นิทรรศการจิตอาสา ทำความ ดี ด้วยหัวใจ

27.07.18 | 14:53 น.

นับตั้งแต่เปิดให้ประชาชนคนไทยได้เข้าชม โดยตลอดทั้งวัน นิทรรศการภาพกิจกรรมจิตอาสา เราทำความ ดี ด้วยหัวใจŽ พสกนิกรก็ต่างเข้าไปสัมผัสกับภาพความทรงจำไม่ขาดสาย ภาพที่เหล่าประชาชนใส่เสื้อสีเหลือง จูงมือกันมาชมภาพถ่าย รวมถึงเหล่าจิตอาสาที่มาถ่ายภาพเป็นที่ระลึก เขียนบอกเล่าความในใจที่ผนัง กลายเป็นภาพที่คุ้นตา

นิทรรศการภาพกิจกรรมจิตอาสา เราทำความ ดี ด้วยหัวใจ นี้เป็นหนึ่งในกิจกรรมที่รัฐบาลจัดขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 66 พรรษา 28 กรกฎาคม 2561 โดยสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีร่วมกับศูนย์อำนวยการใหญ่โครงการจิตอาสาพระราชทานตามแนวพระราชดำริ (ศอญ.) รวบรวมภาพการทำกิจกรรมบำเพ็ญประโยชน์ของประชาชนทุกจังหวัดทั่วประเทศมาจัดแสดงเพื่อสื่อให้เห็นถึงพลังความรัก ความสามัคคี โดยไม่แบ่งหมู่เหล่า ณ เต็นท์กิจกรรม ท้องสนามหลวงฝั่งตรงข้ามศาลฎีกา

ภายในนิทรรศการได้กล่าวถึงความเป็นมาของจิตอาสาพระราชทานตามแนวพระราชดำริไว้ว่า สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้หน่วยราชการในพระองค์ 904 ร่วมกันจัดโครงการจิตอาสาตามแนวพระราชดำริขึ้น เพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติและแสดงความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 ที่ทรงประกอบพระราชกรณียกิจนานัปการเพื่อประโยชน์สุขของประชาชน ทั้งให้ประชาชนได้มีความสามัคคี มีความสุข ประเทศชาติมีความมั่นคงอย่างยั่งยืน

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระราชปณิธานในการบำเพ็ญประโยชน์พื้นที่ชุมชนโดยรอบพระราชวังดุสิตเป็นการทำความ ดี ด้วยหัวใจ อันหมายถึงประชาชนทุกหมู่เหล่าทั้งในและต่างประเทศที่สมัครใจช่วยเหลือผู้อื่น ยอมเสียสละเวลา แรงกาย แรงใจและสติปัญญา ในการทำงานที่เป็นสาธารณประโยชน์โดยไม่หวังผลตอบแทนใดๆ ซึ่งต่อมาโครงการจิตอาสาก็ได้ขยายผลไปทั่วทั้งประเทศ โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดแต่ละจังหวัดเป็นผู้ให้การสนับสนุน

Advertisement

โดยจิตอาสาพระราชทาน แบ่งออกเป็น 3 ประเภท ได้แก่ จิตอาสาพัฒนา ได้แก่ กิจกรรมจิตอาสาที่มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาท้องถิ่นของแต่ละชุมชนให้มีคุณภาพและความเป็นอยู่ดีขึ้น ไม่ว่าจะเป็นกิจกรรมบำเพ็ญประโยชน์ การอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม การอำนวยความสะดวกประชาชน, จิตอาสาภัยพิบัติ มีวัตถุประสงค์เพื่อเฝ้าตรวจ เตือน และเตรียมการรองรับภัยพิบัติ รวมไปถึงการเข้าช่วยเหลือประชาชนที่ประสบภัย และจิตอาสาเฉพาะกิจ ได้แก่ จิตอาสาที่มีวัตถุประสงค์ในงานพิธีหรือการรับเสด็จในโอกาสต่างๆ รวมทั้งเตรียมสถานที่ภายหลังการพระราชพิธีหรือการเสด็จนั้นๆ ร่วมกับหน่วยราชการ ให้เป็นไปอย่างเรียบร้อย

 

เมื่อได้รับรู้ถึงที่มาของจิตอาสาพระราชทานไปแล้วนั้น นิทรรศการได้นำผู้ชมไปเข้าใจถึงการทำงานของจิตอาสามากขึ้นด้วยการประมวลภาพกิจกรรมแบ่งเป็นภาคต่างๆ ที่แสดงให้เห็นถึงบรรยากาศก่อนและหลังการทำงาน

