เพื่อเผยแพร่พระอัจฉริยภาพ และพระปรีชาสามารถด้านศิลปะในสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมชลประทาน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จึงร่วมกับราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ จัดสร้าง “หอศิลป์พิมานทิพย์” เพื่อน้อมเกล้าฯถวายเป็นสถานที่รวบรวมผลงานภาพวาดฝีพระหัตถ์ในพระองค์ ซึ่งล้วนเป็นภาพสัตว์และดอกไม้นานาพันธุ์ สื่อสารบอกเล่าเรื่องราวถึงผืนป่า สายน้ำ และสิ่งแวดล้อม
นับเป็นการถ่ายทอดความรู้ แนวคิด และจินตนาการ การสร้างสรรค์งานด้านศิลปะให้แก่ผู้รักงานศิลปะและเยาวชนรุ่นใหม่ ตลอดจนสนองแนวพระราชดำริในการทรงเป็นตัวอย่างการใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ ณ ตำหนักทิพย์พิมาน ต.โป่งตาลอง อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา
การนี้ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี เสด็จทรงเปิดอาคารหอศิลป์พิมานทิพย์ จากนั้นทอดพระเนตรผลงานศิลปกรรมภาพวาดฝีพระหัตถ์ ก่อนทอดพระเนตรการเดินแบบแสดงเครื่องประดับอัญมณีในพระองค์ ภายใต้แบรนด์ “สยามกลิตเตอร์ส 1957” (Siam Glittes 1957) ซึ่งมีเซเลบริตี้กิตติมศักดิ์ร่วมเดินแบบคับคั่ง อาทิ ท่านผู้หญิงภรณี มหานนท์, ท่านผู้หญิงอรนุช อิศรางกูร ณ อยุธยา, ศ.พญ.จิรายุ เอื้อวรากุล, นวลพรรณ ล่ำซำ, อุษณีย์ มหากิจศิริ ลีโอณีโอ, สุริยน ศรีอรทัยกุล, ชนัดดา จิราธิวัฒน์ และเสด็จกลับ




นายปัญญา วิจินธนสาร ศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ จิตรกรรม ปี 2557 หนึ่งในคณาจารย์ที่ถวายการสอน และร่วมจัดวางภาพวาดฝีพระหัตถ์ในครั้งนี้ กล่าวว่า หอศิลป์พิมานทิพย์เป็นการบอกว่าพระองค์ไม่ได้ทรงงานด้านศิลปะเพียงแค่ผ่อนคลายพระอิริยาบถ แต่ทรงมุ่งมั่นที่จะเป็นศิลปิน จึงต้องมีหอศิลป์ที่สามารถจัดแสดงนิทรรศการแบบถาวร แต่ทั้งนี้ เนื่องจากสถานที่จำกัด จึงนำผลงานศิลปะมาจัดแสดงได้ 193 ภาพ โดยแบ่งเป็นชุดๆ ตามเนื้อหาและเทคนิคของภาพ ซึ่งหลังจากนี้จะเปิดให้ประชาชนทั่วไปเข้าชมและศึกษาได้ และเชื่อว่าผู้เข้าชมจะได้รับประโยชน์จากนิทรรศการ โดยเฉพาะแรงบันดาลใจในการประยุกต์และสร้างสรรค์งานศิลปะ
อาจารย์ปัญญา อธิบายถึงหอศิลป์พิมานทิพย์ เป็นอาคาร 2 ชั้น ในเนื้อที่ 3 ไร่ ชั้นแรกเป็นการจัดแสดงภาพวาดฝีพระหัตถ์ชุดผีเสื้อ เสือ งานมัลติมีเดีย และงานแขวนลอย จำนวน 115 ชิ้น รวมถึงร้านค้าจำหน่ายเครื่องประดับและภาพพิมพ์ภาพวาดฝีพระหัตถ์ในพระองค์ ส่วนราวบันไดที่เดินขึ้นไปชั้นที่สอง มีภาพวาดฝีพระหัตถ์ผีเสื้อ จำนวน 21 ชิ้น และชั้นที่สองมีผลงานศิลปะในพระองค์ อาทิ งานประติมากรรม งานเพนติ้งขยายขนาดใหญ่ จำนวน 53 ชิ้น
“ต่อไปคงต้องหมุนเวียนภาพวาดฝีพระหัตถ์ในพระองค์มาจัดแสดงภายหลัง ซึ่งขณะนี้ยังเหลืออีก 139 ชิ้น ไม่เพียงแต่ภาพวาดฝีพระหัตถ์เสือที่ยังทรงวาดอยู่ แต่ยังมีสัตว์อื่นๆ เช่น นก” อาจารย์ปัญญากล่าว







ผศ.วิรัญญา ดวงรัตน์ อีกหนึ่งในคณาจารย์ที่ถวายการสอน และร่วมจัดวางภาพวาดฝีพระหัตถ์ในครั้งนี้ กล่าวว่า พระองค์เคยตรัสว่า ทรงงานด้านวิทยาศาสตร์มาทั้งชีวิต ด้วยพระปณิธานที่ทรงอยากให้คนได้รับประโยชน์เชิงการแพทย์ หรืออะไรก็ดีที่พระองค์ทรงช่วยเหลือคนและสัตว์ให้พ้นทุกข์ แต่ถึงจุดหนึ่งพระองค์ทรงรู้สึกว่าพระองค์เองกลับไม่ได้พ้นทุกข์ไปด้วย ยังทรงเห็นคนและสัตว์เจ็บตาย วันหนึ่งพระองค์ทรงวาดภาพฝีพระหัตถ์ เพื่อนำไปทำจิวเวลรีกลับพบว่ามีความสุข จึงทรงงานศิลปะชิ้นเล็กสู่งานชิ้นใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ
“กระทั่งพระองค์ทรงรู้สึกว่าความสุขมาจากข้างใน มาได้ยังไงไม่รู้ ก็เลยเป็นว่าฉันเจอความสุขแล้วนะ รู้แล้วนะว่าฉันมีชีวิตมาอยู่เพื่ออะไร อย่างรับสั่งของพระองค์ที่ว่า งานศิลปะทำให้ข้าพเจ้ามีความสุข ข้าพเจ้าจึงอยากแบ่งปันความสุขให้กับพี่น้องประชาชนชาวไทย นี่จึงเป็นที่มาของหอศิลป์พิมานทิพย์ ที่จะทำให้ผู้ชมมีความสุขที่ได้ชม อีกทั้งสร้างแรงบันดาลใจให้เห็นว่า พระองค์ทรงเรียนด้านวิทยาศาสตร์มาทั้งชีวิต ไม่เคยทรงวาดภาพเลย ยังทำได้เลย ฉะนั้นอย่ามาอ้างว่าทำงานอื่นจนไม่มีเวลาวาดรูป”
“เพราะศิลปะคือการบำบัดจิตใจให้คนมีความสุขได้ พระองค์ทรงเชื่ออย่างนั้น” ผศ.วิรัญญากล่าวทิ้งท้าย

ผู้สนใจสามารถชมผลงานภาพวาดฝีพระหัตถ์ ณ หอศิลป์พิมานทิพย์ ต.โป่งตาลอง อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา ได้ทุกวัน ไม่เว้นวันหยุดราชการ” ระหว่างเวลา 08.00-16.00 น.

