแต่ ทศกัณฐ์สั่งให้มารีศแปลงกายเป็นกวางทองเข้าไปล่อลวงพระรามให้ตามกวาง แล้วลักพาตัวนางสีดาขึ้นราชรถเหาะไปยังกรุงลงกา เป็นเหตุให้เกิดสงครามระหว่าง กองทัพพระรามและทศกัณฐ์

เรื่องราวของ “พระจักราวตาร” มีทั้งหมด 8 ฉาก ไม่ว่าจะเป็น ฉากนารายณ์บรรทมสินธุ์ ฉากกฤษฎาภินิหารพระรามา ฉากทศกัณฐ์รบสดายุ ฉากพระรามได้พล ทุกฉากล้วนวิจิตรงดงามที่แสดงโดยนักแสดงเยาวชนรุ่นใหม่ ซึ่งเป็นผู้ที่ผ่านการคัดเลือกและฝึกซ้อมจากครูผู้เชี่ยวชาญด้านนาฏศิลป์ จนมีฝีมือการร่ายรำอันงดงามถูกต้องตามจารีต

รวมไปถึงการบรรเลงดนตรีและขับร้องเพลงไทยอันไพเราะ ความวิจิตรบรรจงของเครื่องแต่งกาย ทุกองค์ประกอบ ล้วนสร้างความประทับใจ ฉากสวยอลังการตระการตา เป็นการแสดงโขนที่นำเทคนิคสมัยใหม่ ที่มีทั้งฉากเหาะเหินเดินอากาศ ฉากหายตัว ฉากแปลงกาย ของตัวละคร เข้ามาแสดงได้อย่างลงตัว

บวกกับการเดินเรื่องที่รวดเร็วกระชับ รวมถึงฉากตลกหลวง ที่ได้ฤาษีทั้ง 5 ออกมาปล่อยมุกเรียกเสียงหัวเราะได้อย่างสนุกสนาน สร้างความประทับใจให้กับผู้ชมตั้งแต่ต้นจนจบ

ปิดม่านการแสดงด้วยการออกมาโชว์ตัวของนักแสดงที่ “ถอดหัวโขน” เผยให้เห็นตัวจริงเสียงจริง ทุกคนล้วนมากความสามารถ เรียกเสียงปรบมือรัวๆ จากผู้ชม ดังกึกก้องไปทั่วหอประชุมใหญ่ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย

นับเป็นการแสดงที่ถ่ายทอดความวิจิตรงดงาม ให้คนไทยได้ร่วมสืบสานศิลปะโขนมรดกของชาติ ซึ่งเป็น ” ความโชคดี” ของคนไทยและประเทศไทย ที่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงส่งเสริมและสนับสนุนการแสดงโขนอย่างเอาพระทัยใส่ทุกมิติ เป็นการธำรงนาฏศิลป์ อันทรงคุณค่าของชาติให้สืบทอดอยู่ตราบนานเท่านาน

ซึ่งเป็นเวลาเกือบ 2 ทศวรรษ ที่โขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ ได้จัดการแสดงโขนเพื่อการอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรม เพื่อให้ประชาชนชาวไทยได้ชื่นชมความงดงามของศิลปะดั้งเดิมของไทยหลากหลายแขนงในการแสดงโขน โดยสิ่งที่เป็นขวัญกำลังใจในการดำเนินงาน คือ พระราชดำรัสสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่เกี่ยวกับการอนุรักษ์ศิลปะแขนงนี้ว่า “ขาดทุนของฉันคือกำไรของแผ่นดิน”

การแสดงโขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ เรื่องรามเกียรติ์ ตอน “พระจักราวตาร” จัดขึ้นตั้งแต่วันที่ 7 พฤศจิกายน – วันที่ 8 ธันวาคม 2567 ณ หอประชุมใหญ่ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย เปิดจำหน่ายบัตรตั้งแต่วันนี้เป็นต้นมา บัตรราคา 2,000 บาท, 1,800 บาท, 1,000 บาท, 800 บาทและ 600 บาท (รอบนักเรียน ราคา 180 บาท) จำหน่ายบัตรที่ไทยทิคเก็ตเมเจอร์ทุกสาขา โทร. 0-2262-3456 www.thaiticketmajor.com

เรื่องย่อ พระจักราวตาร

“พระจักราวตาร” เป็นตอนที่แสดงกฤษฎาภินิหารของพระจักรา หรือพระนารายณ์ ที่อวตารลงมาเป็นพระราม เพื่อปราบปรามฝ่ายอธรรมเปรียบประดุจพระราชวงศ์จักรีที่ผดุงความสุขความสงบให้แก่พสกนิกรชาวไทย

เรื่องราวเริ่มจาก พระอินทร์และเหล่าเทพนิกรพากันไปอัญเชิญพระนารายณ์ ขณะประทับเหนือพญาอนันตนาคราชในเกษียรสมุทรให้อวตารเพื่อปราบยุคเข็ญ พระนารายณ์เป็นพระราม เทพพาหนะและ เทพอาวุธเป็นพระอนุชา พระลักษมีพระชายาเป็นนางสีดาซึ่งเป็นต้นเหตุหนึ่งแห่งการต่อสู้รบพุ่งกับฝ่ายอธรรม คือทศกัณฐ์และญาติวงศ์ จากนั้นได้ดำเนินเรื่องเป็นลำดับตั้งแต่พระรามครั้งเยาว์วัยได้ปราบกากนาสูร อสูรญาติของทศกัณฐ์

จากนั้นได้ผูกเรื่องตัดตอนตั้งแต่พระรามเสด็จไปยกศรที่นครมิถิลา ได้นางสีดาเป็นมเหสี จนรับสัตย์จากท้าวทศรถพระบิดาออกเดินป่าเป็นเวลา 14 ปี ขณะอยู่ในป่านางสำมนักขา ขนิษฐาของทศกัณฐ์ซึ่งมาพบพระรามและหลงรักแต่ไม่สมหวังจึงมาฟ้องและยุยงจนเกิดสงคราม ทศกัณฐ์ใช้ให้มารีศแปลงกายเป็นกวางทองมาลวงล่อ  พระรามออกติดตามกวางทอง

ทศกัณฐ์แปลงเป็นพระสุธรรมฤษีลอบเข้ามาลักนางสีดาพาขึ้นราชรถ พบกับนกสดายุที่ขวางทาง จนในที่สุดทศกัณฐ์ได้พานางสีดาไปไว้ในอุทยานท้ายกรุงลงกา พระราม พระลักษมณ์ ออกติดตามได้พลวานรทั้งฝ่ายเมืองขีดขินและเมืองชมพู แล้วยกทัพไปทำสงครามชิงนางสีดากลับคืน

ในตอนสุดท้ายของการแสดง สมมุติว่าพระรามได้แสดงกฤษฎาภินิหารบำราบทศกัณฐ์ได้แล้ว จึงเดินทางกลับกรุงอโยธยา และมีการเฉลิมฉลองที่สามารถปราบฝ่ายอธรรมได้ราบคาบ สมดังเจตจำนงหมายพระนารายณ์หรือพระจักราเปรียบประดุจต้นราชวงศ์จักรีที่ปกครองบ้านเมืองให้มีความสงบสุขร่มเย็น ทรงเสียสละเพื่อผดุงชาติบ้านเมือง ดับยุคเข็ญ นำชาติไทยให้ก้าวหน้าเจริญรุ่งเรืองมาจนถึงทุกวันนี้