พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีฯ เสด็จบำเพ็ญพระกุศลเพื่อเป็นสิริมงคลแก่เรือทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง 805 (ปะการัง)

22.03.19 | 21:19 น.

เมื่อวันที่ 22 มีนาคม พ.ศ. 2562 พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ เสด็จทรงเป็นประธานในพิธีบำเพ็ญพระกุศลเพื่อเป็นสิริมงคลแก่เรือทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง 805 (ปะการัง) โดยมีคณะผู้บริหารระดับสูง ข้าราชการ ในสังกัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ ผู้นำท้องถิ่น เจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ และประชาชนทั่วไป ร่วมเฝ้ารับเสด็จ ณ ศูนย์วิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งทะเลอันดามัน ตำบลวิชิต อำเภอเมืองภูเก็ต จังหวัดภูเก็ต

ในโอกาสเดียวกันนี้ นายวิจารย์ สิมาฉายา ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ทูลถวายสูจิบัตร และนายจตุพร บุรุษพัฒน์ อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง กราบทูลรายงานความเป็นมาและวัตถุประสงค์ของการต่อเรือทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง 805 (ปะการัง) พร้อมกราบทูลเชิญเสด็จประกอบพิธี

จากนั้น พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ เสด็จไปยังท่าเทียบเรือศูนย์วิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งทะเลอันดามัน ทรงเจิมแผ่นชื่อเรือ และคล้องพวงมาลัยเสาหัวเรือ ก่อนจะเสด็จไปยังห้องโถงเรือเพื่อทรงลงพระนามในสมุดที่ระลึก พร้อมกับทรงฉายพระรูปร่วมกับคณะผู้บริหาร หลังจากประกอบพิธีทางเรือเสร็จ ทรงเสด็จไปยังพลับพลาพิธีเพื่อทรงประเคนจตุปัจจัยไทยธรรมถวายพระสงฆ์ และทรงหลั่งทักษิโณทก ในการนี้ ปลัดกระทรวง ทส. ทูลเกล้าถวายโมเดลเรือ และอธิบดีกรม ทช. ทูลเกล้าถวายเข็มรักษ์ทะเลยิ่งชีพที่ทางกรม ทช. จัดทำขึ้น ก่อนจะเสด็จพระราชดำเนินกลับ

นายวิจารย์ สิมาฉายา ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยว่า กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) โดยกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) ได้ดำเนินการต่อเรือทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง 805 นามเรียกขาน “ปะการัง” เพื่อสนับสนุนภารกิจส่งเสริมเผยแพร่ความรู้ อนุรักษ์ ฟื้นฟู และตรวจสอบ ป้องกันการบุกรุกทำลายระบบนิเวศทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งในพื้นที่ทะเลอันดามัน โดยก่อนหน้านี้ได้ดำเนินการต่อเรือทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง 804 (พะยูน) เมื่อวันที่ 24 ก.พ.59 ซึ่งเรือลำดังกล่าวได้ส่งต่อให้สำนักงานบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 1 (จ.ระยอง) ใช้สำหรับปฏิบัติภารกิจบริเวณทะเลอ่าวไทย และครั้งนี้ถือเป็นเรือลำที่สองสำหรับพิธีการอันศักดิ์สิทธิ์ที่พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ เสด็จทรงเป็นประธานในพิธีบำเพ็ญพระกุศลเพื่อเป็นสิริมงคลแก่ “เรือทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง 805 (ปะการัง)” ในวันนี้

Advertisement

ด้าน นายจตุพร บุรุพัฒน์ อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง กล่าวว่า กรม ทช. ได้รับจัดสรรงบประมาณ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2560 – 2562 รวมจำนวนเงินทั้งสิ้นหนึ่งร้อยสามสิบแปดล้านสามแสนบาทถ้วน โดยว่าจ้างบริษัท ซีเครสท์ มารีน จำกัด ต่อเรือในระยะเวลา 450 วัน แล้วเสร็จเมื่อวันที่ 26 ตุลาคม 2561 โดยเรือทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง 805 (ปะการัง) มีลักษณะตัวเรือแบบ เรือ 2 ท้อง (Catamaran) ความยาวตลอดลำ 26.20 เมตร ความกว้างกลางลำ 8.50 เมตร กินน้ำลึก 1.80 เมตร เจ้าหน้าที่ประจำเรือ 12 คน ผู้โดยสาร 24 คน ความเร็วสูงสุด 30 น๊อต ความเร็วในการเดินทาง 20 น๊อต รัศมีระยะทำการไกล 500 ไมล์ทะเล เครื่องจักรใหญ่ ยี่ห้อ MTU ขนาด 1,635 แรงม้า จำนวน 2 เครื่อง เครื่องกำเนิดไฟฟ้า ยี่ห้อ DEUTZ ขนาด 25 กิโลวัตต์ จำนวน 2 เครื่อง มีเพลาใบจักร 2 เพลา ความจุถังน้ำมันเชื้อเพลิง (น้ำมันดีเซล) จำนวน 8,000 ลิตร ความจุถังน้ำจืด จำนวน 4,800ลิตร

นายจตุพร กล่าวเพิ่มเติมว่า รู้สึกสำนึกในพระกรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นอย่างหาที่สุดมิได้ที่พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ เสด็จทรงเป็นประธานในพิธีบำเพ็ญพระกุศลเพื่อเป็นสิริมงคลแก่เรือทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง 805 (ปะการัง) ซึ่งก่อนหน้านี้พระองค์ท่านทรงเสด็จมายังศูนย์วิจัยฯ แห่งนี้ เพื่อวางศิลาฤกษ์อาคารศูนย์ช่วยชีวิตสัตว์ทะเลหายากฝั่งอันดามัน โดยพระองค์ท่านทรงให้การสนับสนุนและตระหนักถึงความสำคัญในงานด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเล จึงมีพระดำริให้หน่วยงานภาครัฐ และภาคเอกชนที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมโครงการอนุรักษ์แนวปะการังและสิ่งมีชีวิตใต้ทะเลไทย ในพระดำริพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ เพื่อบูรณาการความร่วมมือกับภาคส่วนต่างๆ ตลอดจนคำปรึกษาจากนักวิชาการและผู้เชี่ยวชาญในสาขาที่เกี่ยวข้องกับการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติทางทะเล เพื่อจัดทำโครงการ แผนงาน และกิจกรรมต่างๆ ที่สามารถตอบสนองพระดำริของพระองค์ท่านได้อย่างเป็นรูปธรรม ดังนั้น กรม ทช. จึงมีความประสงค์ที่จะต่อเรือทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง 805 (ปะการัง) ขนาดความยาวไม่เกิน 80 ฟุต พร้อมอุปกรณ์ขึ้น เพื่อใช้ปฏิบัติภารกิจในการตรวจสอบ ควบคุมป้องกันการบุกรุกทำลายทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ตลอดจนการส่งเสริมเผยแพร่องค์ความรู้ในเรื่องการอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งให้กับชุมชนชายฝั่งทะเลและตามเกาะต่างๆ ในพื้นที่ทะเลอันดามัน