และที่ดูจะดึงดูดใจประชาชนที่เข้าร่วมงานมากที่สุด คือ โมเดลจำลองการทำงานของจิตอาสาในภาคต่างๆ ที่ยกสถานที่สำคัญมาแสดงให้เห็นภาพชัดเจน ทั้งยังเคลื่อนไหวได้ อาทิ พระธาตุดอยสุเทพ จ.เชียงใหม่ กับกิจกรรมการสร้างฝายธรรมชาติ การเลี้ยงสัตว์ และประมงพื้นบ้าน ด้านข้างมีอุโมงค์รถไฟขุนตาล ที่เชื่อมต่อ จ.ลำปางและลำพูน ก็ได้เห็นการส่งเสริมอาชีพอย่างการปลูกพืช ผัก ผลไม้ ข้ามมาที่ปราสาทเขาพนมรุ้ง จ.บุรีรัมย์ ก็มีกิจกรรมการปลูกป่า ต้นแบบศูนย์การเกษตร

ขณะที่กิจกรรมจิตอาสาที่ จ.นครศรีธรรมราช ที่มีวัดมหาธาตุวรมหาวิหารเป็นแลนด์มาร์ก ก็ยังมีการทำถ่านอัดแท่ง การส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ ปิดท้ายด้วยการทำกิจกรรมจิตอาสาที่ทำเนียบรัฐบาล อย่างการเก็บผักตบชวา การซ่อมแซมสะพานเสาไฟฟ้า และปรับปรุงภูมิทัศน์

รวมไปถึงงานจิตอาสาที่ถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน อันเป็นที่ประจักษ์ถึงพลังของคนไทยและชาวต่างชาติ ร่วมมือกันปฏิบัติภารกิจช่วยเหลือนักฟุตบอลและโค้ชทีมหมูป่าอะคาเดมี่ ให้ออกจากถ้ำได้สำเร็จ

นางสาวสุนทรี รัมภักดิ์

นอกเหนือไปจากการประมวลภาพถ่ายแล้ว นิทรรศการยังได้นำเอาองค์ความรู้ที่เกี่ยวข้องกับจิตอาสา อย่างระบบการจัดการน้ำเสีย ที่เทศบาลนครลำปาง, เรือเก็บผักตบชวา และการแปรรูปผักตบชวา ที่เป็นมากกว่ากระเป๋าสานอย่างที่หลายคนคิด เพราะเมื่อนำมาผ่านกระบวนการต่างๆ แล้ว สามารถผลิตสิ่งต่างๆ ได้ไม่น้อย อย่างพื้นทางเดิน ฝ้าเพดานซับเสียง อิฐดินประสาน ปุ๋ยอินทรีย์ และดินที่ใช้ในการเพาะปลูกด้วย

มากไปกว่าองค์ความรู้ต่างๆ ในนิทรรศการยังได้มีความน่าสนใจอื่นๆ เช่น การเปิดโอกาสให้เหล่าจิตอาสานำภาพถ่ายของตนขณะทำงานจิตอาสามาแบ่งปันร่วมกัน การเขียนบอกปณิธานการทำความดี และเกมเก็บผักตบชวาผ่านการเคลื่อนไหว

หนึ่งในผู้เข้าร่วมชมนิทรรศการอย่าง

นางสาวปุณิกา มณีวรรณ์

นางสาวปุณิกา มณีวรรณ์ อายุ 24 ปี นิสิตปริญญาโทคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดเผยว่า ตั้งใจมากราบพระบรมสารีริกธาตุและเข้าชมนิทรรศการนี้ ตั้งแต่แรกก่อนที่จะเดินทางกลับบ้านที่ลำปาง แม้ว่าตอนแรกจะไม่ค่อยทราบถึงกิจกรรมจิตอาสาเท่าไหร่นัก แต่เมื่อได้ชมนิทรรศการก็ได้ประโยชน์มาก โดยเฉพาะกับโครงการจัดการน้ำที่ จ.ลำปาง ที่แม้เป็นบ้านเกิดก็ไม่รู้มาก่อนว่าทำได้ขนาดนี้ รวมไปถึงภาพต่างๆ ถือเป็นความประทับใจ เชื่อว่าหากคนรุ่นใหม่ได้มารับชมจะทำให้เกิดพลังในการอยากทำเพื่อส่วนรวมได้อย่างแน่นอน

ขณะที่ นางสาวสุนทรี รัมภักดิ์ อายุ 46 ปีจิตอาสาเราทำความ ดี ด้วยหัวใจ กล่าวว่า ตั้งใจมาชมนิทรรศการครั้งนี้ เพราะเคยทำงานจิตอาสามาก่อน แม้จะเพียงร่วมบรรจุอาหารแจกให้กับเจ้าหน้าที่ แต่ก็ได้ติดตามกิจกรรมต่างๆ อยู่เสมอ เห็นการร่วมมือร่วมใจปรับปรุงภูมิทัศน์ตามสถานที่ต่างๆ ให้เป็นระเบียบเรียบร้อยขึ้น ไม่ว่าจะวัด มัสยิด หรือโรงเรียน

ทำให้รู้ว่านี่คือพลังความสามัคคีของคนไทยจริงๆ